HYUNDAI STARIA Hybrid 245 แรงม้า ปินส์ขายตัดหน้า ไทยต้องรอ?

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกเปิดตัว HYUNDAI STARIA Hybrid อย่างเป็นทางการเรียกว่าขายตัดหน้าเพื่อนๆในทวีปอาเซียน

HYUNDAI STARIA Hybrid

HYUNDAI STARIA Hybrid สเปกฟิลิปปินส์ปรับเล็กน้อยทั้งหน้าตาภายนอกและภายในปรับครั้งใหญ่ในร่างรถเอ็มพีวีทรงอวกาศ

ภายนอกปรับใหม่

Hyundai ไส้ในของกระจังหน้าและช่องระบายอากาศแบบใหม่ตาข่ายเส้นแนวนอนสีดำและสีเงินหลายจุด ทำให้ดูสะอาดตามากขึ้น ไฟแถบยาว DRLs แบบ LED คาดยาวสองฝั่งคล้ายกับแว่นตาของหุ่นยนต์ ชุดไฟหน้า LED Projector ทั้งโคมลูกเต๋า 8 ดวง และแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ ให้เลือก เส้นขอบสีเงินคาดยาวถูกจัดวางในตำแหน่งระดับแนวล่างใต้กันชนหน้า-หลัง

Hyundai

เหนือขึ้นไปกับไฟ DRLs เพิ่มลูกเล่นด้วยการปักชื่อ STRAIA บนแถบไฟ ลากยาวต่อเนื่อง สองฝั่งคล้ายกับแว่นตาของหุ่นยนต์และโลโก้ฮุนไดออกแบบ 2 มิติ กระจกบานหน้าขนาดใหญ่และลาดเอียงขึ้นไปถึงแนวหลังคาด้านบน กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED มีระบบทำความร้อน ที่เปิดประตูรถแบบดึงก้าน ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง ล้อขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 215/65R17 และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R18

Hyundai

ด้านท้ายติดตั้งไฟ LED แบบ Parametric Pixel ดีไซน์ในแบบตารางๆและไฟท้ายมัลติรีเฟลกเตอร์ให้เลือก ฝาท้ายมาพร้อมเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า กันชนท้ายตั้งอยู่ในระดับต่ำช่วยให้ขนสัมภาระเข้า-ออก และโลโก้เอชเป็นแบบสองมิติทั้งหน้าและหลัง พร้อมมิติตัวรถดังนี้

  • ความยาว 5,253 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,997 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,990 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 3,273 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 186 มิลลิเมตร
  • ความจุถังน้ำมัน 65 ลิตร

ภายในใหม่หมด

Hyundai

ลบภาพจำเดิมๆตั้งแต่แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ช่องแอร์ออกแบบใหม่ตรงมุมคนนั่งไม่มีส่วนโค้ง มาตรวัดความเร็วดิจิตอลขยับขึ้นมาเป็น 12.3 นิ้ว และ 4.2 นิ้ว จอสัมผัสระบบความบันเทิงตรงกลางมาแบบลอยตัวขนาดใหม่ 12.3 นิ้วรองรับ Apple CarPlay Android Auto แบบไร้สาย ทำงานฉับไวขึ้นผ่านซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดจากการอัปเดตแบบ OTA (Over-the-air)

Hyundai

Hyundai พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงใหม่ พร้อมแป้นกดแตรที่มีจุดกลม 4 จุด ดีไซน์ย้อนยุค 80 คล้ายเก๋งใหญ่ Hyundai Grandeur จัดวางปุ่มฟังก์ชันใหม่การใช้งานทั้งจอสัมผัสและเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกส่วนซ้าย-ขวา (แยกกระจายความเย็นอิสระหน้า–หลัง) ทั้งปุ่มกดและปุ่มหมุนแบบ Physical Controls ใช้งานง่ายแทนปุ่มแบบระบบสัมผัส

Hyundai STARIA

ถาดเก็บของด้านหน้าใต้แผงคอนโซลหน้าเพิ่มมือจับเสา A ฝั่งคนขับและคันเกียร์ใหม่มาแบบคอพวงมาลัย ช่องเสียบ USB Type C มากถึง 7่ ช่อง ยังมีช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 250V และพอร์ต USB กำลังไฟสูง 100W สามารถชาร์จอุปกรณ์กินไฟเยอะ เช่น โน้ตบุ๊ก หรือกล้องได้

เพลิดเพลินและสะดวกสบายพร้อมคุณภาพการเก็บเสียงเหนือระดับพร้อมระบบชาร์จมือถือไร้สาย (Wireless Charger) เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Brake Hold กุญแจรีโมทพร้อม Smart Keyless Entry สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจ Remote Engine Start

นอกจากนี้ ยังมีบริการเชื่อมต่อ BLUELINK ของ Hyundai ควบคุมสั่งการจากสมาร์ตโฟนไปยังรถผ่านแอปพลิเคชันทั้งสั่งการทำงานที่ปัดน้ำฝน กุญแจใหม่แบบดิจิทัล สั่งสตาร์ทรถสั่งล็อกและปลดล็อกรถได้อีกด้วย

HYUNDAI

ไฟเรืองแสงในห้องโดยสารปรับได้ถึง 10 แบบ ที่เปิดประตูคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า แบบ LED พร้อมลำโพง 6 จุดและ 12 จุดจาก BOSE กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ที่เปิดประตูคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า Ambient Mood Lighting แป้นคันเร่งและเบรกตกแต่งด้วยโครเมียมและอะลูมิเนียม Dual Sunroof 2 บาน แยกเป็น 2 ตอนสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลังควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมแผ่นบังแดด

Hyundai

มีโทนสีภายในให้เลือกเช่นกันทั้งสีดำล้วน Obsidian Black น้ำตาลแอนทราไซต์ Anthracite Brown และน้ำตาลเบอร์กันดี Bordeaux Brown มาแบบ 7 ที่นั่งด้วยเบาะนั่ง 2 ที่นั่ง ตอนที่ 2 แบบ Captain Seat Relaxation Seats และเบาะหลังตอนที่ 3 แบบ 3 ที่นั่ง มาพร้อมเบาะนั่งแถวหน้าและแถวกลางแบบปรับอุ่นเบาะและเบาะเย็นได้ หุ้มหนัง NAPPA

รุ่น 9 ที่นั่ง พร้อมเบาะนั่งตอนที่ 2 กับ 3 แบบ 3 ที่นั่ง เบาะนั่งตอนที่ 2 หมุนได้ โดยมาพร้อมเบาะหน้าแบบปรับอุณหภูมิได้ (ร้อนและเย็น) โดยทั้งรุ่น 7 กับ 9 ที่นั่ง มีพื้นที่ด้านท้าย 431 ลิตรกรณีไม่สไลด์เบาะแถว 3 และ 831 ลิตรกรณีสไลด์ พับเบาะแถว 3 มีพื้นที่เก็บสัมภาระมากถึง 1,303 ลิตร

และรุ่น 11 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่ 2-4 นั่งได้ 3 ที่นั่งเพิ่มที่วางแขนและที่วางแก้วน้ำมีพื้นที่ด้านท้ายตอนไม่พับเบาะ 117 ลิตร และเมื่อพับแถว 3 กับ 4 มีพื้นที่เก็บสัมภาระมากถึง 1,303 ลิตร และมีเบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 12 ทิศทางพร้อมดันหลังและอุ่นเบาะกับเบาะเย็น

ขุมพลังฟูลไฮบริด

Hyundai

แน่นอนว่ายกมาจาก Hyundai Santa FE กับเบนซินเทอร์โบ Smartstream G1.6 T-GDi Hybrid รหัส VV ให้พลัง 180 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 265 นิวตันเมตรที่ 1,500 ถึง 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 60 แรงม้า ที่ 1,600 ถึง 2,000 รอบต่อนาที แรงบิด 264 นิวตันเมตรที่ 1,600 รอบต่อนาที

พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer ความจุ 1.49 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ารวมสูงสุด 245 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดรวม 367 นิวตันเมตรที่ 1,500 ถึง 4,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบปุ่มกด Shift-by-Wire พร้อม Paddle Shift

ช่วงล่างหน้าใช้ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แบบแมคเฟอร์สันสตัรทด้านหน้าและด้านหลังแบบมัลติลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง โช้คอัพแก๊ส และเหล็กกันโคลง ทั้งหน้าและหลัง ปรับเซตใหม่เพิ่มความนุ่มนวลตลอดการเดินทางที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงฉนวนกันเสียงเพื่อลดเสียงรบกวนให้ดียิ่งขึ้น โดยปรับเพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนในท้องถิ่น

ความปลอดภัย Hyundai Smart Sense

Hyundai

  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Smart Cruise Control with Stop & Go (SCC)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist (LFA)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA)
  • ช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision Warning (BSW)
  • ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist (FCA)
  • เตือนระยะห่างขณะจอดรถ ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง Parking Distance Warning (PDW)
  • ช่วยเตือนและป้องกันการชนรถ​ในมุมอับสายตา​ Blindspot Collision Avoidance Assist (BCA)

กล้องมองรอบทิศทาง Surround View Monitor กล้องมองภาพจุดอับสายตา Blind-Spot View Monitor แจ้งความดันลมยางอัตโนมัติ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) ถุงลมนิรภัยรอบคัน เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดครบทุกที่นั่ง จุดติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก (ISOFIX) 2 จุด

ควบคุมเสถียรภาพ Electronic Stability Control (ESC) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control (HSA) ควบคุมเสถียรภาพเมื่อมีลมปะทะข้างตัวรถ Crosswind Stability Control (CSC)  ดิสก์เบรก 4 ล้อ ป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) เซนเซอร์กะระยะการจอดรถหน้า-หลัง

Hyundai

HYUNDAI STARIA Hybrid ขายทั้งหมด 5 รุ่นย่อยทั้ง GL 9 กับ 11 ที่นั่ง,รุ่น GLS 9 ที่นั่ง, รุ่น PREMIUM 9 ที่นั่งและรุ่น PREMIUM PLUS 7 ที่นั่งในราคาเริ่มต้น 1,999,000-3,199,000 Php หรือราว 1,085,000-1,735,000 บาท คาดนำเข้าจากมาเลเซีย

มี 3 สีทั้งสีดำ Abyss Black Pearl สีขาว Creamy White และสีบรอนซ์เงิน Shimmering Silver Metallic ส่วนเมืองไทยรอกันต่อไปคาดว่าไตรมาส 3-4 ได้พบกัน

ที่มา TheAutoph

 


ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day

 

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts