ออสเตรเลียออกกฎบังคับเรื่องกฎหมายมาตรฐาน NVES และ EURO6 สำหรับรถใหม่ตั้งแต่ปีกลายส่งผลให้อนาคตของ ISUZU D-MAX เครื่อง 3.0 อาจไม่ไปต่อ

ถ้าไม่มีการพัฒนาให้ผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษไอเสียระดับสูงสุดหรือ EURO6 อาจได้เห็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS รหัส 4JJ3-TCX สำหรับ ISUZU D-MAX และ ISUZU MU-X ขายจนถึงกลางปี 2028
โดยเครื่องยนต์ 4J รุ่นสุดท้ายขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูง 450 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที (ปัจจุบันผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO5)

ดังนั้นในช่วงเวลาที่เหลือทาง ISUZU จึงรีบหาวิธีการต่างๆเพื่อให้ผ่าน EURO6 ทั้งในออสเตรเลีย (ไทยมีผลบังคับใช้ในปี 2029) ทั้งการเอาเครื่องเดิมพัฒนาให้ผ่านหรือขุมพลังใหม่เข้ามาแทนที่หวังปล่อยมลพิษน้อยกว่าและประหยัดน้ำมันกว่า
ถ้าหากนำเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.2 ลิตร รหัส RZ4F-TC 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600–2,400 รอบต่อนาทีมาขยายกำลังเป็น High-Power อาจดูไม่เพียงพอที่จะทดแทนแรงบิดและกำลังลากจูงของเครื่อง 3.0 ในสายตาลูกค้าดั้งเดิม

โดยตัวแทนของ ISUZU ปฎิเสธที่จะให้รายละเอียดว่าเครื่องยนต์รุ่น RZ4F-TC จะได้รับการปรับปรุงกำลังให้ผ่านมาตรฐาน EURO 6 และมาตรฐาน NEVS อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ตรงตามที่กำหนด
หรืออาจจับดีเซล 2.2 มาต่อยอดด้วยการพ่วงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนกับมอเตอร์ไฟฟ้าในเวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริดหลังจากที่เคยนำดีเซล 1.9 ลิตร รุ่น RZ4E-TC มาจับคู่กับแบตเตอรี่กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กหรือ Mild Hybrid เพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์เล็กน้อยขณะเร่งความเร็วมาแล้ว

สำหรับกฎหมายมาตรฐาน NVES (New Vehicle Efficiency Standard) ตั้งแต่ปี 2025-2029 คำนวณจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ CO2
โดยบังคับใช้กับรถยนต์ใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่ายซึ่งมีผลเรื่องของราคาจำหน่ายถ้ามีการปล่อยค่ามลพิษสูงกว่าเพดานที่กำหนดมีอาจมีค่าปรับคิดต่อกรัมเพียง 100 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (โดยมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2025 และเก็บค่าปรับตั้งแต่กรกฎาคมปีเดียวกัน)

จับตาอนาคตของตระกูล 4J รุ่นสุดท้ายอย่าง 4JJ3-TCX จะอยู่ต่อหรือพอแค่นี้หรือขุมพลังใหม่ที่มาแทนอาจเป็นขนาด 2.8 ลิตร (จากตระกูล RZ) ได้กำลังมากกว่า 200 แรงม้า แรงบิดป่วนเปี้ยนกว่า 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบส่งกำลังใหม่อัตโนมัติ 8 สปีดมาจาก 2.2 ลิตร มาใน ISUZU D-MAX เจนปัจจุบันหรือเจนใหม่ ต้องติดตาม
ที่มา Drive










