ในโลกของยานยนต์ เครื่องหมาย “5 ดาว” จาก Euro NCAP คือใบประกาศเกียรติคุณที่การันตีว่ารถคันนั้นปลอดภัยที่สุด แต่สำหรับปี 2026 มาตรฐานนี้กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เมื่อองค์กรทดสอบความปลอดภัยของยุโรปประกาศปรับ เกณฑ์การให้คะแนน Euro NCAP ใหม่ โดยไม่ได้มองแค่เรื่องแรงกระแทกจากการชนอีกต่อไป แต่เน้นไปที่ “ความง่ายในการควบคุม” และ “ความปลอดภัยหลังอุบัติเหตุ” มากขึ้น
วันนี้ Car2Day จะพาทุกคนไปเจาะลึก 4 เสาหลักความปลอดภัยใหม่ ที่ค่ายรถต้องสอบให้ผ่าน หากยังอยากรักษามาตรฐาน 5 ดาวเอาไว้
สรุปภาพรวม เกณฑ์การให้คะแนน Euro NCAP 2026 Protocol
ตั้งแต่มกราคมปี 2026 เป็นต้นไป เกณฑ์การให้คะแนน Euro NCAP จะถูกแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลักที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของการเกิดอุบัติเหตุ ดังนี้ครับ:
1. Safe Driving: การขับขี่ที่ปลอดภัย
หมวดนี้คือจุดที่สร้างกระแสฮือฮาที่สุด เพราะ Euro NCAP หันมาให้ความสำคัญกับ “สมาธิของคนขับ” โดยมีหัวใจสำคัญคือ:
-
คืนชีพปุ่มกดจริง (Physical Controls): รถที่จะได้ 5 ดาว ต้องมีปุ่มกดจริงสำหรับฟังก์ชันสำคัญ เช่น ไฟเลี้ยว, ไฟฉุกเฉิน, ที่ปัดน้ำฝน, แตร และปุ่ม SOS เพื่อลดการละสายตาไปจ้องหน้าจอสัมผัส
-
ระบบตรวจสอบคนขับ (Occupant Monitoring): พัฒนาไปถึงขั้นตรวจจับอาการเมาค้างหรือการใช้สารเสพติด รวมถึงตรวจจับอาการเหนื่อยล้าผ่านดวงตาและศีรษะที่แม่นยำขึ้น
-
HMI (Human Machine Interface): ประเมินว่าเมนูบนหน้าจอใช้งานยากเกินไปจนดึงความสนใจคนขับออกจากถนนหรือไม่
2. Crash Avoidance: การหลีกเลี่ยงการชน
เป้าหมายคือ “ไม่เกิดเหตุเลยดีที่สุด” โดย เกณฑ์การให้คะแนน ในหมวดนี้จะเข้มงวดกับระบบ ADAS มากขึ้น:
-
Motorcyclist Safety: ระบบเบรกฉุกเฉิน (AEB) ต้องตรวจจับรถจักรยานยนต์ได้ดีเยี่ยมในทุกสถานการณ์ แม้จะเป็นทางแยกที่มองเห็นยาก
-
Intersection Safety: เพิ่มการทดสอบการเลี้ยวที่ทางแยก ว่าระบบตรวจจับคนเดินถนนและคนขี่จักรยานทำงานได้ทันท่วงทีหรือไม่
3. Crash Protection: การปกป้องเมื่อเกิดการชน
ไม่ใช่แค่ความแข็งแรงของโครงสร้างเหล็ก แต่คือการปกป้อง “ทุกคน” ในรถ:
-
Equity in Safety: Euro NCAP จะใช้หุ่นทดสอบที่หลากหลายสรีระมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าถุงลมนิรภัยอัจฉริยะ (Adaptive Airbags) จะปกป้องได้ทั้งเด็ก ผู้หญิงร่างเล็ก และผู้สูงอายุ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
-
Side Impact: เพิ่มการทดสอบแรงกระแทกจากด้านข้างที่รุนแรงขึ้น เพื่อลดการบาดเจ็บที่กระดูกซี่โครงและอวัยวะภายใน
4. Post-Crash Safety: ความปลอดภัยหลังเกิดเหตุ
หมวดนี้สำคัญมากสำหรับยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีสมัยใหม่:
-
มือจับประตูแบบซ่อน (Pop-up Handles): เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบต้องคลายล็อคและยื่นมือจับออกมาให้กู้ภัยเปิดได้ทันที
-
Rescue Support: ค่ายรถต้องจัดทำแผนผังรถ (Rescue Sheets) ที่กู้ภัยสแกนดูจุดตัดถ่างได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมีระบบป้องกันไฟลุกไหม้จากแบตเตอรี่ EV หลังเกิดเหตุอย่างน้อย 90 นาที
-
Submerged Car: กระจกไฟฟ้าและระบบล็อคประตูต้องยังทำงานได้ในระยะเวลาที่กำหนดเมื่อรถตกน้ำ เพื่อให้ผู้โดยสารหนีออกมาได้
Car2Day ก็มีความเห็นว่า : ล้ำอย่างเดียวไม่พอ ต้อง “ใช้ง่าย” และ “ช่วยชีวิต” ได้จริง
การปรับ เกณฑ์การให้คะแนน ในปี 2026 เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนไปยังค่ายรถทั่วโลก ว่าความล้ำสมัยของหน้าจอสัมผัสหรือดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว จะมีค่าเพียงศูนย์ทันทีถ้ามันทำให้ความปลอดภัยพื้นฐานลดลง
สำหรับพวกเราคนใช้รถ นี่คือข่าวดีครับ! เพราะในอนาคตเราจะได้เห็นรถยนต์ที่ไม่ได้มีดีแค่จอสวยๆ แต่เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องเราในทุกสถานการณ์อย่างแท้จริง
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ










