ในที่สุด Hyundai เลือกงาน Brussels Motor Show เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Hyundai STARIA Electric เจ้าหม้อทอดสุดหล่อพลังไฟฟ้าล้วน

หน้าตาของ Hyundai STARIA Electric ไม่ต่างจากเวอร์ชันสันดาปแต่อย่างใดอิงหน้าใหม่ที่พึ่งเปิดตัวที่เกาหลีใต้ไม่นาน
ภายนอกปรับใหม่
ไส้ในของช่องระบายอากาศมาแบบทึบสีเดียวกับตัวรถพร้อมช่องชาร์จที่อยู่เยื้องไปทางด้านข้างเล็กน้อยเหนือป้ายทะเบียนด้านหน้า ชุดไฟหน้า LED ทั้งโคมลูกเต๋า 8 ดวง และทรงธรรมดา ถูกจัดวางในตำแหน่งชายกันชนหน้าระดับแนวขอบยาง
เหนือขึ้นไปกับไฟ DRLs เพิ่มลูกเล่นด้วยการปักชื่อ STRAIA บนแถบไฟ ลากยาวต่อเนื่อง สองฝั่งคล้ายกับแว่นตาของหุ่นยนต์และโลโก้ฮุนไดออกแบบ 2 มิติ กระจกบานหน้าขนาดใหญ่และลาดเอียงขึ้นไปถึงแนวหลังคาด้านบน กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ที่เปิดประตูรถแบบดึงก้าน ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง
ด้านท้ายติดตั้งไฟ LED แบบ Parametric Pixel ดีไซน์ในแบบตารางๆ พร้อมเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า กันชนท้ายตั้งอยู่ในระดับต่ำช่วยให้ขนสัมภาระเข้า-ออก ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง และล้อขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 215/65R17 และตราสัญลักษณ์ Electric บนฝากระโปรงท้าย

ภายในใหม่หมดเหมือนเวอร์ชันสันดาป
ลบภาพจำเดิมๆตั้งแต่แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ช่องแอร์ออกแบบใหม่ตรงมุมคนนั่งไม่มีส่วนโค้ง มาตรวัดความเร็วดิจิตอลขยับขึ้นมาเป็น 12.3 นิ้ว จากเดิม 10.25 นิ้ว จอสัมผัสระบบความบันเทิงตรงกลางมาแบบลอยตัวขนาดใหม่ 12.3 นิ้วจากเดิม 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay Android Auto แบบไร้สาย ทำงานฉับไวขึ้นผ่านซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดจากการอัปเดตแบบ OTA (Over-the-air) และระบบปฏิบัติการ ccNC รุ่นล่าสุด
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงใหม่ พร้อมแป้นกดแตรที่มีจุดกลม 4 จุด ดีไซน์ย้อนยุค 80 คล้ายเก๋งใหญ่ Hyundai Grandeur จัดวางปุ่มฟังก์ชันใหม่การใช้งานทั้งจอสัมผัสและเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกส่วนซ้าย-ขวา (แยกกระจายความเย็นอิสระหน้า–หลัง) ทั้งปุ่มกดและปุ่มหมุนแบบ Physical Controls ใช้งานง่ายแทนปุ่มแบบระบบสัมผัส

ถาดเก็บของด้านหน้าใต้แผงคอนโซลหน้าเพิ่มมือจับเสา A ฝั่งคนขับและคันเกียร์ใหม่มาแบบคอพวงมาลัย ช่องเสียบ USB Type C มากถึง 7่ ช่อง ยังมีช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 250V และพอร์ต USB กำลังไฟสูง 100W สามารถชาร์จอุปกรณ์กินไฟเยอะ เช่น โน้ตบุ๊ก หรือกล้องได้
เพลิดเพลินและสะดวกสบายพร้อมคุณภาพการเก็บเสียงเหนือระดับพร้อมระบบชาร์จมือถือไร้สาย (Wireless Charger) เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold กุญแจรีโมทพร้อม Smart Keyless Entry

สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจ Remote Engine Start ไฟเรืองแสงในห้องโดยสารปรับได้ถึง 10 แบบ ที่เปิดประตูคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า แบบ LED พร้อมลำโพง 6 จุดและ 12 จุดจาก BOSE นอกจากนี้ ยังมีบริการเชื่อมต่อ BLUELINK ของ Hyundai ควบคุมสั่งการจากสมาร์ตโฟนไปยังรถผ่านแอปพลิเคชันทั้งสั่งการทำงานที่ปัดน้ำฝน กุญแจใหม่แบบดิจิทัล สั่งสตาร์ทรถสั่งล็อกและปลดล็อกรถได้อีกด้วย
มีโทนสีภายในให้เลือกเช่นกันทั้งสีดำล้วน สีดำ/เบจ เทา/ครีม ดำ/น้ำตาลแอนทราไซต์ และดำ/น้ำตาลเบอร์กันดี มาแบบ 7 ที่นั่งรุ่น Luxury ด้วยเบาะนั่ง 2 ที่นั่ง ตอนที่ 2 แบบ Captain Seat และเบาะหลังตอนที่ 3 แบบ 3 ที่นั่ง มาพร้อมเบาะนั่งแถวหน้าและแถวกลางแบบปรับอุ่นเบาะและเบาะเย็นได้ พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 435 ลิตรด้านหลังเบาะแถว 3
และยังมีรุ่น 9 ที่นั่ง Wagon พร้อมเบาะนั่งตอนที่ 2 กับ 3 แบบ 3 ที่นั่ง โดยมาพร้อมเบาะหน้าแบบปรับอุณหภูมิได้ (ร้อนและเย็น) และมีพื้นที่เก็บสัมภาระมากถึง 1,303 ลิตรในท้ายรถด้านหลังแถวที่ 3 และเบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 12 ทิศทางพร้อมดันหลังและอุ่นเบาะกับเบาะเย็น

ขุมพลังไฟฟ้าล้วน
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั้ง 84 kWh วิ่งไกลสุด 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP หรือ 471 กิโลเมตร (NEDC) กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร
ชาร์จได้ทั้ง AC รองรับกำลังการชาร์จสูงสุด 11 kW และชาร์จเร็ว DC 10-80% ภายใน 20 นาที จากแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้า 800 V คาดว่าเวอร์ชันอีวีจะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับการลากจูง 750 และ 2,000 กิโลกรัม
รองรับ Vehicle-to-Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆและพอร์ตชาร์จแบบมีระบบทำความร้อนเพื่อช่วยผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็น
ช่วงล่างหน้าใช้ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แบบแมคเฟอร์สันสตัรทด้านหน้าและด้านหลังแบบมัลติลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง โช้คอัพแก๊ส และเหล็กกันโคลง ทั้งหน้าและหลัง ปรับเซตใหม่เพิ่มความนุ่มนวลตลอดการเดินทางที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงฉนวนกันเสียงเพื่อลดเสียงรบกวนให้ดียิ่งขึ้น โดยปรับเพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนในท้องถิ่น
ความปลอดภัย Hyundai Smart Sense
- ช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision-Avoidance Assist
- ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist
- เตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic Collision Avoidance Assist
- ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก Forward Collision-Avoidance Assist Junction Turning Function
- ป้องกันการเปิดประตูสไลด์เมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist
- ช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ Driving Attention Warning
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist
- ควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist
- แจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลัง Rear Occupant Alert
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Smart Cruise Control
- แจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลัง Rear Occupant Alert
- ช่วยหยุดรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Multi Collision Brake
- เตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision Warning
กล้องมองรอบทิศทาง Surround View Monitor กล้องมองภาพจุดอับสายตา Blind-Spot View Monitor แจ้งความดันลมยางอัตโนมัติ TPMS ถุงลมนิรภัยรอบคัน เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดครบทุกที่นั่ง จุดติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก (ISOFIX) 2 จุด ควบคุมเสถียรภาพ ESC ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control ควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะข้างตัวรถ CSC

Hyundai STARIA Electric โชว์ตัวที่งาน Brussels Motor Show 2026 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยมระหว่างวันที่ 9-18 มกราคม 2026
พร้อมบุกตลาดทั่วโลกประเดิมด้วยกลุ่มยุโรปและเกาหลีใต้ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 โดยสีตัวถังมีให้เลือกได้แก่ สีดำมุก สีขาว สีน้ำเงินมุก สีเงินเมทัลลิก สีเทามุก สีน้ำตาลมุก สีเหลือง และสีแดงเข้มมุก
ที่มา Carexpert










