XPENG G6 หน้าใหม่ท้าชน MG x ZEEKR เปิดตัวไทย 21 สิงหาคม

หลังเปิดตัวหน้าใหม่ XPENG G6 ไมเนอร์เชนจ์ทั้งในจีนและอินโดนีเซียล่าสุดเตรียมที่จะเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ

XPENG

ไมเนอร์เชนจ์ปรับโฉมครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของการจำหน่ายทั่วโลกสำหรับ XPENG G6 ในร่างเอสยูวีทรงสปอร์ต

หน้าตาใหม่

เริ่มที่แถบไฟ LED DRL แนวยาวตลอดแบบใหม่ Galaxy Light Wing จากเดิมแยกส่วนครั้งนี้ย้ายโลโก้ X จากเคยอยู่ในชุดเดียวกับแถบไฟมาอยู่บนฝากระโปรงหน้า เพิ่มไฟแสดงสถานะสีน้ำเงินเพื่อบอกถึงการทำงานของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่กลีบดอกไม้สีดำขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/45R20 และด้านท้ายเสริมสปอยเลอร์หลังแบบ Ducktail เข้าไปเติมความสปอร์ตเหนือระดับ

ทุกอย่างคงเดิมตั้งแต่ไฟหน้า LED สองฝั่งฝังในชุดกันชนหน้าทรงเดิมออกแบบช่องระบายอากาศใหม่แบบรังผึ้ง กระจกมองข้าง ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถังกระจกรถแบบไร้กรอบ Frameless Glass Panoramic Glass Roof หลังคากระจกแบบพาโนรามาตกแต่งหลังคาด้วยสีดำ ไฟท้าย LED แนวยาว ลงตัวกับกันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ ตัวรถพัฒนาบนพื้นฐาน Platform SEPA 2.0 ตั้งแต่

  • ความยาว 4,758 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,920 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,650 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 2,890 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 1,995-2,095 กิโลกรัม

XPENG

ภายในใหม่

ปรับในส่วนของแผงคอนโซลหน้าออกแบบช่องแอร์ใหม่ตลอดแผงทั้งซ้าย ขวารวมถึงช่องแอร์ตรงกลางออกแบบใหม่สามารถจับเลื่อนทิศทางลมได้ตามต้องการ รวมถึงลายไม้ใหม่สีน้ำตาลพร้อมไฟสร้างบรรยากาศใหม่แบบ Galaxy Rhythm Ambient Light พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านออกแบบปุ่มใหม่ 2 ข้างและเบาะนั่งด้านหน้าเพิ่มระบบเบาะเย็น อุ่นเบาะ และระบบนวด

บุหลังคาใหม่ด้วยวัสดุหนังกลับรวมถึงลดช่องว่างของแผงคอนโซลหน้าและแผงประตูให้เหลือเพียง 5±2 มิลลิเมตรเพิ่มความประณีตบรรจงมากกว่า 50% ของชุดแผงประตู คอนโซลหน้าและบริเวณกล่องคอนโซลกลางติดตั้งวัสดุหนังสัมผัสใหม่แบบนุ่ม

พร้อมออปชันครบครันทั้งหน้าจอสองจอเริ่มที่ มาตรวัดความเร็วดิจิทัล 10.25 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Full scenario voice assistant 2.0 รองรับ Real time continuous voice command recognition การใช้งานแบบมัลติโซน และการใช้งานแบบออฟไลน์ อัปเดตทั้งเฟิร์มแวร์และซอฟต์แวร์อัตโนมัติ ผ่านระบบออนไลน์ (OTA-Over The Air) ช่วยให้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตลอดเวลา และทำให้ผู้ขับได้ใช้สิ่งที่ใหม่และทันสมัยก่อนใคร

ในชุดคอนโซลหน้าดีไซน์เรียบง่าย คอนโซลกลางติดตั้งที่ชาร์จมือถือไร้สาย 2 ช่องกำลังไฟสูง 50W พร้อมลำโพงมากถึง 18 จุดให้กำลังเสียงสูงสุดถึง 960 วัตต์ เบาะนั่งหุ้มกึ่งหนังแท้ปรับไฟฟ้าคู่หน้ามีระบบอุ่นเบาะและระบายอากาศด้วยความเย็นเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาด 571 ลิตร ในกรณีไม่พับเบาะหลังและ 1,374 ลิตร กรณีพับเบาะหลัง

XPENG

ขุมพลังไฟฟ้า

สเปกไทยยังคงเดิมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดัน 800 โวลต์ มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับหัวชาร์จ Type 2/CCS Combo จ่ายกระแสไฟฟ้า 220V ให้อุปกรณ์ภายนอก V2L แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย

  • รุ่น Standard Range จากความจุแบตเตอรี่ (เซลล์แบเตอรี่แบบ LFP) 66 kWh ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรทำได้ 6.6 วินาที ขับได้ไกลสุด 505 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC หรือ 435 กิโลเมตร (WLTP) รองรับ Super-fast charge DC กระแสตรง โดยชาร์จไฟจาก 10-80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที รองรับกำลังไฟสูงสุด 215 kW พร้อมชาร์จปกติ AC กระแสสลับ รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 kW โดยชาร์จไฟจาก 5-100% ใช้เวลาเพียง 7.5 ชั่วโมง
  • รุ่น Long Range จากความจุแบตเตอรี่ (เซลล์แบเตอรี่แบบ NCM) 87.5 kWh ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรทำได้ 6.2 วินาที ขับได้ไกลสุด 625 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC หรือ 570 กิโลเมตร (WLTP) รองรับ Super-fast charge DC กระแสตรง โดยชาร์จไฟจาก 10-80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที รองรับกำลังไฟสูงสุด 280 kW พร้อมชาร์จปกติ AC กระแสสลับ รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 kW โดยชาร์จไฟจาก 5-100% ใช้เวลาเพียง 9.5 ชั่วโมง

ลุ้นกันว่าในรุ่นปรับโฉมนั้นจะมีรุ่น 4WD Performance เข้ามาด้วยหรือไม่ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ พละกำลังสูงสุด 487 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD แบตเตอรี่ 800V Technology (NMC) ขนาด 87.5 kWh วิ่งระยะทางสูงสุด 700 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 675 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.9 วินาที

รองรับ 5C Ultra-fast charging AI รองรับการชาร์จเร็วแบบพิเศษ ทั้งชาร์จ DC โดยชาร์จไฟจาก 10-80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที รองรับกำลังไฟสูงสุด 280 kW และถ้าชาร์จ DC ภายใน 10 นาที วิ่งได้ไกล 300 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 289 กิโลเมตร (NEDC)

ขณะที่เทคโนโลยีการติดตั้งแบตเตอรี่แบบ Cell to Body รวมเป็นส่วนเดียวกับโครงสร้างตัวถัง ก็เป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดในปัจจุบันและการขึ้นรูปตัวถังแบบ Die-cast Structure ทำให้ตัวถังมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นถึง 83% ด้วยโครงสร้างบริเวณประตูแบบ 3 ชั้น มีความกว้างเป็นพิเศษ ช่วยปกป้องแบตเตอรี่จากการชนด้านข้างได้ดียิ่งขึ้น รองรับแรงกระแทกสูงสุดถึง 80 ตัน และจ่ายกระแสไฟฟ้า 220V ให้อุปกรณ์ภายนอก V2L

XPENG

ความปลอดภัย

ผ่านมาตรฐาน E-NCAP และ C-NCAP ระดับ 5 ดาว มีระบบ XPILOT 2.5 หรือ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems)ที่ประกอบด้วย ชิปประมวลผลความเร็วสูงของ Dual NVIDIA DRIVE Orin-X ระบบเรดาห์ความละเอียดสูง 5 จุด เซนเซอร์อัลตร้าโซนิค 12 จุด ระบบบกล้อง (พร้อมระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่) 12 จุด  และ ระบบ AI Turing Intelligent Driving ให้รถสามารถขับขี่อัตโนมัติได้อย่างล้ำสมัยขับขี่ที่ฉลาดและลื่นไหลยิ่งขึ้นมาครบทั้ง

  • ล็อกความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB)
  • เตือนมุมอับสายตาของรถยนต์ Blind Spot Detection (BSD)
  • ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน Lane Centering Control (LCC)
  • ช่วยคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping Assist (LKA)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน Emergency Lane Keeping (ELK)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน Lane Centering Control (LCC)
  • ตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ Driver State Monitoring (DSM)
  • ช่วยเตือนขณะถอยหลัง Rear Cross-Traffic Alert (RCTA)
  • ป้องกันการออกจากรถ ขณะมีรถแล่น Safe Exit Assist (SEA)
  • ตรวจสอบสัญญาณป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
  • กล้องมองภาพรอบคัน Surround-view camera with transparent chassis mode
  • ตรวจวัดแรงดันลมยาง Tire pressure monitoring
  • ถุงลมนิรภัยรอบคันรวมถุงลมนิรภัยด้านข้างที่​นั่ง​ด้านใน far-side airbags

XPENG

เบื่องต้น XPENG G6 ไมเนอร์เชนจ์ เตรียมเปิดตัวในไทยวันที่ 21 สิงหาคม พร้อมท้าชนกับ MG IM6 และ ZEEKR 7X

 

 

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts