More

    Bentley Continental GT S ใหม่ ไฮบริดแรง โหมดไฟฟ้าวิ่งไกล 50 กม.

    หลังจากเปิดตัวเจเนอเรชันที่ 4 มาได้เกือบ 2 ปี Bentley ก็เริ่มขยับตัวเติมไลน์อัพให้กับตระกูล Continental อีกครั้ง โดยส่ง GT S น้องใหม่ล่าสุดมาวางตำแหน่งคั่นกลางระหว่างรุ่นเริ่มต้น และตัวแรงอย่าง Speed กับ Supersports ซึ่งรายหลังสุดยังคงเป็นรุ่นเดียวในตระกูลที่ไม่มีระบบไฟฟ้ามาเกี่ยว และใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังเพียวๆ

    Bentley Continental GT S

    ขุมพลังลูกผสมที่ “เหนือกว่า” เครื่อง 12 สูบ

    GT S ยังคงใช้สูตรสำเร็จด้วยการจับคู่เครื่องยนต์ V8 ไฮบริด เข้ากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) แต่ความเด็ดอยู่ที่พละกำลังซึ่งพุ่งทะยานขึ้นอย่างมากจากการพ่วงระบบไฟฟ้า โดยแรงม้าเพิ่มขึ้นถึง 128 ตัว และแรงบิดขยับขึ้นอีก 160 นิวตันเมตร ทำให้ตัวเลขรวมอยู่ที่ 670 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 930 นิวตันเมตร แม้หลายคนจะยังอาลัยอาวรณ์เครื่อง W12 ที่ยุติบทบาทไปพร้อมกับรุ่น Batur แต่ Bentley ยืนยันหนักแน่นว่าขุมพลังไฮบริดชุดนี้ “สมรรถนะเหนือกว่า” เครื่อง 12 สูบตัวเดิมอย่างชัดเจน

    Bentley Continental GT S

    เทคโนโลยีจากรุ่นพี่ และโหมด EV ไร้เสียง

    จุดขายสำคัญอีกอย่างคือการ “Gliding” หรือการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียวๆ ได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่รุ่น GT S ได้รับการติดตั้งระบบ All-wheel steering (ล้อหลังเลี้ยวได้) และเฟืองท้ายไฟฟ้า e-LSD ซึ่งหยิบยืมมาจากรุ่น Speed รวมถึงระบบกันโคลงอัจฉริยะ 48 โวลต์ (Active Anti-roll system) ที่ช่วยให้รถนิ่งสนิทในทุกโค้ง

    ตัวเลขสมรรถนะที่น่าสนใจ:

    • 0-100 กม./ชม.: 3.5 วินาที (เร็วกว่ารุ่นเดิม 0.5 วินาที)

    • Top Speed: 306 กม./ชม.

    • เครื่องยนต์: V8 4.0 ลิตร Cross-plane ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า

    Bentley Continental GT S Bentley Continental GT S

    ดีไซน์ดุดันในรหัส “S”

    Bentley พยายามสร้างความแตกต่างให้รุ่น S ด้วยการตกแต่งเน้นความสปอร์ตขรึม ชุดแต่งภายนอกเน้นโทนสีดำ (Black accents) โคมไฟหน้า-หลังแบบรมดำ และปลายท่อไอเสียสีเข้ม ส่วนล้ออัลลอยมาตรฐานมาในสีทูโทน แต่มีออปชันให้เลือกเป็นสีดำล้วนสำหรับสายโหด

    ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับวัสดุหุ้มเบาะสีทูโทนเฉพาะรุ่น S ตกแต่งแผงคอนโซลด้วยวัสดุ Piano Black และสามารถเลือกออปชันชิ้นส่วนโลหะต่างๆ ให้เป็นโครเมียมรมดำ (Dark-tinted chrome) เพื่อคุมโทนความดุจากภายนอกสู่ภายใน

    Motor1 รายงานว่า ถือเป็นข่าวดีที่ Bentley ยังรักษาคำมั่นสัญญาที่จะไปต่อกับเครื่องยนต์สันดาป (Internal Combustion Engine) แม้จะต้องหันมาซบระบบไฮบริดก็ตาม ซึ่ง Frank-Steffen Walliser ซีอีโอคนใหม่ยืนยันว่าแบรนด์จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วย “ทางเลือกของขุมพลังที่หลากหลาย” แทนที่จะมุ่งไปทาง EV 100% เพียงอย่างเดียวตามแผนเดิม

    อย่างไรก็ตาม การหายไปของเครื่อง W12 อาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดขายของ Bentley ลดลง โดยในปี 2025 ยอดขายปิดที่ 10,100 คัน (ลดลง 4.8%) ต่อเนื่องจากปี 2024 ที่ยอดตกไปถึง 21.5% ในขณะที่แบรนด์ร่วมชายคาอย่าง Lamborghini กลับทำยอดขายทุบสถิติแซงหน้า Bentley ไปในช่วงสองปีที่ผ่านมา

    สำหรับ Bentley Continental GT S (เจเนอเรชันที่ 4) ในประเทศไทย ข่าวดีคือทาง เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้เริ่มเปิดรับคำสั่งจอง (Pre-order) สำหรับตระกูล New Continental GT โฉมใหม่เรียบร้อยแล้วครับ

    • ราคาเริ่มต้น: สำหรับโฉมใหม่ (เจเนอเรชันที่ 4) ขุมพลัง Ultra Performance Hybrid มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 18,400,000 บาท (ในรุ่นพื้นฐาน) ส่วนรุ่น GT S จะขยับราคาขึ้นไปตามลำดับการจัดตำแหน่งทางการตลาด

    • สิทธิประโยชน์ด้านภาษี: ช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจมาก เพราะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 (มีผลตั้งแต่ 1 มกราคมที่ผ่านมา) สำหรับรถกลุ่ม Plug-in Hybrid (PHEV) ที่มีเครื่องยนต์เกิน 3.0 ลิตร ทำให้ราคาค่าตัวของ Bentley รุ่นใหม่ๆ ที่หันมาใช้ระบบไฮบริดนี้มีความคุ้มค่าและ “ถูกลง” เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ในระดับเดียวกัน

    Source: Motor1

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts