หนึ่งในฝันร้ายของคนใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ คือการต้องจอดรถแช่อยู่หน้าสัญญาณไฟแดงที่ค้างนานจนแทบหลับ แต่หลังจากนี้อาจถึงเวลาที่คนกรุงจะได้ บอกลาไฟแดง 12 นาที เมื่อกรุงเทพมหานครเริ่มเดินหน้าทดสอบระบบ สัญญาณไฟอัจฉริยะ ใช้กล้อง AI ปรับสัญญานไฟตามจำนวนรถแบบเรียลไทม์ เปลี่ยนเป็นไฟเขียวเร็วขึ้น 50%
แก้รถติดด้วยเทคโนโลยี
กรุงเทพมหานคร เดินหน้ายกระดับการจัดการจราจร ด้วยการทดลองใช้ระบบ Adaptive Control หรือระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ บริเวณจุดเชื่อมต่อ 2 แยกสำคัญ ได้แก่ แยกพระโขนง และ แยกสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดที่มีปริมาณรถหนาแน่นที่สุดของกรุงเทพฯ
โดย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยสำนักการจราจรและขนส่ง และกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานของระบบ เพื่อประเมินผลการแก้ปัญหาจราจรจากสภาพจริง
สำหรับบริเวณแยกพระโขนง ถือเป็นหนึ่งในจุดที่มีปัญหารถติดสะสมสูงสุดของกรุงเทพฯ เนื่องจากมีลักษณะเป็น สามแยกที่ซ้อนกัน 2 ส่วนคือ จุดตัดถนนสุขุมวิทกับถนนพระรามที่ 4 และจุดตัดถนนสุขุมวิทกับถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้ถนนบริเวณนี้ต้องเจอปัญหาน่าปวดใหญ่อย่างการรอสัญญาณไฟจราจรที่ยาวนานหลายสิบนาที โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยถนนเส้นนี้มักจะมีการสะสมของรถเป็นแถวยาว และการระบายรถที่ไม่ค่อยต่อเนื่อง
Adaptive Control คืออะไร?
Adaptive Control เป็นระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหารถติดจากต้นเหตุ ที่เหมือนให้สัญญาณไฟ คิดและปรับตัวเองได้ตามสภาพการจราจรจริงแบบเรียลไทม์ โดยไม่ยึดเวลาที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเหมือนระบบแบบเดิม
โดยระบบจะใช้เทคโนโลยีจากกล้องโทรทัศน์ CCTV ประสิทธิภาพสูง เพื่อตรวจจับและนับปริมาณยานพาหนะอย่างแม่นยำ จากนั้นจะประมวลผลปรับจังหวะไฟเขียว – ไฟแดง ให้เหมาะสมกับปริมาณรถและสอดคล้องกับสภาพการจราจรของแต่ละทิศทาง ซึ่งจะช่วยให้รถติดน้อยลงและการเดินทางคล่องตัวขึ้น
- ปรับจังหวะไฟตามปริมาณรถจริง ไม่ยึดเวลาตายตัว
- ลดการสะสมของรถในทิศทางที่รถหนาแน่นเป็นพิเศษ
- ลดเวลารอไฟแดงที่ไม่จำเป็น
- ทำให้การระบายรถต่อเนื่องขึ้น ลดการติดสะสม
ทดสอบจริง วิ่นลื่นขึ้น 50%
จากการทดสอบใช้งานระบบ Adaptive Control บริเวณแยกพระโขนงและแยกสุขุมวิท 71 พบว่าสภาพการจราจรโดยรวมปรับลื่นไหลขึ้น ระบบสามารถคำนวณปริมาณรถให้สัมพันธ์กันทั้ง 2 แยก ช่วยลดปัญหารถสะสมต่อเนื่องจากแยกหนึ่งไปสู่อีกแยกหนึ่ง ทำให้ระบายรถได้ดียิ่งขึ้น
หนึ่งในผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือ รอบสัญญาณไฟจราจรสั้นลง จากเดิมที่ผู้ใช้ถนนต้องรอรอบสัญญานไฟเขียวนานประมาณ 12 นาที มีการปรับลดลงเหลือเฉลี่ย 6 นาที หรือประมาณ 50% ทำให้ท้ายแถวรถสั้นลง และมีการเคลื่อนตัวในช่วงเวลาเร่งด่วนต่อเนื่องกว่าเดิม
ผลจากการทดสอบ
- รอบสัญญาณไฟสั้นลง จากประมาณ 12 นาที เหลือ 6 นาที
- หากรถมีปริมาณมาก จะให้ช่วงสัญญาณไฟเขียวนานขึ้น
- การระบายรถดีขึ้น ท้ายแถวรถสั้นลง
- รถไม่จอดแช่เพื่อรอรอบสัญญานไฟซ้ำเท่าเมื่อก่อน
อย่างไรก็ตาม ระบบ Adaptive Control ยังจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรช่วยการกำกับดูแลกรณีมีเหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น เกิดอุบัติเหตุ รถเสีย หรือมีรถฉุกเฉินผ่านทาง เพื่อให้การจราจรเป็นไปอย่างราบลื่น ปลอดภัยที่สุด และสามารถยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง
ไฟอัจฉริยะ เตรียมเดินหน้าทั่วกรุง
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้ติดตั้งระบบ Adaptive Control แล้วประมาณ 74 แยก โดยอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลและปรับจูนระบบในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การทำงานมีความเสถียรและสอดคล้องกับลักษณะการจราจรจริงของแต่ละจุด เป้าหมายคือการลดปัญหารถติดสะสมในระยะยาว และยกระดับการจัดการจราจรให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนเมืองมากขึ้น
ข้อมูลและรูปภาพจาก : กรุงเทพมหานคร, Ceemeagain
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













