สำหรับชาวไทยที่รอคอย Hyundai STARIA ในราคาถูกลง อาจมีสิทธิ์ เมื่อเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียเปิดสายการผลิตประกอบเพื่อขายในประเทศ
โดย ฮุนได ประกาศเปิดรับจอง Hyundai STARIA MY2026 ประกอบมาเลเซีย มาพร้อม 2 สีใหม่ ได้แก่ สีดำ Jet Black (แทนสีเดิม สีดำ Abyss Black Pearl), สีขาว Snow Flake White Pearl (แทนสีเดิม สีขาว Creamy White) สีเดิม สีเทา Meteor Grey และสีน้ำเงิน Stormy Sea
ภายนอก Exterior
โลโก้ Hyundai เป็นแบบสองมิติ ล้อขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 215/65R17 ในรุ่น Style กับ Prime 10 ที่นั่ง และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55R18 ในรุ่น Prestige 10 ที่นั่ง ล้ำอนาคตด้วยชุดไฟหน้า LED ถูกจัดวางในตำแหน่งชายกันชนหน้าระดับแนวขอบยางด้านบนและเหนือขึ้นไปกับไฟ DRLs คาดยาวสองฝั่งคล้ายกับแว่นตาของหุ่นยนต์เพื่อเข้ากับกระจังหน้าลายตาข่าย
ออกแบบพื้นที่กระจกบานหน้าขนาดใหญ่และลาดเอียงขึ้นไปถึงแนวหลังคาด้านบน เมื่อมองจากด้านข้างระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าดูสั้นลงกว่าเดิม ด้านท้ายติดตั้งไฟ LED แบบ Parametric Pixel ดีไซน์ในแบบตารางๆ
กันชนท้ายตั้งอยู่ในระดับต่ำช่วยให้ขนสัมภาระเข้า-ออก ได้ง่ายมากขึ้น พื้นที่กระจกรอบคัน ได้รับการออกแบบให้กว้างค่อนข้างมาก และเสาอากาศแบบเสายาวบนหลังคารถ
ตั้งแต่รุ่น Prime, Prestige 10 ที่นั่งติดตั้งประตูสไลด์ไฟฟ้าสองข้างพร้อมระบบ Power Sliding Door และในรุ่น Prestige 10 ที่นั่งติดตั้ง ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบ Smart Power Tailgate
ส่วนรุ่น 7 ที่นั่ง Prestige หรือ Premium เวอร์ชันไทย หรูด้วย เสาอากาศแบบ Shark Fin และล้อสีดำเงาแบบ High Gloss ขนาด 18 นิ้ว หลังคาซันรูฟคู่ Dual Sunroof ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมแผงไฟหน้า ดีไซน์ Brass Chrome ทองแดง สำหรับตัวถังสีดำและ Dark Chrome รมดำ สำหรับตัวถังสีขาวและสีเทา ตกแต่งในกระจังหน้าและชุดแต่งรอบคันกันชนด้านหน้าและหลัง ตัวรถขนาดใหญ่ความพร้อม
- ความยาว 5,253 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,997 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,990 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,273 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 186 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 75 ลิตร
ภายใน Interior
ภายในห้องโดยสารแบบ 10 ที่นั่ง 2-3-2-3 ในรุ่น Style, Prime และ Prestige เพลิดเพลินและสะดวกสบายพร้อมคุณภาพการเก็บเสียงเหนือระดับ ทั้งยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มากมาย เพื่อความสะดวกสบายแบบไม่มีที่สิ้นสุดอย่างด้วยจอมาตรวัดความเร็วคลาสสิกขนาด 4.2 นิ้ว ในรุ่น Style 10 ที่นั่ง กับ จอมาตรวัดดิจิตอลขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว ในรุ่น Prime และ Prestige 10 ที่นั่ง
หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay Android Auto แบบไร้สาย พร้อมลำโพง 6 ตัว พร้อมเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกส่วนหน้า-หลัง มีช่องชาร์จ USB แบบ Type C กุญแจรถในรูปทรงโลโก้ตัว H พร้อมระบบชาร์จมือถือไร้สาย (Wireless Charger) ในรุ่น Prestige 10 ที่นั่ง
ส่วนรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง หรือ Premium เวอร์ชันไทย เหนือกว่าไทย ด้วยความสบาย 3 แถว 7 ที่นั่ง 2-2-3 โดยเบาะนั่งตอนที่ 2 มาแบบ VIP Captain Seat ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ปรับเอนได้เพียงปุ่มเดียว และที่วางแขนแบบ Built-in ชุดเครื่องเสียง BOSE ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อม ระบบชาร์จมือถือไร้สาย (Wireless Charger)
ตกแต่งด้วยวัสดุ SUADE ไฟเรืองแสงในห้องโดยสารปรับได้ถึง 10 แบบ ที่เปิดประตูคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า แป้นคันเร่งและเบรก ตกแต่งด้วยโครเมียมและอลูมิเนียม ชุดแต่งบันไดข้างดีไซน์พิเศษ สัญลักษณ์ STARIA มอบความสะดวกสบายและสุนทรียภาพทุกการเดินมีที่วางแก้วน้ำและเบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 12 ทิศทางพร้อมดันหลัง และเบาะเย็นคู่หน้า Ventilated Seat และอุ่นเบาะคู่หน้า
ทุกรุ่นมาพร้อมเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold ระบบช่วยหยุดอยู่กับที่โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และปลดเบรกอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง กุญแจรีโมทพร้อมระบบ Smart Keyless Entry พร้อมระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจ Remote Engine Start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกปรับอิสระหน้า-หลัง และช่องเสียบ USB Type A
สมรรถนะ Performance
ขุมพลังแรงด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน VGT 2.2 ลิตร รหัส D4HB 177 แรงม้าที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนล้อหน้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบปุ่มกด Shift-by-Wire พร้อม Paddle Shift ในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง และคันเกียร์ในรุ่นย่อยอื่นๆ ขับเคลื่อนล้อหน้าใช้ช่วงล่างหน้าอิสระแมคเฟอร์สันสตัรท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ด้านหลัง เพิ่มความนุ่มนวลและพวงมาลัยไฟฟ้า
ความปลอดภัยด้วย Hyundai Smart Sense
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Smart Cruise Control with Stop & Go (SCC) ในรุ่น Prestige 7 กับ 10 ที่นั่ง
- ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist (FCA) ในรุ่น Prestige 7 กับ 10 ที่นั่ง
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist (LFA) ในรุ่น Prestige 7 กับ 10 ที่นั่ง
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA) ในรุ่น Prestige 7 กับ 10 ที่นั่ง
- กล้องมองภาพจุดอับสายตา Blind-Spot View Monitor (BVM) ในรุ่น Prime 10 ที่นั่ง, Prestige 7 กับ 10 ที่นั่ง
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA) ในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง
- เตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Warning (DAW) ในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Leading Vehicle Departure (LVD) ในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง
- ช่วยเตือนในระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Alert Function ในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง
- ช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision Warning (BSW) ในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง
- เตือนขณะถอยรถ Rear Cross-traffic Alert (RCTA) ในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง
- ป้องกันการเปิดประตูสไลด์เมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist (SEA) ระบบเตือนในรุ่น Style, Prime 10 ที่นั่ง, Prestige 10 ที่นั่ง และระบบเตือนและช่วยในรุ่น Prestige 7 ที่นั่ง
- กล้องมองรอบทิศทาง Surround View Monitor (SVM) ในรุ่น Prime 10 ที่นั่ง, Prestige 7 กับ 10 ที่นั่ง
พร้อมออปชันมาตรฐาน อาทิ แจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลัง Rear Occupant Alert ถุงลมนิรภัยจำนวน 6 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดครบทุกที่นั่ง จุดติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก (ISOFIX) 2 จุด ช่วยหยุดรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Multi Collision Brake (MCB) แจ้งความดันลมยางอัตโนมัติ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) และเซนเซอร์กะระยะการจอดรถหน้า-หลัง
จัดการเสถียรภาพของยานพาหนะ Vehicle Stability Management (VSM) ควบคุมการทำงานของ ควบคุมเสถียรภาพ Electronic Stability Control (ESC) ป้องกันการลื่นไถล Traction Control System (TCS) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control (HAC) ควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะข้างตัวรถ Crosswind Stability Control (CSC) และป้องกันล้อล็อก Anti-lock Braking System (ABS) พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ
Hyundai STARIA MY2026 รุ่นประกอบมาเลเซียอยู่ที่เมืองกูลิม รัฐเคดะห์ เตรียมขายเร็วๆนี้ขาย 4 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นนำเข้าจากเกาหลี RM179,888-RM267,888 หรือราว 1,389,000-2,079,000 บาท จับตาเมืองไทยจะได้รับอานิสงส์จากการประกอบที่มาเลเซียแทนการนำเข้าจากเกาหลีในราคาที่ถูกลงหรือไม่ต้องติดตาม
ที่มา Autobuzz





















