สำหรับรถไฟฟ้าในปัจจุบัน บทบาทของมันอาจไม่ได้มีแค่ พาคนเดินทางไป – กลับ อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นตัวเร่งความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการอยู่อาศัย และการขยายตัวของเศรษฐกิจ จากพื้นที่ที่เคยเงียบเป็นเพียงชานเมือง อาจถูกปลุกให้ตื่นเมื่อมีรถไฟฟ้าผ่าน เช่นเดียวกับในพื้นที่ กรุงเทพฯ โซนเหนือ และรอยต่อจังหวัดปทุมธานี ที่ระบบรถไฟฟ้ากำลังจะเข้ามาเติมเต็ม ยกระดับพื้นที่ ให้เป็นทำเลทองที่น่าจับตามองในอนาคต
พื้นที่ กรุงเทพฯ โซนเหนือ และรอยต่อจังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะโซนพหลโยธิน – คูคต – ลำลูกกา และฝั่งรังสิต ที่ถนนวิภาวดีรังสิต กำลังเปลี่ยนสถานะจากชานเมือง ไปสู่ เมืองส่วนขยาย ที่อาจมีความคึกคักมากกว่าเดิม
ปัจจัยหลักในการยกระดับพื้นที่ให้ดูมีชีวิตชีวากว่าเดิม คือบทบาทของรถไฟฟ้าที่กำลังขยายเส้นทางเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ช่วงนี้มีรถไฟฟ้าหลักถึง 2 สาย ที่มีอิทธิพลโดยตรง
- รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ปลายทางคูคต
- รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ซึ่งมีแผนขยายเส้นทางจากรังสิตไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
แน่นอนว่า การมาของรถไฟฟ้าทั้งสองสายช่วยทำให้พื้นที่รอบนอกเชื่อมต่อกับเมืองชั้นในมากขึ้น
สายสีเขียว เปลี่ยนบทบาทพหลโยธิน
รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เปิดให้บริการในช่วงถนนพหลโยธิน คูคต – ลำลูกกา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพื้นที่ จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนตามแนวราบและพื้นที่ว่างเปล่า ตอนนี้มีการขยับบทบาทกลายเป็นทำเลทำหรับที่อยู่อาศัยและพื้นที่พาณิชย์มากขึ้น
- เดินทางสะดวก เชื่อมต่อเมืองชั้นในได้ง่าย
- พื้นที่รอบสถานีเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมและอาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น
- ราคาที่ดินในหลายจุดขยับขึ้นประมาณ 2 – 3 แสนบาทต่อตารางวา
- ความต้องการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้น
- ตอบโจทย์คนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการอยู่อาศัยใกล้ระบบขนส่ง ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว
- เป็นทำเลที่มีศักยภาพทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งค้าและการบริการ ในระยะเดินถึงสถานี
นอกจากนี้การมาของรถไฟฟ้าจึงทำให้ภาพรวมของโซนพหลโยธิน กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของ กรุงเทพฯ โซนเหนือ
สายสีแดง ยกระดับรังสิต
สำหรับฝั่งรังสิต โดยเฉพาะช่วงถนนวิภาวดีรังสิต รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ได้เข้ามาเปลี่ยนบทบาทพื้นที่ให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ได้โดยตรง
ที่สำคัญแผนการขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อจากรังสิต ไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะช่วยเพิ่มความคึกคักให้พื้นที่ได้มากกว่าเดิม เช่น
- การเดินทางของนักศึกษาและบุคลากรสะดวกขึ้น
- ความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้สถานีเพิ่มขึ้น
- มีการขยายเพิ่มจำนวนร้านค้าและบริการรอบสถานีมากกว่าเดิม
ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนภาพจำ ทำให้รังสิตไม่ได้เป็นแค่เมืองรอง แต่กำลังมีการพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจย่อยของกรุงเทพฯ โซนเหนือ
รังสิตชาญเมืองที่มีศักยภาพสูง
นายวสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) ละกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาประเมินค่าทรัพย์สิน ระบุว่า ย่านรังสิตเป็นพื้นที่ศักยภาพสูง ทำหน้าที่เป็นฮับของกรุงเทพมหานครตอนเหนือและจังหวัดใกล้เคียง การมีรถไฟฟ้าสองระบบหลักตัดผ่าน ช่วยยกระดับพื้นที่ให้แตกต่างจากชานเมืองทั่วไป
นอกจากนี้ รังสิตยังเป็นแหล่งรวมศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์การค้าระดับภูมิภาค นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมของที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรจำนวนมาก ในบริเวณ รังสิต-องครักษ์
โครงการใหญ่ตัวกระตุ้นใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ยกระดับย่านรังสิตให้มีความคึกคักกว่าเดิม คือที่ดินกว่า 700 ไร่ ของ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจำกัด(มหาชน) หรือ CPN ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสในอนาคต ที่อาจดึงดูดการลงทุนเข้ามาในพื้นที่ ทำให้เกิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ตามมา
ทั้งนี้การปรับผังเมืองใหม่ของจังหวัดปทุมธานี ได้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่อุตสาหกรรม เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ทำให้สามารถพัฒนาพื้นที่ได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันราคาที่ดินในบางพื้นที่ มีมูลค่าประมาณ 1 แสนบาทต่อตารางวา โดยเซ็นทรัลวางแผนผลักดันราคาที่ดินเพิ่มเป็น 2 – 3 แสนบาทต่อตารางวา ในอนาคต
รถไฟฟ้าไม่ใช่ทางผ่าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองใหม่
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าทั้งสายสีเขียว และสายสีแดงที่กำลังมีการขยายเส้นทาง จะช่วยให้การพัฒนาพื้นที่ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในถนนสายหลัก แต่มีโอกาสที่จะกระจายตัวออกไปตามแนวราง ส่งผลให้พื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ และปทุมธานี เริ่มกลายเป็นผืนเมืองเดียวกันมากขึ้น
ดังนั้นรถไฟฟ้าอาจไม่ได้เป็นแค่ระบบขนส่งที่พาผู้คนไปถึงจุดหมาย แต่กำลังปลุกเมืองที่เงียบให้มีชีวิตชีวา เกิดชุมชนใหม่ ดึงดูดนักลงทุน ร้านค้าหรืองานบริการใหม่เข้ามา ทำให้ที่ดินและทรัพย์สินในพื้นที่แนวรางของกรุงเทพโซนเหนือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
ข้อมูลและรูปภาพจาก : thansettakij
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













