ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตก คือถนนวงแหวนรอบนอกที่ทำหน้าที่เชื่อมการเดินทางรอบกรุงเทพฯ และระหว่างภูมิภาค รองรับทั้งรถทั่วไปและรถบรรทุกในปริมาณที่สูง แต่เมื่อปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นจนเกิดความล่าช้าในบางสถานการณ์บนท้องถนน ภาครัฐจึงเตรียมเดินหน้ายกระดับเส้นทางใหม่ให้เป็น มอเตอร์เวย์ M9 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง ควบคุมการเข้าออกได้อย่างเป็นระบบ และสามารถรองรับปริมาณรถในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปิดทางหลัก เริ่มก่อสร้างเต็มรูปแบบ
กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 แจ้งปิดเบี่ยงการจราจรบนทางหลัก (Mainline) ของทางหลวงหมายเลข 9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก หรือถนนกาญจนาภิเษก
การก่อสร้างงานโยธาจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
- ส่วนที่ 1 ช่วงบางบัวทอง – ลาดหลุมแก้ว ระยะทาง 13.775 กิโลเมตร
- ส่วนที่ 2 ช่วงลาดหลุมแก้ว – บางปะอิน ระยะทาง 22.800 กิโลเมตร
ซึ่งมีกำหนดเริ่มก่อสร้างทั้ง 2 ส่วน ภายในปี 2569 นี้
เบื้องต้นกรมทางหลวงจะปิดช่องจราจรในส่วนที่ 1 ช่วงบางบัวทองถึงลาดหลุมแก้ว ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 50+800 บริเวณก่อนถึงดูโฮม สาขาบางบัวทอง ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 64+575 ก่อน
โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก เพื่อปรับพื้นที่และเตรียมก่อสร้างโครงสร้างทางใหม่ ให้เป็นมาตรฐานทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์
สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง สามารถใช้ทางคู่ขนาน (Frontage Road) ทดแทนได้
- ฝั่งขาเข้า (มุ่งหน้าบางบัวทอง) ใช้ ทล.3902
• ฝั่งขาออก (มุ่งหน้าบางปะอิน) ใช้ ทล.3901
ทั้งนี้กรมทางหลวงได้ขยายเส้นทางเตรียมไว้ล่วงหน้าฝั่งละ 3 ช่องจราจร เพื่อรองรับปริมาณรถจากทางหลักและลดปัญหารถติดสะสม
ยกระดับทั้งเส้นทาง แก้ปัญหาสะสม
ทางหลวงหมายเลข 9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ได้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ปัจจุบันมีปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าเกิดความล่าช้า กระทบต่อต้นทุนโลจิสติกส์และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
คณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 ช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน ในวงเงินงานโยธา 15,862 ล้านบาท เพื่อยกระดับเส้นทางให้เป็นมอเตอร์เวย์ที่มีการควบคุมการเข้า ออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จุดเด่นและรูปแบบของ M9
เมื่อโครงการนี้ก่อเสร็จสิ้น จะช่วยเติมเต็มโครงข่ายถนนวงแหวนรอบนอก และเชื่อมต่อมอเตอร์เวย์สายหลักอื่นๆ ได้ เช่น M81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี), M82 (บางขุนเทียน – บ้านแพ้ว) และ M6 (บางปะอิน – นครราชสีมา) พร้อมยังช่วยให้การเดินทางและการขนส่งระหว่างภูมิภาคทำได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องผ่านเมืองชั้นใน
ในด้านรูปแบบโครงการ เป็นการพัฒนาในแนวเส้นทางเดิม โดยปรับมาตรฐานให้รองรับการใช้งานแบบมอเตอร์เวย์เต็มรูปแบบ
- ปรับผิวจราจรเป็นคอนกรีต ขนาด 6 ช่องจราจร (ทิศทางละ 3 ช่อง)
- แนวเส้นทางเริ่มจากทางแยกต่างระดับบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ไปจนถึงทางแยกต่างระดับบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- กำหนดจุดขึ้น-ลง 4 แห่ง ได้แก่ บางบัวทอง, ลาดหลุมแก้ว, สามโคก และบางไทร
- ใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow)
- ดำเนินการก่อสร้างภายในเขตทางเดิม ไม่มีการเวนคืนที่ดินเพิ่ม
สำหรับโครงการนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2573 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลักที่ช่วยยกระดับการเดินทาง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนะนำเส้นทางเลี่ยง มุ่งหน้าบางปะอิน
ในช่วงปิดทางหลัก เพื่อความสะดวกในการเดินทาง กรมทางหลวงได้แนะนำเส้นทางเลี่ยงสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางจากอำเภอบางบัวทอง มุ่งหน้าไปยังอำเภอบางปะอิน โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ใช้ทางหลวงหมายเลข 345 มุ่งหน้าจังหวัดปทุมธานี
- เลี้ยวเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ (นบ.3021)
- เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 3111 ช่วงปทุมธานี – สามโคก – เสนา บริเวณแยกสันติสุข
- มุ่งหน้าไปอำเภอสามโคก เพื่อกลับเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษก (M9) อีกครั้งที่ทางแยกต่างระดับสามโคก (กม. 71+300) และจากนั้นจะสามารถเดินทางต่อไปยังบางปะอินได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่มีการปิดเบี่ยงจราจร โครงการจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ทั้งสัญญาณไฟ ป้ายเตือน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การก่อสร้างและการสัญจรมีความปลอดภัยมากที่สุด โดยกรมทางหลวงแนะนำให้ผู้ใช้เส้นทางวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และสังเกตป้ายแจ้งเตือนตลอดแนวเส้นทาง
ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีทุกเครือข่าย
ข้อมูลจาก : กรมทางหลวง, thairath.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













