Ford จัดโปรโมชันเด็ดต้อนรับปีม้าด้วย Ford Everest Titanium+ 7 ที่นั่งหรูรุ่นพลังเทอร์โบคู่ กับแคมเปญ ‘NEW YEAR, NEW FORD’

Ford Everest Titanium+ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พร้อมลุย หรูหรา และสนุกในทุกการเดินทาง โดยขาย 2 รุ่นย่อยมาพร้อมราคาพิเศษลดราคาจากเดิม 168,000-200,000 บาท ดังนี้
- รุ่น Titanium+ ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาปกติ 1,767,000 บาท) เพียง 30 สิทธิ์
- รุ่น Titanium+ 4×4 ราคาพิเศษ 1,717,000 บาท (ราคาปกติ 1,917,000 บาท) เพียง 70 สิทธิ์

ภายนอกหรูด้วยชุดโครเมียม
รูปโฉมภายนอกได้รับการพัฒนาให้มีความแข็งแกร่ง ดุดัน พร้อมลุยทุกเส้นทาง สร้างสรรค์รูปลักษณ์ที่ดูล้ำสมัยและบึกบึนมากขึ้น ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED รูปตัว C ไฟตัดหมอกหน้า LED วัสดุป้องกันช่วงล่าง ตะขอคู่หน้า ด้านข้างตกแต่งสีเงินสุดหรูด้วยราวหลังคารถแบบ Built-In เสาอากาศแบบเสาสั้น พร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ Panoramic Moonroof สองบานใหญ่
ชุดแต่งโครเมียมสีเงินหรูตั้งแต่ กรอบกระจก กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED พร้อมไฟส่องสว่างใต้กระจกมองข้าง ที่เปิดประตูดึงก้าน ช่องระบายอากาศตรงบังโคลนสองข้างเข้มด้วยสีดำขอบโครเมียม บันไดข้างสีดำขอบโครเมียม พร้อมล้ออัลลอยใหญ่สุด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/55 R20
ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ตัว U คว่ำแบบ Signature พร้อมไฟส่องสว่างแบ่งเป็นโซน ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมชุดเซนเซอร์เปิดฝาท้ายแบบสามารถใช้เท้าเตะได้ Kick Activated และระบบป้องกันการหนีบในชุดกันชนหลังแบบสีเดียวกับตัวรถพร้อมคิ้วสีดำใต้กันชนหลัง มิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,914 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,923 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,842 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 227 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,010-2,510 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร

ภายในลักชัวรี
ห้องโดยสารแตกต่างโดยสิ้นเชิงพร้อมอุปกรณ์และการตกแต่งภายในห้องโดยสาร โดยนำแรงบันดาลใจมาจากบ้านสมัยใหม่ การใช้วัสดุตกแต่งที่ให้ความรู้สึกหรูหรา พร้อมสอดรับกับฟังก์ชันอื่นๆหลายส่วน ตั้งแต่แผงหน้าปัดด้านหน้าที่วางเต็มความกว้างของพื้นที่ คอนโซลกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง และที่วางแก้วน้ำแบบพับเก็บได้สำหรับเบาะคู่หน้า ระบบการชาร์จแบบไร้สาย ติดตั้งไฟสร้างบรรยากาศในทุกส่วนที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เกียร์อัตโนมัติหุ้มด้วยหนังสวยงามจับถนัดมือพร้อมเบรกมือไฟฟ้า นอกจากความประณีตและความสะดวกสบายยิ่งขึ้นแล้วยังให้ความสำคัญกับการยกระดับอุปกรณ์เชื่อมต่อการสื่อสารและเทคโนโลยีอันทันสมัย ด้วยแผงมาตรวัดดิจิทัล 12.4 นิ้ว

หน้าจอแบบสัมผัสความคมชัดสูงขนาด 12 นิ้ว มาพร้อมระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร SYNC® 4A พร้อมรองรับการสั่งงานด้วยเสียงเพื่อการสื่อสาร ควบคุมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และแอปพลิเคชัน FordPass™ ช่วยให้ลูกค้านัดเข้ารับบริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้
พร้อมลำโพง 8 จุด หน้าจอทัชสกรีนแนวตั้งยังเชื่อมต่อกับกล้อง 360 องศาในโดยมีหน้าจอแยกส่วนเพื่อให้จอดรถได้สะดวกยิ่งขึ้นในพื้นที่แคบ หรือช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการเดินทางบนสภาพเส้นทางที่มีความสมบุกสมบัน ช่องต่อไฟ 12V Power Sockets และ 230 V หลังกล่องคอนโซลกลาง เสียบปลั๊กต่อชาร์จมือถือ โน้ตบุ๊คได้ มีสวิตช์ควบคุมการทำงานของแอร์หลังได้

เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง รองรับการจดจำการตั้งค่าส่วนตัวของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และเบาะนั่งแถว 2 เบาะนั่งแถวที่ 3 เข้า-ออกได้ง่ายขึ้น ด้วยการออกแบบให้เบาะนั่งแถวที่ 2 ขยับมาด้านหน้ามากกว่าเดิม

นอกจากนี้ ผู้โดยสารทุกคนยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระ ชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตนเองได้ด้วยการติดตั้งปลั๊กไฟทั้ง 3 แถว เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับเลื่อนได้ และพับได้แบบแบ่ง 60:40 ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 ซึ่งทำให้รถจุผู้โดยสารได้ 7 คน แบ่งที่นั่งในอัตราส่วน 50:50 พับได้แบบไฟฟ้า ที่สำคัญเบาะแถวที่ 2 และ 3 ยังพับได้แบบแบนราบเพื่อการบรรทุกสัมภาระยาวๆ ได้อย่างปลอดภัย

ขุมพลังที่คุ้นเคย
กับดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร ดีเซลเทอร์โบคู่ Bi-Turbo รหัส YNWS 2.0 ลิตร 210 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,750-2000 รอบต่อนาที ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล (DEF) หรือสาร AdBlue® เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5
ตามข้อบังคับของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. โดยพิจารณาจากประเภทของรถยนต์และน้ำหนัก และทำให้รถยังคงมีพละกำลังและสมรรถนะในการขับขี่ขั้นสูง ในขณะที่ปล่อยไอเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมในปริมาณที่น้อยลง

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด 10R80 ให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ Part Time (2H,4H,4L) มาพร้อมเกียร์ e-Shifter
ลุยน้ำได้สูงสุดถึง 800 มิลลิเมตร มีความสามารถในการลากจูงถึง 3,500 กิโลกรัม มีโหมดการขับขี่ Terrain Management System ให้เลือกถึง 4 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ Normal, โหมดประหยัด Eco, โหมดถนนลื่น Slippery, โหมดลากจูงและบรรทุก Tow/Haul ส่วนรุ่น Titanium+ 4×4 เพิ่มมาอีก 2 โหมดสำหรับลุยทั้งโหมดทราย Sand และโหมดโคลนและร่อง Mud/Ruts พร้อมดิฟล็อกหลังแบบไฟฟ้า
ช่วงล่างด้านหน้าแบบ อิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์และเหล็กกันโคลง โช้คอัพแก๊ส 4 ต้น เน้นการนุ่มนวล หนึบไม่กระด้างเกาะถนนดี พวงมาลัยพาวเวอร์เป็นแบบไฟฟ้า EPS (Electronic Steering Program) น้ำหนักเบา คล่องตัวดี
มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี
- สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิก
- สีเทา เมทิออร์ เกรย์
- สีดำ แอบโซลูท แบล็ก
- สีน้ำตาล อีควิน็อกซ์ บรอนซ์
- สีขาว สโนว์เฟลค ไวท์ เพิร์ล (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)













