More

    Honda Super-ONE โฉมจริงอีวีจิ๋วทรงกล่อง มาไทยแน่ปีนี้!!

    จากต้นแบบที่โชว์ในงาน Japan Mobility Show 2025 จนได้รับการตอบรับอย่างดีและถามถึงกันว่าจะมีเวอร์ชันขายจริงหรือไม่สำหรับ Honda Super-ONE

    Honda Super-ONE

    ล่าสุด Honda เปิดภาพอย่างเป็นทางการโฉมจริงตัวจริง Honda Super-ONE รถจิ๋วทรงกล่องพลังไฟฟ้าล้วนเวอร์ชันขายจริง หรือ Production Car

    หน้าตาไม่ต่างจากต้นแบบ Honda Super-ONE Prototypeภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” สร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น

    ภายนอกถ่ายทอดอารมณ์ให้สัมผัสถึงความตื่นเต้นด้วยซุ้มล้อแบบลิสเตอร์ที่โดดเด่นโอบล้อขนาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะเตี้ยและกว้าง

    เร้าใจในการขับขี่อย่างชัดเจนโดยออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะ มาพร้อมช่องระบายอากาศด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ และระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการตกแต่งสีดำทั้งหลังคารถ ฝาท้าย และ กระจกมองข้าง

    พร้อมออปชัน กระจังหน้าทรงทึบๆสีเข้มๆ มีช่องชาร์จด้านหน้าประกบกับฝากระโปรงหน้ามีขอบไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในชุดกรอบกลมๆครอบไฟหน้า ในชุดกันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยม หลังคาทรงสูงเด่นสง่า พร้อมกระจกมองข้างติดไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน ไฟท้าย LED ฝาท้ายและชุดกรอบป้ายทะเบียนท้ายอยู่ในชุดเดียวกันเป็นหนึ่งเดียว และล้ออลูมิเนียมขนาด 15 นิ้ว (สีดำด้าน Berlina Black + ขัดเงา) พร้อมยาง 185/55 R15

    Honda Super-ONE

    ภายในออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศตื่นเต้นพร้อมทั้งช่วยให้ผู้ขับสามารถดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ด้วยเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตโอบกระชับลำตัวของผู้ขับขี่อย่างมั่นคง เพื่อให้ได้ตำแหน่งและท่าทางการขับขี่ที่นิ่งและมั่นใจได้ตลอดการขับขี่

    ด้วยการเลือกวัสดุพื้นผิวสีฟ้าและออกในลักษณะ Asymmetric Layout ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นที่สนุกสนานให้ห้องโดยสารอย่างมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดในแนวระนาบ ยังช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น

    เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งคนนั่ง และเบาะหลังตอนที่สองนั้นพับลงได้แบบแนวราบ 50/50 หรือยกพับขึ้นได้ เหลือเพียงส่วนของเบาะคนขับ พร้อมที่จะบรรทุกได้เต็มรูปแบบ

    Honda Super-ONE

    พร้อมออปชันประจำรถทั้ง มาตรวัดความเร็ว LCD สีแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้าน วางตำแหน่งคอพวงมาลัยให้ใกล้ชิดผู้ขับขี่มากที่สุดถึง 37 มิลลิเมตร จอสัมผัสขนาด 8-9 นิ้ว

    พร้อม Honda CONNECT สามารถตั้งค่าการชาร์จผ่านสมาร์ทโฟนได้ เช่น การตั้งค่าระบบปรับอากาศปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารก่อนเดินทาง, ตั้งเวลาชาร์จกันค่าไฟสูงกว่า และตั้งค่าปริมาณการชาร์จแบตเตอรี่สูงสุดตั้งแต่ 80-100% ป้องกันการเสื่อมของแบตเตอรี่ในระยะยาว

    Honda Super-ONE

    คันเกียร์แบบกดปุ่ม Shift By Wire เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold อยู่ในชุดแผงคอนโซล ช่องเสียชาร์จสมาร์ตโฟน เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติในชุดคอนโซลหน้าดีไซน์แนวนอน มีช่องเสียบ USB พร้อมลำโพง BOSE 8 จุด

    Honda Super-ONE

    ขุมพลังไฟฟ้าคันนี้แม้ไม่มีรายละเอียดแต่คาดว่ายกมาทั้งกะปิจาก N-ONE แต่ปรับให้เข้ากับต้นแบบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 29.60 kWh ให้พลัง 64 แรงม้า แรงบิด 162 นิวตันเมตร วิ่งไกลกว่า 295 กิโลเมตร (WLTC)

    ยังมีโหมด ECON ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศและช่วยขยายระยะทางในการใช้งานมากขึ้น ส่วนการชาร์จนั้นเป็นการชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 6 kW ใช้เวลาประมาณ 4.5 ชั่วโมง

    ชาร์จกระแสตรง DC ChADEMO รองรับการชาร์จสูงสุด 50 kW 10-80% ภายใน 30 นาที พร้อมแบตเตอรี่ขนาดบางเป็นพิเศษถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้พื้นห้องโดยสารยังจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกสูงสุด 1,500 W

    ติดตั้งระบบเซอร์โวเบรกแบบไฟฟ้า ช่วยในการชะลอความเร็ว และเบรกนุ่มนวลป้องกันไม่ให้สินค้าได้รับความเสียหายจากการตกกระแทก มีฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สามารถจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์อื่นๆ

    พิเศษ!! Boost Mode–โหมดขับขี่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะจะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและเฉียบคมและจะผสานการทำงานระบบเกียร์จำลองแบบ 7 สปีด ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์เสมือนรถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม

    Honda Super-ONE

    เข้ากับระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงภายในห้องโดยสารตามการเหยียบคันเร่งและเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วย

    นอกจากนี้ Boost Mode ยังมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับฟีเจอร์ต่างๆ เช่น มาตรวัดแบบสามช่อง และการปรับเปลี่ยนโทนแสงภายในห้องโดยสาร

    และมาพร้อมสีพิเศษสีม่วง “Boost Violet Pearl” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสายฟ้า “บลูเจ็ท” ที่พุ่งทะยานผ่านท้องฟ้าสู่ห้วงอวกาศ โดยเตรียมขายในปี 2026 ส่วนเมืองไทยจะมาขายในงาน Motor Show 2026 ตามที่หลายสื่อประกาศไว้หรือไม่ต้องติดตาม

    ที่มา CarWatch

     

     

     

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

    Latest Posts