Home ข่าวสาร Toyota Hilux FCEV กระบะไฮโดรเจน เตรียมลุยยุโรปปี 2028 ตั้งเป้าวิ่งไกลกว่า 400 กม.

Toyota Hilux FCEV กระบะไฮโดรเจน เตรียมลุยยุโรปปี 2028 ตั้งเป้าวิ่งไกลกว่า 400 กม.

0
Toyota Hilux FCEV กระบะไฮโดรเจน เตรียมลุยยุโรปปี 2028 ตั้งเป้าวิ่งไกลกว่า 400 กม.

Toyota เดินหน้าขยายทางเลือกพลังงานให้รถ Hilux รุ่นใหม่ วางแผนเตรียมส่งกระบะพลังงานไฮโดรเจนเข้าสู่ตลาดยุโรปในปี 2028 โดยล่าสุดทางค่ายรถเผยภาพทีเซอร์แรกของ Toyota Hilux FCEV ออกมาให้เห็นบางส่วน ตั้งเป้าหมายทำระยะทางวิ่งให้ได้มากกว่า 400 กม. มาพร้อมความสามารถในการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเดินทางและการลากจูง

 

Hilux FCEV เตรียมเข้าสู่ตลาดปี 2028

Toyota ประกาศแผนพัฒนาและผลิต Hilux FCEV อย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าเปิดตัวในปี 2028 สำหรับตลาดยุโรป 

ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของ Hilux รุ่นใหม่ที่มีทั้งรุ่นเครื่องยนต์สันดาป รุ่นไฟฟ้า (BEV) และรุ่นพลังงานไฮโดรเจน (FCEV) ตามแนวทาง Multi-Pathway ของ Toyota ที่ต้องการพัฒนาระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานและความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ สำหรับ Hilux FCEV ที่เตรียมเปิดตัวในยุโรป ปี 2028 จะเป็นรุ่นผลิตจริง โดยใช้พื้นฐาน Hilux เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งล่าสุด Toyota ได้เผยภาพทีเซอร์แรกออกมาแล้ว

Toyota Hilux กระบะพลังงานไฮโดรเจน
Toyota Hilux BEV ภาพจาก : carscoops

เผยภาพทีเซอร์แรก ดีไซน์ยังไม่ต่างจากรุ่นปกติชัดเจน

ภาพทีเซอร์ของ Hilux FCEV รุ่นใหม่ เผยให้เห็นด้านหน้ารถที่อยู่ในเงามืด โดยรายละเอียดที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดคือ ชุดไฟส่องสว่าง DRL แบบเส้นปะ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของตัวรถที่ชัดเจน จึงไม่สามารถระบุได้ว่า Hilux FCEV มีดีไซน์แตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาปและรุ่น BEV แค่ไหน 

รวมถึงกระจังหน้า ที่ตอนนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่ารุ่น FCEV จะเลือกใช้ดีไซน์แบบเดียวกับ Hilux รุ่นปกติ หรือจะนำรายละเอียดจาก Hilux BEV ที่มีกระจังหน้าแบบปิดมาปรับใช้กับรุ่นใหม่ด้วย

 

วิ่งไกลกว่า 400 กม. ลากจูง 2,500 กก.

แม้ Toyota จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของ Hilux FCEV รุ่นใหม่ แต่ได้มีการกำหนดเป้าหมายด้านสมรรถนะบางส่วนออกมา เช่น

  • มีกำหนดเปิดตัวในปี 2028
  • วางแผนทำตลาดในยุโรป
  • ใช้ระบบขับเคลื่อน Fuel Cell Electric Vehicle (FCEV)
  • ระยะทางวิ่งมากกว่า 248 ไมล์ (ประมาณ 400 กม.) ตามมาตรฐาน WLTP
  • รองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 2,500 กก.

ถ้าเทียบกับ Hilux BEV ซึ่งมีระยะทางวิ่งอยู่ที่ 257 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และรองรับน้ำหนักลากจูงได้ประมาณ 1,600 – 2,000 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและข้อกำหนดของแต่ละประเทศ) Hilux FCEV จะมีตัวเลขเป้าหมายด้านระยะทางวิ่งและความสามารถในการลากจูงที่สูงกว่าแบบชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขระยะทางวิ่งยังเป็นเพียงเป้าหมายที่ Toyota กำหนดไว้เบื้องต้น ส่วนรายละเอียดของรถรุ่นผลิตจริง ทั้งด้านกำลังขับเคลื่อน ระบบถังไฮโดรเจน และข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ ยังต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม

โดยจุดเด่นของระบบไฮโดรเจน คือระยะเวลาเติมเชื้อเพลิงที่สั้นกว่าการชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถเติมไฮโดรเจนได้ภายในเวลาประมาณ 5 นาที แต่จำเป็นต้องมีสถานีเติมเชื้อเพลิงที่รองรับ

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก European Hydrogen Observatory ระบุว่า ปัจจุบันในยุโรปและสหราชอาณาจักรมีสถานีเติมไฮโดรเจนที่เปิดใช้งานอยู่ 179 แห่ง ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่สำคัญต่อการใช้งานรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน

นอกจากนี้ ราคาจำหน่ายก็เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม เนื่องจากรถยนต์ไฮโดรเจนโดยทั่วไปจะมีราคาสูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ในระดับเดียวกัน

Toyota Hilux กระบะพลังงานไฮโดรเจน
ภาพจาก : carscoops

จากรถต้นแบบปี 2022 สู่รุ่นผลิตจริง

ก่อนหน้านี้ Toyota เคยเปิดตัวรถต้นแบบ Hilux H2 ครั้งแรกในปี 2022 โดยนำระบบขับเคลื่อนเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนจาก Toyota Mirai มาพัฒนาใช้งานกับรถกระบะ

ต่อมาในปี 2024 Toyota ได้สร้างรถต้นแบบ Hilux FCEV จำนวน 10 คัน เพื่อทดสอบการใช้งานจริงในสหราชอาณาจักร โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • ติดตั้งถังไฮโดรเจน 3 ถังไว้ภายในโครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame
  • วางแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไว้ใต้กระบะท้าย
  • ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งบริเวณด้านหลังเป็นระบบขับเคลื่อน
  • ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า หรือ 134 กิโลวัตต์ / 182 PS
  • แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร
  • มีระยะทางวิ่งประมาณ 600 กม. หรือ 373 ไมล์

นอกจากนี้ Toyota ยังเคยนำรถต้นแบบไปทดสอบการใช้งานในหลายพื้นที่ รวมถึงประเทศไทย เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับการพัฒนารถรุ่นใหม่อีกด้วย

 

Toyota เดินหน้าขยายตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ในยุโรป

นอกจากเผยตัวอย่างของ Hilux FCEV รุ่นใหม่ Toyota ยังนำรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) ที่ทำตลาดในยุโรป มาจัดแสดงภายในงาน IAA Transportation 2026 ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี

สำหรับยอดขายรถยนต์ LCV ของ Toyota ในยุโรปมีการขยับเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทคาดว่ายอดขายในปี 2026 จะมากกว่า 165,000 คัน และครองส่วนแบ่งตลาดได้มากกว่า 7%

นอกจากนี้ Toyota ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรถยนต์ LCV ในยุโรปให้ได้ 200,000 คันต่อปี พร้อมเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 8% ภายในปี 2030 

ปัจจุบัน รถยนต์ LCV แบบปล่อยมลพิษต่ำ คิดเป็น 22% จากยอดขาย LCV ทั้งหมดของ Toyota ในยุโรป ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่อยู่ในระดับ 11%

Toyota Hilux กระบะพลังงานไฮโดรเจน
ภาพจาก : carscoops

ครอบคลุมทั้งดีเซล ไฟฟ้า และไฮโดรเจน

Toyota ระบุว่า ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความต้องการและรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน รวมถึงสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน ทำให้บริษัทต้องการพัฒนารถยนต์ให้มีทางเลือกระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมทั้งเครื่องยนต์ดีเซล รถยนต์ไฟฟ้า และระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

นอกจาก Hilux FCEV และ Hilux BEV แล้ว ระบบขับเคลื่อนแบบเครื่องยนต์ดีเซลก็ยังคงเป็นทางเลือกในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของ Toyota โดยเครื่องยนต์ดีเซลบางรุ่นยังสามารถใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน เช่น HVO เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้

สำหรับ Hilux FCEV รุ่นผลิตจริง Toyota วางแผนเปิดตัวในปี 2028 และจะทำตลาดในยุโรปเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดด้านกำลังขับเคลื่อน แบตเตอรี่ ถังไฮโดรเจน และราคาจำหน่าย ยังต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติมจาก Toyota ต่อไป

ข้อมูลจาก : carscoops.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com