BYD SEALION 08 ที่มาพร้อมพลังอีวีล้วนและปลั๊กอินไฮบริดประเดิมตลาดเมืองจีนล่าสุดเปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว
BYD SEALION 08 ลักชัวรีรุ่นเรือธงของตระกูลมหาสมุทรในร่างเอสยูวีไซซ์ยักษ์โดยงานดีไซน์มาในสไตล์ Ocean Aesthetics ด้วยโคมไฟหน้า DRL LED แบบ ICE EYE ดีไซน์เอกลักษณ์แนวยาวมีแถบไฟคั่นกลาง ใช้การเจียระไนเพชรผนังหนา (Thick-walled diamond-cutting) ทำให้ตัวโคมไฟมีมิติสะท้อนแสงที่คมชัดและดูพรีเมียม
ความสว่างของไฟหน้าด้วยแหล่งกำเนิดแสง LED กำลังสูงถึง 132 ดวงช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ตอนกลางวันและกลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมไฟหน้า LED แนวตั้ง 2 ฝั่ง ติดตั้งระบบ LiDAR บนหลังคารถ พร้อมมือจับประตูแบบเรียบเนียน
กระจกเสา B และ C ดีไซน์เป็นหนึ่งเดียวกับตัวถังด้วยเส้นสายตัวถังที่เรียบลื่น ล้อกับยางเลือกได้ตั้งแต่ขนาด 20 กับ 21 นิ้ว ใช้ยางขนาด 255/50R20 หรือ 275/45R20 หรือ 265/45R21 และไฟท้าย LED แนวยาวพร้อมฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ตัวรถไซซ์ใหญ่มีมิติดังนี้
- ความยาว 5,115 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,999 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,800 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,030 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,595-2,645 กิโลกรัม
- ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงด้านหน้า 201 ลิตรในรุ่นอีวี
ภายในหรู 3 แถว

มาแบบ 6 ที่นั่ง 2+2+2 และ 5 ที่นั่ง 2+3 พร้อมออปชันความสบายอีกเพียบทั้งเบาะนั่งคู่หน้า ปรับไฟฟ้าด้านคนขับปรับ 8 ทิศทาง และคนนั่ง 6 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันเบาะนั่งแบบเลื่อนและเอนได้ปรับไฟฟ้าคู่หน้า เลื่อนเอน นวด เบาะเย็น อุ่นเบาะได้ และนวด 10 จุด
เบาะนั่งตอนที่ 2 สไตล์ผู้บริหารแบบ Captain Seat แบบแยกเดินทะลุไปที่ตอนที่ 3 พร้อมที่วางขาไฟฟ้า Zero Gravity ระบบนวดและรองรับบั้นเอว มีที่วางแก้วในที่วางแขน มีโต๊ะพับได้อยู่ด้านหน้าผู้โดยสารด้านหลังขวา พร้อมความจุสัมภาระด้านท้าย
มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ 943 ลิตร กรณีไม่พับเบาะตอนที่ 2 ในขณะที่รุ่น 6 ที่นั่งมีพื้นที่ 317 ลิตร กรณีไม่พับเบาะตอนที่ 3 และเมื่อพับทั้งตอนที่ 2 กับ 3 ขยายได้ถึง 1,173 ลิตร

คอนโซลหน้ามาแบบ 2 จอทั้งมาตรวัดความเร็ว LCD สีขนาด 12.3 นิ้ว จอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาดใหญ่แบบลอยตัวคาดขนาด 17.3 นิ้ว จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือคอนโซลหน้า AR-HUD ขนาด 26 นิ้ว
พร้อมชิประมวลผลจากระบบปฏิบัติการทำให้การทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับตัวรถทั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และฟังก์ชันภายในรถแม่นยำฉับไวขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงท้ายตัด 3 ก้าน
กระจกมองหลังอัจฉริยะ เกียร์อัตโนมัติมาแบบเกียร์คอ พร้อมลำโพงคุณภาพ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ ซึ่งให้ความรู้สึกโปร่งสบาย เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิ 3 โซน three-zone air conditioning พร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light

ที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50W มีช่องเสียบ USB แบบ Type-C และ Type-A รวมถึงช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC ปลั๊กเสียบ 220V พร้อมตู้เย็น 7.3 ลิตร เชื่อมต่อ Bluetooth อิสระจากกัน ลำโพง 25 จุดรอบคันจาก DEVIALET แผงเพดานขึ้นรูปด้วยวัสดุหนังกลับ ติดตั้งจอเพดานขนาดใหญ่ 21.4 นิ้ว

ขุมพลังอีวีล้วนจากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน Blade เจนที่ 2 และเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว มีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง Long Range น้ำหนักรถอยู่ที่ 2,595 กิโลกรัม ซึ่งคิดเป็น 31.2% ของน้ำหนักรถทั้งหมด
น้ำหนักแบตเตอรี่มากถึง 810.5 กิโลกรัม ให้กำลัง 503 แรงม้า พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 115.072 kWh วิ่งไกล 900 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 868 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ในช่วง 3.9 วินาที

รุ่นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ จากมอเตอร์ล้อหน้าให้กำลัง 292 แรงม้า และมอเตอร์ล้อหลัง 503 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 796 แรงม้า
ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5.9 วินาที วิ่งไกล 800 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 772 กิโลเมตร (NEDC) ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP 115.072 kWh น้ำหนักรถทั้งหมด 2,710 กิโลกรัม
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM เจเนอเรชันที่ 5 จากขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 156 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP 55.84 kWh มีให้เลือกทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง DM-i 272 แรงม้า วิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วนไกลสุด 400 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 386 กิโลเมตร (NEDC)
และรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ DM-p โดยมอเตอร์หน้าและหลังให้กำลังเท่ากัน 272 แรงม้า ให้กำลังรวม 544 แรงม้า วิ่งด้วยระบบไฟฟ้าล้วนตามมาตรฐาน CLTC 350 กิโลเมตร หรือ 338 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลทุกระบบรวมกัน 1,650 กิโลเมตร

มาพร้อมควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะคาดยกมาจาก DENZA D9 กับช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ และช่วงล่างถุงลมสองห้องสามารถปรับความนุ่มนวลตามสภาพถนนได้ และช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye” 5.0 (DiPilot 5.0) ที่สามารถใช้งานฟังก์ชั่น Navigate On Autopilot (NOA) บนถนนในเมืองและทางหลวงได้

BYD SEALION 08เปิดขาย 8 รุ่นย่อยแบ่งเป็นรุ่นอีวีล้วน 5 รุ่น และรุ่นปลั๊กอินไฮบริดอีก 3 รุ่น เปิดราคาอย่างเป็นทางการที่จีนเริ่มต้น 229,900-279,900 YUAN หรือราว 1,129,000-1,375,000 บาท ล่าสุดกวาดยอดจองกว่า 12,000 คันหลังเปิดราคาภายใน 24 ชั่วโมงของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา
ที่มา CarNewsChina1
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day
