Brado Carbon Buggy จัดแต่งสูตรผสมสุดแปลก แชสซีคาร์บอน+เครื่องยนต์บ็อกเซอร์

Brado เผยโฉม Carbon Buggy รถยนต์รุ่นแรกของค่ายด้วยการปลุกชีพรถแข่งทะเลทรายในตำนานอย่าง Dune Buggy ขึ้นมาทำใหม่ในร่างโมเดิร์น โดยเจ้าคันนี้เลือกที่จะสลัดระบบช่วยเหลืออิเล็กทรอนิกส์อันยุ่งเหยิงทิ้งไปทั้งหมด เพื่อมุ่งเน้นการส่งมอบอารมณ์การขับขี่แบบแอนะล็อกที่แท้จริง ด้วยการจับคู่โครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ระดับไฮเอนด์ เข้ากับขุมพลังยุคโอลด์สคูลที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ

Brado Carbon Buggy

โปรเจกต์นี้เกิดจากไอเดียของ Matias Mussetta และ Andrea Mazzuca โดยประวัติของ Mussetta นั้นไม่ธรรมดา เพราะเคยผ่านงานกับทีมแข่ง Scuderia Toro Rosso, Lamborghini, Dallara รวมถึงเคยรับหน้าที่ทีมเทคนิคให้กับฝั่ง Ferrari ในศึกความอึด 24 Hours of Le Mans มาแล้ว ส่วนงานดีไซน์ตกแต่งเป็นหน้าที่ของ Juan Manuel Diaz ดีไซเนอร์ชาวอาร์เจนตินา ผู้อยู่เบื้องหลังรถไอคอนิกอย่าง Alfa Romeo 8C Competizione, MiTo, Audi R8 Spyder และล่าสุดกับตัวแข่งแรลลี่ดาการ์อย่าง Audi RS Q e-tron

Carbon Buggy มาพร้อมงานออกแบบแนวเรียบหรูมินิมอล ตัวถังเป็นทรงอ่าง (Tub-style) ที่มีความโค้งมน เข้ารูปพอดิบพอดี ติดตั้งไฟหน้าทรงกลมคลาสสิกและหลังคาผ้าใบ มิติตัวถังมีความยาวเพียง 3,310 มิลลิเมตร ซึ่งสั้นกว่า Fiat 500 ถึง 322 มิลลิเมตร แต่ช่วงท้ายรถมีความกว้างถึง 1,810 มิลลิเมตร ซึ่งกว้างเทียบเท่ากับช่วงสะโพกของ Jeep Compass เลยทีเดียว

Brado Carbon Buggy

ห้องโดยสารมีให้เลือกทั้งแบบ 2 ที่นั่ง และ 4 ที่นั่ง ตัวรถเปิดโล่งท้าลมและแสงแดดเนื่องจากไม่มีบานประตูและกระจกหน้าต่าง ภายในตกแต่งด้วยหนังเกรดพรีเมียมผสมผสานกับผ้าใบมาตรฐานเรือยอร์ช (Marine-grade) และแซมด้วยวัสดุไทเทเนียม ที่สำคัญคือรถคันนี้ “ไม่มีหน้าจอดิจิทัล” หรือเทคโนโลยีล้ำสมัยใดๆ มาดึงความสนใจของผู้ขับขี่ มีเพียงปุ่มควบคุมแบบแมคคานิกไม่กี่แผง และมาตรวัดทรงกลมเดี่ยวที่ติดตั้งอยู่บนคอนโซลกลางสั่งทำพิเศษเท่านั้น

Brado Carbon Buggy

ภายใต้เปลือกนอกเป็นแชสซีแบบคาร์บอนไฟเบอร์มอนอค็อก พร้อมโครงสร้างโรลบาร์เปลือยเพื่อความปลอดภัย ขุมพลังวางท้ายเลือกใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ (ลูกสูบนอน) ระบายความร้อนด้วยอากาศจากค่าย VW จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์คู่ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดาขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น โดยรุ่นเริ่มต้นขนาด 1.8 ลิตร รีดกำลังได้ 85 แรงม้า (PS) ส่วนรุ่นขยับความจุเป็น 2.0 ลิตร จะขยับพละกำลังขึ้นไปอยู่ที่ 110 แรงม้า (PS)

ระบบช่วงล่างจัดชุดโช้คอัพแก๊สผสมน้ำมันแบบปรับระดับได้ พร้อมระบบดิสก์เบรกทุกล้อ ซึ่งทาง Brado มีออปชันให้เจ้าของรถเลือกตามลักษณะการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสเปก Off-Road ที่รัดด้วยยาง BF Goodrich หรือสเปก Hybrid Street สำหรับวิ่งทางเรียบที่มาพร้อมยาง Cooper Cobra

Brado วางตำแหน่งให้ Carbon Buggy เป็นรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดซีรีส์สำหรับกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่ชอบพักผ่อนแบบหรูหรา โดยรถทุกคันจะถูกสร้างขึ้นแบบ Bespoke ซึ่งผู้ซื้อสามารถมีส่วนร่วมในฐานะนักออกแบบร่วม เพื่อเลือกรายละเอียดสเปกต่างๆ ได้เองทั้งหมด ลึกไปจนถึงเฉดสีของลายสานคาร์บอนไฟเบอร์

ในตลาดปัจจุบัน Brado ไม่ใช่รายเดียวที่หยิบเอาพิมพ์เขียวของรถ Dune Buggy ในอดีตมาทำใหม่ เพราะแบรนด์อเมริกันอย่าง Meyers Manx ก็มีรถไฟฟ้า 100% รุ่น 2.0 ทำตลาดอยู่แล้ว รวมถึงรุ่นลิมิเต็ดตัวโหดอย่าง LFG ที่ใช้โครงสร้างคาร์บอนและวางเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-six) ที่พัฒนาโดยสำนักโมดิฟาย Porsche ชื่อดังอย่าง Tuthill นอกจากนี้ยังมี Callum Skye ที่ตีความรถบั๊กกี้ออกมาในอีกรูปแบบ โดยทำตลาดในฐานะรถไฟฟ้า EV สมรรถนะสูงที่พร้อมลุยไปในทุกสภาพภูมิประเทศ

Source: Carscoops

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts