More

    วิธีการดูแลรถ

    5 คราบสกปรก ที่ควรล้างออกทันทีเมื่อเลอะรถ ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งทำลายสีรถ

    การขับขี่ในชีวิตประจำวันมักทำให้รถของเราต้องเจอกับ คราบสกปรก ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และคราบบางประเภทหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปจะทำให้ล้างออกได้ยากขึ้นและอาจทำให้สีรถหรือพื้นผิวรถเสียหายได้ ดังนั้นควรรีบทำความสะอาดทันทีเมื่อพบเจอคราบเหล่านี้ คราบยางมะตอย คราบยางมะตอยถือเป็นหนึ่งในคราบที่ล้างออกยากที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้คราบยางติดแน่นและยากที่จะทำความสะอาด โดยอาจทำให้สีรถดูหมองและเสียหายได้ วิธีทำความสะอาดคราบยางมะตอย ควรใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยากำจัดยางมะตอยที่มีขายทั่วไป หรือใช้น้ำมันก๊าดหรือน้ำมันสน (แต่ต้องระวังไม่ให้มันสัมผัสกับสีรถโดยตรงเพราะอาจกัดสีได้) หลังจากนั้นให้ใช้น้ำสะอาดล้างออกทันที เพื่อป้องกันการทำลายพื้นผิวของรถ คราบน้ำมัน - คราบสกปรก แม้จะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่หากมีคราบน้ำมันตกอยู่บนรถ ก็เป็นคราบที่ฝังแน่นและยากต่อการทำความสะอาด หากไม่รีบทำความสะอาดอาจทำให้คราบน้ำมันกลายเป็นรอยฝังลึกได้ วิธีทำความสะอาดสามารถใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ชุบน้ำยาเคลือบสีรถเพื่อเช็ดออกอย่างระมัดระวัง คราบขี้นก - คราบสกปรก คราบขี้นกเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก การขับขี่ในพื้นที่ที่มีนกอาจทำให้ขี้นกหล่นใส่รถ หากขี้นกเปื้อนรถ ควรใช้ผ้าชุบน้ำล้างออกทันที...

    รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ เกิดจากสาเหตุใด? มาไขคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

    คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมรถของคุณถึงกินน้ำมันมากกว่าที่ควรจะเป็น? บางครั้งแม้จะขับขี่ด้วยวิธีเดียวกัน แต่การใช้น้ำมันกลับเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว มันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เราไม่ทันสังเกต แต่จริง ๆ แล้วมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ ถ้าคุณอยากรู้ว่าอะไรที่อาจทำให้รถของคุณเสียค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันมากขึ้น มาลองเช็กกันดู! พฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ประหยัดน้ำมัน การขับขี่แบบกระทันหัน เช่น การเหยียบเบรกแรง ๆ หรือการเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งจะใช้พลังงานมากกว่าการขับขี่อย่างราบรื่นและสม่ำเสมอ ยางรถยนต์สึกหรอหรือแรงดันลมยางต่ำ ยางที่สึกหรอหรือมีแรงดันลมยางต่ำจะทำให้รถต้องออกแรงมากขึ้นในการขับเคลื่อน ส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการหมุนล้อ ทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้น การใช้น้ำมันประเภทที่ไม่เหมาะสม บางครั้งการเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนต่ำกว่าที่เครื่องยนต์ต้องการอาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และทำให้กินน้ำมันมากขึ้น ควรเลือกใช้น้ำมันที่ตรงกับข้อกำหนดของรถ เครื่องยนต์และระบบต่างๆ...

    เครื่องยนต์ Overheat! สาเหตุที่ทำให้รถความร้อนสูงและวิธีแก้ไข

    เมื่อพูดถึงการดูแลรถยนต์ เรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการระบายความร้อนในระบบเครื่องยนต์ เพราะการที่เครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงเกินไป หรือ เครื่องยนต์ Overheat อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อเครื่องยนต์จนต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูงตามมา การระบายความร้อนที่ไม่ดีสามารถเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากหม้อน้ำ, พัดลม, ท่อน้ำ หรือแม้กระทั่งปั๊มน้ำที่เสียหาย ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับสาเหตุหลักที่ทำให้รถความร้อนขึ้น และวิธีการป้องกันเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบเครื่องยนต์ สาเหตุที่ทำให้รถความร้อนขึ้น หม้อน้ำรั่ว หม้อน้ำเป็นส่วนสำคัญในระบบระบายความร้อนของรถยนต์ หากหม้อน้ำมีการรั่วซึมจากการเสื่อมสภาพหรือการถูกกระแทกจากสิ่งของภายนอก น้ำในหม้อน้ำจะลดลง ทำให้ระบบระบายความร้อนไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงขึ้น เพราะไม่มีน้ำหล่อเย็นไหลเวียนเพียงพอเพื่อควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ พัดลมหม้อน้ำเสีย พัดลมหม้อน้ำทำหน้าที่ในการเป่าลมเพื่อระบายความร้อนจากน้ำหล่อเย็นที่ถูกหมุนเวียนผ่านเครื่องยนต์...

    วิธีดูแลรถยนต์หลังจากเดินทางไกล ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว

    ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หลายคนมักจะใช้เวลาในการเดินทางไปต่างจังหวัด หรือท่องเที่ยวไกล ๆ ซึ่งการขับรถระยะทางไกลนั้นอาจทำให้รถยนต์ต้องเผชิญกับสภาพถนนที่แตกต่างกัน อากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือการใช้งานหนัก ดังนั้น วิธีดูแลรถยนต์หลังจากเดินทางไกล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รถยนต์ของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา 1. ตรวจเช็ครอยรั่วและน้ำมันเครื่อง หลังจากการเดินทางไกล ควรเริ่มต้นการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยการตรวจสภาพของน้ำมันเครื่อง เพราะน้ำมันเครื่องมีความสำคัญในการหล่อลื่นและรักษาเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากน้ำมันเครื่องขาดหรือสกปรกเกินไป อาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและเกิดความร้อนสูง นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบว่าไม่มีรอยรั่วของน้ำมันเครื่องหรือน้ำหล่อเย็นที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง 2. ตรวจสอบยางรถยนต์ ควรตรวจสอบสภาพของยางทั้ง 4 ล้อว่าไม่มีการสึกหรอผิดปกติ และตรวจสอบความดันลมยางให้เหมาะสมกับที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ หากยางมีการสึกหรอหรือมีปัญหา ควรเปลี่ยนยางใหม่เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ 3. ตรวจสอบระบบเบรก การเดินทางไกลอาจทำให้ระบบเบรกต้องทำงานหนักมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อขับผ่านทางลาดชันหรือต้องหยุดบ่อยๆ...

    รู้หรือไม่? อากาศร้อนทำร้ายรถได้มากกว่าที่คุณคิด เลี่ยงได้ควรเลี่ยง

    อากาศร้อน เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมากต่อรถยนต์ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาวกับประสิทธิภาพการทำงานของรถยนต์ ดังนี้: 1. การทำงานของเครื่องยนต์ ในช่วงที่อากาศร้อน เครื่องยนต์ของรถยนต์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม หากระบายความร้อนไม่เพียงพอ อาจทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เครื่องยนต์หยุดทำงานหรือเสียหายได้ ดังนั้นการตรวจสอบน้ำหล่อเย็นและระบบระบายความร้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญในช่วงอากาศร้อน 2. แบตเตอรี่ อากาศร้อนสามารถทำให้แบตเตอรี่ของรถยนต์เสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น อุณหภูมิสูงทำให้การชาร์จและการจ่ายไฟของแบตเตอรี่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้แบตเตอรี่หมดเร็วและอาจเกิดปัญหาในการสตาร์ทรถ นอกจากนี้ยังทำให้กรดในแบตเตอรี่ระเหยและลดความสามารถในการเก็บไฟ 3. ยางรถยนต์ - อากาศร้อน ยางรถยนต์ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูงเช่นกัน การใช้ยางที่มีสภาพไม่ดีในอากาศร้อนอาจทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือการสึกหรอที่เร็วเกินไป ดังนั้นควรตรวจสอบแรงดันลมยางและสภาพยางให้ดีในช่วงฤดูร้อน 4. ระบบแอร์ - อากาศร้อน ระบบแอร์ในรถยนต์ทำงานหนักขึ้นในอากาศร้อน...

    5 ไส้กรองในรถยนต์ ที่ควรเปลี่ยนตามระยะ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการขับขี่

    การดูแลรักษารถยนต์ให้คงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการดูแลไส้กรองต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการกรองสิ่งสกปรกและอนุภาคต่างๆ ที่อาจทำให้ระบบในรถเสียหาย การเปลี่ยนไส้กรองตามระยะที่เหมาะสมจะช่วยให้รถยนต์ของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน ในบทความนี้ เราจะพูดถึง ไส้กรองในรถยนต์ 5 ชนิดในรถยนต์ที่ควรเปลี่ยนตามระยะเวลา 1. ไส้กรองอากาศ ไส้กรองอากาศมีหน้าที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจากอากาศที่ไหลเข้าสู่เครื่องยนต์ การกรองอากาศที่ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นและเศษสิ่งสกปรกไปทำความเสียหายกับเครื่องยนต์ ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนไส้กรองอากาศควรทำทุกๆ 15,000-30,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่และพื้นที่ หากขับในที่ที่ฝุ่นเยอะก็อาจจะต้องเปลี่ยนเร็วขึ้น 2. ไส้กรอง น้ำมันเครื่องยนต์ ไส้กรองน้ำมันเครื่องยนต์มีหน้าที่กรองสิ่งสกปรกและอนุภาคโลหะที่อาจหลุดออกมาจากการสึกหรอของเครื่องยนต์ ขณะที่น้ำมันเครื่องทำหน้าที่หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องควรทำพร้อมกับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก...

    เทศกาลปีใหม่ใกล้มาแล้ว! เช็ครถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

    การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวอย่างเทศกาลปีใหม่ มีความเสี่ยงสูงในเรื่องของการจราจรที่หนาแน่นและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น เช็ครถก่อนเดินทางไกล จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้การเดินทางปลอดภัยและมั่นใจ การตรวจสอบระบบต่างๆ ของรถก่อนออกเดินทางจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางได้ ยางรถยนต์ ควรตรวจสอบแรงดันลมยางให้มีระดับตามที่ผู้ผลิตแนะนำ และตรวจสอบสภาพของยางว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือการสึกหรอที่อาจทำให้เกิดปัญหาได้ นอกจากนี้ ลายดอกยางต้องมีความลึกพอสมควรเพื่อให้สามารถยึดเกาะถนนได้ดี ระบบเบรก - เช็ครถก่อนเดินทางไกล เริ่มจากการตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอ และไม่มีการรั่วซึม การตอบสนองของเบรกต้องมีความแม่นยำ โดยการกดแป้นเบรกจะต้องรู้สึกว่ามีการตอบสนองที่ดี ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป ส่วนผ้าเบรกก็ต้องตรวจสอบว่ามีการสึกหรอหรือไม่ หากผ้าเบรกสึกจนถึงจุดที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรเปลี่ยนผ้าเบรกทันที น้ำมันเครื่อง - เช็ครถก่อนเดินทางไกล น้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนการเดินทางไกล เนื่องจากน้ำมันเครื่องช่วยหล่อลื่นและป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงเกินไป หากระดับน้ำมันเครื่องต่ำอาจส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ...

    คู่มือการเติมลมยาง สำหรับรถแต่ละประเภท

    การเติมลมยาง เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการดูแลรักษารถยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก หรือแม้กระทั่งรถจักรยานยนต์ การเติมลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของยางได้ บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับความดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถแต่ละประเภท ความสำคัญของการตรวจสอบและปรับความดันลมยาง การเติมลมยางที่ถูกต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ ทั้งในเรื่องของการประหยัดน้ำมันและการยึดเกาะถนน หากลมยางอ่อนเกินไป จะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วและสิ้นเปลืองน้ำมัน หากลมยางแข็งเกินไป จะทำให้การยึดเกาะถนนลดลงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รถแต่ละประเภทควรเติมลมยางเท่าไหร่ ? รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมลมยางที่แรงลม 25 - 30 PSI รถยนต์ขนาดกลาง ควรเติมลมยางที่แรงลม 30 - 35...

    ปะยางแบบไหนดี? รู้จักข้อดีข้อเสียของการปะยางแต่ละประเภท

    การปะยาง เป็นวิธีแก้ปัญหายางรั่วที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย โดยสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการปะยางนั้นมีหลายวิธี แต่ละวิธีก็เหมาะกับสภาพการใช้งานและลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยางแตกต่างกันออกไป ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับประเภทของการปะยางและข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ 1. การปะยาง แบบแทงใยไหม การปะยางแบบนี้เหมาะสำหรับรูรั่วเล็ก ๆ ที่เกิดจากตะปูหรือของมีคมทิ่มแทง โดยใช้วัสดุที่เรียกว่า "ใยไหม" หรือ "ยางแทง" แทงเข้าไปในรูรั่วเพื่อปิดรอยรั่วอย่างรวดเร็ว เป็นการปะยางเพื่อทำให้รถสามารถขับเคลื่อนได้ปกติชั่วคราวเท่านั้น ข้อดี ใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 5-10 นาที) ราคาประหยัด เหมาะสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ข้อเสีย ไม่เหมาะกับรูรั่วขนาดใหญ่หรือบริเวณแก้มยาง ความทนทานน้อย...

    Latest articles

    spot_imgspot_img