XPENG พร้อมแล้วเตรียมเผยโกลบอลโมเดลลำดับที่ 3 ต่อจาก XPENG G6 และ XPENG X9 กับ XPENG P7+ ซีดานคันเก่งของค่าย

XPENG P7+ มาในร่างซีดานไซซ์ใหญ่สไตล์ลิฟท์แบ็ก 5 ประตูเปิดตัวจีนตั้งแต่ปี 2024 มีทั้งแบบไฟฟ้าล้วนขับหลังและรุ่นไฟฟ้าขยายระยะทางหรือ EREV ที่จะตามมาสมทบในตลาดจีนปีหน้า
ภายนอกล้ำสมัย
ไฟหน้า LED สองฝั่งฝังในชุดกันชนหน้าพร้อมแถบไฟ LED DRL แนวยาว บนชุดไฟหน้ากระจังหน้าทรงทึบและติดตราโลโก้บนไฟ DRL มาด้วยชุดกันชนหน้าออกแบบให้มีช่องระบายอากาศสีดำขนาดใหญ่แบบแอคทีฟเปิด-ปิดเพื่อลดแรงต้านลมที่จะเข้ามา
ด้านข้างมาพร้อมกระจกรถทรงโอเปร่าแบบเดียวกับยุโรปกระจกรถมาแบบไร้กรอบหรือ Frameless Door กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยว LED ที่เปิดประตูรถดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถังรถ
ด้านท้ายทรงสวยด้วยไฟท้าย รูปตัว C แนวยาวแบบ LED พร้อมสปอยเลอร์หลังสีดำทรง Ducktail บนกระจกหลังติดกระจกหลังแบบ LED แนวยาว ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 235/60R18 กับ ขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 235/55R19 และขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/45R20 จาก Michelin รุ่นนี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEPA 2.0 ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพที่มากขึ้นดังนี้
- ความยาว 5,056-5,071 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,937 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,512 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,967-2,160 กิโลกรัม

ภายในจัดเต็ม
จอจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Full scenario voice assistant 2.0 รองรับ Real time continuous voice command recognition, การใช้งานแบบมัลติโซนและการใช้งานแบบออฟไลน์มีการอัพเดททั้งเฟิร์มแวร์และซอฟท์แวร์อัตโนมัติผ่านระบบออนไลน์ (OTA-Over The Air) ช่วยให้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตลอดเวลาทำให้ผู้ขับได้ใช้สิ่งที่ใหม่และทันสมัยก่อนใครพร้อมชิป Qualcomm Snapdragon SA8295P สามารถนำเสนอระบบนำทางแบบ 3 มิติ

ชุดคอนโซลหน้าดีไซน์เรียบง่ายพร้อมมาตรวัดความเร็ว 8.8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้าน คอนโซลกลางติดตั้งที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลังไฟสูง 50W จอแสดงผลการทำงานบนแผงคอนโซลหน้า HUD 29 นิ้ว พร้อมลำโพงมากถึง 20 จุดให้กำลังเสียงแบบพาโนรามารองรับการปรับเอฟเฟกต์เสียงต่างๆ เบาะนั่งหุ้มกึ่งหนังแท้ NAPPA ปรับไฟฟ้าคู่หน้ามีระบบอุ่นเบาะและเบาะเย็น เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีพื้นที่ด้านท้ายมากถึง 2,221 ลิตร และมีพื้นที่ด้านท้ายตอนไม่พับเบาะ 725 ลิตร

มาพร้อมกับหลังคาแบบพาโนรามิกขนาด 2.1 ตารางเมตรสามารถป้องกันรังสี UV 99.9% และป้องกันรังสีอินฟราเรด 97.6% และไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light ปรับได้ 256 สี จอด้านหลังแบบสตรีมมิ่งขนาด 9 นิ้วให้ความคมชัดแม้จะขับในเวลากลางคืนฝนตกและวัสดุภายในแบบไมโครไฟเบอร์พร้อมโทนสีภายใน 2 สีทั้งสีเทา สีเทาเข้ม สีเบจ

ขุมพลังมี 2 รูปแบบ
เริ่มที่ขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทางหรือ EREV ใช้เครื่องยนต์เป็นเครื่องปั่นไฟส่วนแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อน ด้วยพื้นฐานเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 150 แรงม้าจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรให้กำลัง 245 แรงม้า
คู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 49.2 kWh ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่วิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วน 430 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 415 กิโลเมตร (NEDC) กลายเป็นขุมพลังที่วิ่งอีวีไกลที่สุดในโลก วิ่งไกลทั้งระบบ 1,550 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,495 กิโลเมตร (NEDC)
ทางด้านขุมพลังไฟฟ้าล้วนมาแค่มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ผลิตโดย Eve Power จากสถาปัตยกรรมการชาร์จเร็ว 800V ซิลิกอนคาร์ไบด์ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีด้วยกันถึง 3 ทางเลือกทั้ง
- รุ่นเริ่มต้น Long Range Max ความจุแบตเตอรี่ 60.7 kWh ให้กำลัง 245 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.9 วินาที วิ่งไกลสุด 602 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 581 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC 10-80% ภายใน 20 นาที
- รุ่น Ultra Long Range Max ความจุแบตเตอรี่ 76.3 kWh ให้กำลัง 313 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5.9 วินาที วิ่งไกลสุด 710 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 685 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC 10-80% ภายใน 20 นาที
- รุ่นพิเศษ Limited Edition Max ความจุแบตเตอรี่ 74.9 kWh ให้กำลัง 313 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5.9 วินาที วิ่งไกลสุด 685 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 661 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC 10-80% ภายใน 12 นาที
โดยในรุ่น MY2026 จะมีการปรับระยะทางการวิ่งใหม่เป็น 725 กิโลเมตร 725 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 699 กิโลเมตร (NEDC) กับขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง และชาร์จเร็ว 5C ทุกขุมพลังมีระบบชาร์จกลับ X-Pedal Energy Recovery เลือกได้ตั้งแต่ Off/Low/Medium/High พวงมาลัยไฟฟ้าและBrake pedal ปรับน้ำหนัก 3 โหมดทั้ง Comfort/Standard/Sport ชาร์จได้ทั้งกระแสสลับ AC รองรับ V2L 3.3 kW

พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อด้านหน้าแบบ Double wishbone ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Multi-Link ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติทำงานด้วย AI Eagle Eye กล้องที่มีความคมชัด 10 เท่า รองรับ HDR มีระยะการมองเห็นที่คมชัด ระยะการรับรู้เพิ่มขึ้นและทำงานได้ดีในที่แสงน้อยและย้อนแสงเทียบเท่ากับระบบ XNGP ด้วยชิป Turing AI จำนวน 3 ตัว ให้พลังการคำนวณรวมสูงถึง 2,250 TOPS รองรับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง พร้อมระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติแบบ End-to-End
ความปลอดภัย ADAS
- ระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ LDW lane departure warning
- ช่วยคุมรถให้อยู่ในช่องทาง LKA lane keeping assist
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ELK Emergency lane keeping assist
- เตือนมุมอับสายตาของรถยนต์ BSD blind spot monitoring and early warning
- ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA lane change warning
- เตือนการเปิดประตู DOW door opening warning
- ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW forward collision warning
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB automatic emergency braking
- ปรับระดับไฟสูงอัตโนมัติ IHB smart high beam
- ช่วยหลีกเลี่ยงการชนจากรถคันอื่นที่เคลื่อนที่ใกล้เข้ามาจากด้านหลัง RCW rear collision warning
- ช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA rear cross traffic warning
- เตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ DMS driver status monitoring
- ล็อกความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC adaptive cruise control

โดยรุ่น MY2026 ที่จะขายจีนปรับใหม่ทั้งคัน 104 จุด และเตรียมเปิดขายต่างประเทศ 36 แห่งเริ่มจากกลุ่มประเทศโซนยุโรป เริ่มที่เบลเยียมในวันที่ 9 มกราคม ส่วนตลาดจีนบ้านเกิดเปิดตัว 8 มกราคม พร้อมกับ XPENG G7 EREV ส่วนไทยมีลุ้นได้เจอกันปีหน้า กับ XPENG X9 ที่คาดว่าอาจเป็นรุ่น EREV หรือ ไฟฟ้าล้วนขับเคลื่อน 4 ล้อ และ XPENG P7+
ที่มา CarNewsChina 1










