ในที่สุด HONDA เปิดตัวรถใหม่ลำดับที่ 4 ต่อจาก STEP WGN, CITY และ CIVIC กับ HONDA SUPER-ONE อีวีจิ๋วทรงท้ายตัด 5 ประตูอย่างเป็นทางการ

Honda Super-ONE 2026 เจ้าของฉายา “เล็ก สั้น ขยันเข้าซอย” หน้าตาไม่ต่างจากต้นแบบ Honda Super-ONE Prototype ภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER”
สร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น ภายนอกถ่ายทอดอารมณ์ให้สัมผัสถึงความตื่นเต้นด้วยซุ้มล้อแบบลิสเตอร์ที่โดดเด่นโอบล้อมขนาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะเตี้ยและกว้าง
เร้าใจในการขับขี่อย่างชัดเจนโดยออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะ มาพร้อมช่องระบายอากาศด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ และระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการตกแต่งสีดำทั้งหลังคารถ ฝาท้าย และ กระจกมองข้าง

พร้อมออปชัน กระจังหน้าทรงทึบๆสีเข้มๆ มีช่องชาร์จด้านหน้าประกบกับฝากระโปรงหน้ามีขอบไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในชุดกรอบกลมๆครอบไฟหน้า ในชุดกันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยม หลังคาทรงสูงเด่นสง่า พร้อมกระจกมองข้างติดไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดึงก้าน
ไฟท้าย LED ฝาท้ายและชุดกรอบป้ายทะเบียนท้ายอยู่ในชุดเดียวกันเป็นหนึ่งเดียว และล้ออะลูมิเนียมขนาด 15 นิ้ว (สีดำด้าน Berlina Black + ขัดเงา) พร้อมยาง 185/55 R15 โดยมีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 3,569 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,573 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,616 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,516 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถ 1,167 กิโลกรัม

ภายในออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศตื่นเต้นพร้อมทั้งช่วยให้ผู้ขับสามารถดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ด้วยเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตโอบกระชับลำตัวของผู้ขับขี่อย่างมั่นคง เพื่อให้ได้ตำแหน่งและท่าทางการขับขี่ที่นิ่งและมั่นใจได้ตลอดการขับขี่
ด้วยการเลือกวัสดุพื้นผิวสีฟ้าและออกในลักษณะ Asymmetric Layout ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นที่สนุกสนานให้ห้องโดยสารอย่างมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดในแนวระนาบ ยังช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น
เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งคนนั่ง และเบาะหลังตอนที่สองนั้นพับลงได้แบบแนวราบ 50/50 หรือยกพับขึ้นได้ เหลือเพียงส่วนของเบาะคนขับ พร้อมที่จะบรรทุกได้เต็มรูปแบบ

พร้อมออปชันประจำรถทั้ง มาตรวัดความเร็ว LCD สีแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้าน วางตำแหน่งคอพวงมาลัยให้ใกล้ชิดผู้ขับขี่มากที่สุดถึง 37 มิลลิเมตร จอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว
พร้อม Honda CONNECT สามารถตั้งค่าการชาร์จผ่านสมาร์ทโฟนได้ เช่น การตั้งค่าระบบปรับอากาศปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารก่อนเดินทาง, ตั้งเวลาชาร์จกันค่าไฟสูงกว่า และตั้งค่าปริมาณการชาร์จแบตเตอรี่สูงสุดตั้งแต่ 80-100% ป้องกันการเสื่อมของแบตเตอรี่ในระยะยาว
มีระบบ Google built-in ในตัว เรียกใช้งาน Google Maps, Google Assistant และ Google Play ดาวน์โหลดแอปได้ รวมไปถึงเพลง พอดแคสต์รองรับ Android Auto Apple CarPlay อัปเดตออนไลน์ over-the-air

คันเกียร์แบบกดปุ่ม Shift By Wire เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold อยู่ในชุดแผงคอนโซล ช่องเสียชาร์จสมาร์ตโฟน เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติในชุดคอนโซลหน้าดีไซน์แนวนอน มีช่องเสียบ USB ด้านหน้า Type-C 2 ตำแหน่ง กำลังไฟ 60W
พร้อมลำโพง BOSE 8 จุด ซับวูฟเฟอร์ขนาดใหญ่ 13.1 ลิตรที่ติดตั้งในพื้นที่เก็บสัมภาระให้เสียงรอบทิศทางที่สมดุล ตั้งแต่เสียงเบสที่ทรงพลังไปจนถึงเสียงแหลมที่คมชัด ครั้งแรกที่เป็นออปชันมาตรฐานในรถเล็กของค่าย
ขุมพลังไฟฟ้า

มาด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 29.6 kWh ให้พลัง 64 แรงม้า แรงบิด 162 นิวตันเมตร วิ่งไกลกว่า 253 กิโลเมตร (NEDC) พร้อมโหมดการขับขี่ 5 โหมดทั้ง
- “CITY “
- “NORMAL”
- “SPORT”
- “BOOST”
- “ECON”

ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศและช่วยขยายระยะทางในการใช้งานมากขึ้น ส่วนการชาร์จนั้นเป็นการชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 6.6 kW ใช้เวลาประมาณ 4.5 ชั่วโมง ชาร์จกระแสตรง DC รองรับการชาร์จสูงสุด 50 kW 10-80% ภายใน 30 นาที
พร้อมแบตเตอรี่ขนาดบางเป็นพิเศษถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้พื้นห้องโดยสาร ติดตั้งระบบเซอร์โวเบรกแบบไฟฟ้า ช่วยในการชะลอความเร็ว และเบรกนุ่มนวลป้องกันไม่ให้สินค้าได้รับความเสียหายจากการตกกระแทก มีฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) สามารถจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์อื่นๆ

พิเศษ!! Boost Mode–โหมดขับขี่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะจะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและเฉียบคมและจะผสานการทำงานระบบเกียร์จำลองแบบ 7 สปีด
ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์เสมือนรถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิมโดยเพิ่มกำลังมากถึง 95 แรงม้า นอกจากนี้ Boost Mode ยังมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับฟีเจอร์ต่างๆ เช่น มาตรวัดแบบสามช่อง และการปรับเปลี่ยนโทนแสงภายในห้องโดยสาร
เข้ากับระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงภายในห้องโดยสารตามการเหยียบคันเร่งและเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วย
ความปลอดภัย Honda SENSING

- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC)
- ปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: LSF)
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
พร้อมความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง เซนเซอร์กะระยะ หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบคันไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) ป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD) ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)

Honda Super-ONE นำเข้าจากญี่ปุ่น มีให้เลือก 1 รุ่น กับสีภายนอก สีใหม่! สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) มาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) พร้อมสีภายในห้องโดยสารสีทรีโทน (ขาว/เทา/ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า ในราคา 990,000 บาท จำนวนจำกัดปีนี้เพียง 30 คัน ส่งมอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
พร้อมเปิดให้ลูกค้าชาวไทยลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการจอง Honda Super-ONE ใหม่ อย่างเป็นทางการพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. วันเดียวเท่านั้น! ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/e-quotation
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day