สำหรับใครที่เริ่มเห็นป้ายวงกลมใกล้หมดอายุ หรือเผลอปล่อยให้หมดไปแล้ว อย่ารอช้า ต้องรีบจัดการ เพราะการต่อทะเบียนรถประจำปี สำคัญมาก หากปล่อยขาดนานๆ อาจเจอค่าปรับ และเสี่ยงโดนระงับทะเบียน วันนี้ car2day เลยสรุปวิธี ต่อทะเบียนรถปี 2569 ให้ครบ ทั้งเรื่องเอกสาร ช่องทางต่อทะเบียน พร้อมอัปเดตข่าวดีสาย EV ที่ปีนี้ยังได้สิทธิ์ลดภาษีอยู่
ทำไมต้องต่อทะเบียนรถทุกปี?
การต่อทะเบียน หรือภาษีรถประจำปี เป็นข้อบังคับตามกฎหมายของ กรมการขนส่งทางบก เพื่อยืนยันว่ารถยังพร้อมใช้งาน ถูกต้องตามกฎหมาย และมีความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. หากไม่ได้ต่อทะเบียน จะถือว่าใช้รถผิดกฎหมายทันที
ขั้นตอนการต่อทะเบียนรถประจำปี
การต่อทะเบียนรถไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เพียงแค่ตรวจสอบเงื่อนไขของรถ เตรียมเอกสารให้ครบ และเลือกช่องทางต่อทะเบียนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ก็สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว
- ตรวจสอบวันหมดอายุทะเบียนรถ
เช็กจากป้ายวงกลมหน้ารถ หรือดูข้อมูลผ่านระบบของ กรมการขนส่งทางบก เพื่อให้รู้ว่าต่อได้ล่วงหน้ากี่วัน - ตรวจสอบว่ารถต้องตรวจสภาพหรือไม่?
ดูอายุการใช้งานของรถเป็นหลัก หากรถถึงเกณฑ์ที่กำหนด ต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อนจึงจะสามารถต่อทะเบียนได้ - ซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ล่วงหน้า
ต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุเกิน 90 วัน เพราะระบบจะไม่อนุญาตให้ต่อทะเบียนหากไม่มีประกันภาคบังคับ - เตรียมเอกสารให้ครบ
รวบรวมเอกสารที่ใช้ต่อทะเบียนให้พร้อมตามเงื่อนไขของรถแต่ละประเภท เพื่อให้ขั้นตอนการดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว - เลือกช่องทางต่อทะเบียน
สามารถดำเนินการได้ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เลือกได้ตามความสะดวกและความเร่งด่วนของผู้ใช้รถ โดยแต่ละช่องทางมีขั้นตอนและระยะเวลาการรับป้ายภาษีแตกต่างกัน - ชำระค่าภาษีรถประจำปี
ระบบจะคำนวณภาษีตามประเภท ขนาดเครื่องยนต์ อายุการใช้งาน และสิทธิ์ลดหย่อน จากนั้นชำระเงินตามช่องทางที่เลือก - รับป้ายภาษีใหม่
-แบบออนไลน์ รอรับทางไปรษณีย์ หรือรับจากตู้ Kiosk
-แบบออฟไลน์บางจุด สามารถรับป้ายได้ทันที - ติดป้ายและใช้งานรถได้ตามปกติ
เมื่อได้รับป้ายภาษีเรียบร้อย ให้ติดไว้ที่รถในตำแหน่งที่กำหนด ก็สามารถใช้งานรถได้ตามปกติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เอกสารที่ต้องมี
ก่อนจะกดต่อทะเบียน ไม่ว่าจะออนไลน์หรือไปที่สำนักงานขนส่ง การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยประหยัดเวลา ลดข้อผิดพลาด และไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเอกสารหลายรอบ โดยเอกสารหลักๆ มีดังนี้
- คู่มือจดทะเบียนรถ
ใช้ได้ทั้งตัวจริงและสำเนา สำหรับรถที่ติดไฟแนนซ์ ใช้สำเนาที่ได้จากธนาคารได้เลย - พ.ร.บ. รถยนต์
ต้องซื้อให้เรียบร้อยก่อน และวันหมดอายุต้องเหลือมากกว่า 90 วัน ถึงจะต่อภาษีได้
- ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (ตรอ.)
-รถยนต์: อายุครบ 7 ปีขึ้นไป (จดทะเบียนปี 2562 หรือก่อนหน้า)
-มอเตอร์ไซค์: อายุครบ 5 ปีขึ้นไป (จดทะเบียนปี 2564 หรือก่อนหน้า)
- ใบรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบและอุปกรณ์ (สำหรับรถติดแก๊ส)
เฉพาะรถที่ติดตั้ง LPG หรือ NGV เท่านั้น
แนะนำช่องทางสำหรับการต่อทะเบียน
ช่องทางออนไลน์ สำหรับสายชิล ไม่อยากออกจากบ้าน
เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก ไม่อยากเดินทางไปสำนักงานขนส่ง สามารถต่อทะเบียน ชำระเงิน และติดตามสถานะได้ครบในที่เดียว แค่มีเอกสารพร้อมก็จัดการได้จากบ้าน ประหยัดเวลาและลดขั้นตอนยุ่งยากไปได้เยอะ
- เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก
เข้าใช้งานผ่านระบบ e-Service ที่เว็บไซต์ : https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf สามารถต่อทะเบียนและชำระเงินได้โดยตรง
โดยอ่านขั้นตอนการต่อภาษีระบบ e-Service ได้ที่ : https://car2day.com/online-car-tax-renewal/ - แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax
แอปหลักใช้งานง่าย สามารถชำระเงิน ตรวจสอบข้อมูลรถ และเลือกได้ทั้งรอรับป้ายภาษีทางไปรษณีย์ หรือรับผ่านตู้ Kiosk รองรับทั้งระบบ iOS และ Android
- แอปพลิเคชันอื่นๆ
เช่น แอปธนาคารในเมนูจ่ายบิล และ TrueMoney Wallet เป็นอีกทางเลือกที่สะดวก ชำระเงินได้รวดเร็ว เหมาะกับคนที่คุ้นเคยในการทำธุรกรรมผ่านมือถืออยู่แล้ว

ช่องทางออฟไลน์ สายรีบ อยากได้ป้ายทันที
เหมาะกับคนที่ต้องใช้แบบเร่งด่วน ต้องการรับป้ายภาษีทันที ไม่อยากรอจัดส่ง แค่เตรียมเอกสารให้ครบ ก็สามารถดำเนินการและใช้งานรถได้ทันที
- บริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax)
ขับรถเข้าไปชำระเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องลงจากรถ ใช้บริการได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ - เคาน์เตอร์เซอร์วิส
ใช้บริการได้ที่ 7-Eleven ทุกสาขา เฉพาะรถยนต์อายุไม่เกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์อายุไม่เกิน 5 ปี ที่ยังไม่ต้องตรวจสภาพ - ที่ทำการไปรษณีย์ไทย
ให้บริการทุกสาขาทั่วประเทศ เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่สะดวกติดต่อใกล้บ้าน - ห้างสรรพสินค้า (Shop Thru for Tax)
เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ ในห้างที่เข้าร่วมโครงการ เช่น Big C และ Central บางสาขา - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
รองรับการต่อทะเบียนและชำระภาษี เหมาะกับประชาชนในต่างจังหวัด
ถ้าไม่ต่อทะเบียนรถ จะเป็นยังไง?
การปล่อยให้ทะเบียนรถหรือหมดอายุ จะถือว่าเป็นการใช้รถแบบไม่ถูกกฎหมาย เมื่อถูกเรียกตรวจสอบจะส่งผลเสียและมีค่าปรับตามอายุตามมา โดยข้อเสียของการปล่อยให้รถทะเบียนขาดคือ
- ผิดกฎหมายทันทีเมื่อใช้รถ
- เสียค่าปรับเพิ่มตามระยะเวลาที่ขาดต่อ อย่างน้อย 200 บาท (เพิ่มตามระยะเวลาที่ขาดการต่อทะเบียน)
- หากขาดการต่อเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ ต้องจดทะเบียนใหม่ ซึ่งยุ่งยากและเสียเงินมากกว่าเดิม
- มีปัญหาเรื่องประกันและความคุ้มครอง
- รถที่ทะเบียนขาด จะไม่สามารถโอน เปลี่ยนชื่อ หรือทำธุรกรรมกับ กรมการขนส่งทางบก ได้ตามปกติ
สำหรับรถที่ขาดการต่ออายุ ทำอย่างไรได้บ้าง?
หากรถขาดการต่อทะเบียน ไม่ได้แปลว่าจะแก้ไขไม่ได้ แต่แนวทางการดำเนินการจะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาที่ขาดต่อ ผู้ใช้รถควรรู้สถานะของตัวเองก่อน เพื่อเลือกขั้นตอนให้ถูกต้องและไม่เสียเวลาดำเนินการเพิ่ม
- ขาดต่อไม่เกิน 1 ปี
ยังสามารถนำรถไปต่อทะเบียนได้ตามปกติ แต่ต้องชำระภาษีประจำปีพร้อมค่าปรับตามระยะเวลาที่ขาด - ขาดต่อเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี
ต้องตรวจสภาพรถใหม่ทุกกรณี แม้ว่ารถจะยังไม่ถึงเกณฑ์อายุตรวจสภาพตามปกติ พร้อมชำระภาษีที่ค้างและค่าปรับให้ครบก่อน จึงจะสามารถต่อทะเบียนได้ - ขาดต่อเกิน 3 ปีขึ้นไป
ทะเบียนรถจะถูกระงับ ไม่สามารถต่อทะเบียนตามขั้นตอนปกติได้ ต้องดำเนินการจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด ซึ่งมีขั้นตอนมากขึ้นและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการต่ออายุทั่วไป
ทั้งนี้ ระหว่างที่รถขาดการต่อทะเบียน ไม่ควรนำออกมาใช้งานบนถนนสาธารณะ เพราะถือว่าใช้รถผิดกฎหมาย มีความเสี่ยงถูกปรับหรือเรียกตรวจสอบได้ ดังนั้นควรรีบจัดการทันทีที่รู้ตัว

อัปเดตข่าวดี ภาษีรถ EV ปี 2569
สำหรับ ปี 2569 ยังเป็นปีที่มีผลดีสำหรับคนใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อยู่เพราะรัฐบาลมีการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ให้รถไฟฟ้ามีอัตราภาษีต่ำกว่าเดิม เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสะอาดในประเทศ
- สำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าล้วน 100% (BEV) ภาษีสรรพสามิตถูกกำหนดให้อยู่ที่ ราว 2% จากเดิมสูงกว่า 8%
- ในปี 2569 ยังมี สิทธิพิเศษสำหรับรถ EV ที่จดทะเบียนระหว่าง ต.ค. 2565 – ก.ย. 2568 คือได้ ส่วนลดภาษีประมาณ 80% สำหรับภาษีประจำปี
โดยสามารถดูรายละเอียดภาษีได้ที่ https://car2day.com/new-car-tax-2569/
อย่างไรก็ตาม การต่อทะเบียนรถปี 2569 อาจไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวล เพียงเตรียมเอกสารให้ครบ เลือกช่องทางต่อทะเบียนที่เหมาะกับตัวเอง และเมื่อต่อเสร็จแล้วควรติดป้ายภาษีให้เรียบร้อย เพื่อใช้งานรถได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากทำตามขั้นตอนและไม่ปล่อยให้ทะเบียนขาด ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงค่าปรับและไม่ต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็นในภายหลัง
ข้อมูลจาก : sanook.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่: car2day.com











