More

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+คืนชีพ 6 สูบคำรามพลังดุ 449 แรงม้า

    เกือบ 3 ปีที่ Mercedes-AMG GLC ไปคบเครื่องเล็ก 4 สูบ จนแฟนๆบอกไม่สะใจ เลยต้องเปิดรุ่นใหม่ Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+ พ่วงพลังใหม่ 6 สูบ

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    การเอาเครื่องใหม่ 6 สูบกลับมาอีกครั้งหวังพิชิตใจขาซิ่งที่ชอบเรื่องเสียงท่อที่เร้าใจและแรงบิดต่อเนื่องด้วยรุ่นใหม่ Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+ ทั้ง รุ่นเอสยูวีปกติ รหัส C254 และรุ่น Coupé รหัส X254 

    หน้าตาคงเดิม

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    หล่อเดิมๆจากรุ่นที่แล้วตั้งแต่กระจังหน้าแบบ AMG PANAMERICANA Grille แนวตั้ง 14 ซี่ประทับตราดาวขนาดใหญ่ได้กันชนหน้าทรงดุดัน

    พร้อมไฟหน้า Digital Light LED ปรับโคมไฟให้เล็กและเรียวขึ้นพร้อมความสว่างที่กว้างไกลกว่าเดิมชุดกันขนหน้าดีไซน์เน้นความสปอร์ต กระจกมองข้างทรงสปูน ไฟท้าย LED รวมถึงดีไซน์ด้านท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยโลโก้ดาวสามแฉกคิ้วกรอบป้ายทะเบียนอยู่แนวเดียวกับชุดไฟท้าย

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    กันชนหลังเสริมลิ้นสปอยเลอร์หลังกับท่อไอเสียคู่แบบโค้ง ล้ออัลลอยลายเจ็บ สีดำด้านขนาด 21 นิ้ว หุ้มยางหน้า 265/40R21 และยางหลัง 295/35R21

    ภายในคงเดิม

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    แน่นอนว่ายกมาจากรุ่นเดิมปรับบุคลิกให้เข้ากับตัวตนแห่งความแรงไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งทรงสปอร์ตปะตราโลโก้ AMG หุ้มหนัง NAPPA แผงคอนโซลหน้าแผงประตูตั้งแต่มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมการแสดงผลเฉพาะ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงท้ายตัด หุ้มไมโครไฟเบอร์ Microcut

    คอนโซลกลางแบบจอสัมผัสแนวตั้งขนาดใหญ่ OLED 11.9 นิ้ว ระบบความบันเทิง MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เชื่อมต่อ Android Auto, Apple CarPlay ไร้สาย พร้อม AMG Track Pace บันทึกข้อมูลการแข่งขันถ้าหากเอาไปซิ่งที่สนามแข่ง ครอบคลุมข้อมูลอัตราเร่ง การบังคับเลี้ยว เวลาต่อรอบ โดยเป็นออปชันมาตรฐาน

    ลำโพงคุณภาพจาก BURMESTER 15 จุด กำลังขับ 710 W เบาะหลังพับได้แบบ 40:20:40 โดยมีพื้นที่การบรรทุกของ 620-1,640 ลิตร ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Lights 64 สี และ Head-up Display มีกราฟิกสวยๆตรา AMG

    ลาทีเครื่องเก่าเบนซิน 4 สูบ

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    มาพร้อมพลังใหม่ยกมาจาก Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ เป็นเบนซิน 6 สูบแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร รหัส M256 พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์พัฒนาใหม่ โดยใช้ฝาสูบใหม่ที่มีช่องไอดีและไอเสียที่ดีขึ้น เพลาลูกเบี้ยวไอดีใหม่ ระบบไอดีใหม่

    มอบพละกำลังสูงสุดถึง 449 แรงม้าที่ 5,800-6,100 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 600 นิวตันเมตรที่ 2,200-5,200 รอบต่อนาทีสามารถเพิ่มถึง 640 นิวตันเมตรด้วย OVERBOOST พร้อมระบบ Mild Hybrid 48V สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถโดยเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ Integrated Starter Generator เจเนอเรชันที่ 2 และแบตเตอรี่ขนาดเล็กสุด พร้อม EQ Boost เพิ่มกำลัง 23 แรงม้า เพิ่มแรงบิด 205 นิวตันเมตร

    ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เพียงแต่แรงบิดที่เพิ่มขึ้น แต่ยังตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นตลอดช่วงรอบเครื่องยนต์ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและยังติดตั้งแพ็กเกจ AMG Driver’s Package PLUS ช่วยปลดล็อกความเร็วได้สูงสุดถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด AMG SPEEDSHIFT TCT 9G มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ สามารถกระจายแรงส่งกำลังได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบ 100% พร้อมโหมดการขับขี่ AMG DYNAMIC SELECT เลือกได้ตั้งแต่โหมด

    • Comfort
    • Sport
    • Sport+
    • Slippery
    • Individual

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    ปรับการทำงานร่วมกันทั้งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง และพวงมาลัยตามความแตกต่างของแต่ละโหมดและยังมี โหมด RACE, Drift Mode  โหมดการขับขี่แบบรถขับเคลื่อนล้อหลังใช้งานตลอดเวลาสำหรับ แพ็คเก็จ AMG Driver’s Package PLUS

    ผสานการทำงานด้วยระบบกันสะเทือนแบบ AMG RIDE CONTROL ที่ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มความปราดเปรียวแต่ยังคงความสบายในการเดินทาง พร้อมระบบปรับโช้คอัพ Adaptive Damping System ที่ช่วยลดแรงสะเทือนที่ล้อตามรูปแบบช่วงล่างที่ปรับตามโหมดการขับขี่ทั้ง Comfort, Sport และ Sport+

    ทั้งยังติดตั้ง Active engine mounts ซึ่งเป็นลูกยางล้อมแท่นเครื่องไฟฟ้า นอกจากจะคงความนุ่มนวลขณะขับขี่บนพื้นถนนปกติแล้ว ยังช่วยยึดเกาะเพื่อไม่ให้เกิดการสั่นขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนสนามแข่งด้วยเช่นกัน

    ติดตั้งระบบถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบแบบ AMG Real Performance Sound ซึ่งเป็นนวัตกรรมท่อที่ดีที่สุดของ Mercedes-AMG มอบเสียงที่เร้าใจและแตกต่างกันตามโหมดการขับขี่ และสามารถเลือกปรับระดับเสียงท่อไอเสียได้ทั้งแบบ BALANCED หรือ POWERFUL ผ่านคอนโซลกลาง พร้อมเติมเต็มอารมณ์สปอร์ตให้แก่ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัด

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    ระบบเบรกแบบ AMG high-performance brake system คาลิเปอร์เบรกสีแดง ด้านหน้า 4 พอร์ต จานเบรกหน้าขนาด 390×36 มิลลิเมตร และด้านหลัง 1 พอร์ต จานเบรกหลังขนาด 360×26 มิลลิเมตร จะช่วยให้ควบคุมได้อย่างแม่นยำทุกสภาวะการขับขี่ มาพร้อมระบบ Active rear-axle steering สามารถเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 2.5 องศา เมื่อวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงขึ้น จะมีการปรับล้อหลังได้สูงสุดอยู่ที่ 0.7 องศา และเหล็กกันโคลงแบบแอ็คทีฟ

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    นอกจากนี้ยังแนะนำรุ่นพิเศษ Golden Accents ด้วยภายนอกเป็นสีดำ Obsidian Black Metallic หรือ สีเทา Graphite Grey MAGNO และสีทอง TECHGOLD ตัดรอบคัน ล้อสีดำด้านลาย Cross-Spoke AMG Forged ขนาด 21 นิ้ว  ตัดขอบพร้อมดุมล้อสีทอง TECHGOLD รับกับคาลิปเปอร์เบรกสีดำ มีโลโก้ตัวอักษร สีขาว และติดตั้งฝาปิดถังน้ำมัน แบบโลโก้ AMG สีเงินตัดด้วยสีดำ

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    ภายในติดตั้งแผงคอนโซลหน้า แผงประตู และ เบาะทรงปีกเบาะยกสูง ตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีดำเดินด้ายทอง พร้อมวัสดุตกแต่งอื่นๆมาแซมทั้งคาร์บอนไฟเบอร์ สีทอง TECHGOLD สครัพเพลทชายประตูเรืองแสงสีขาวติดตรา AMG สีดำ และพรมปูพื้นลายพิเศษ

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+ มาแทน Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC และ Mercedes-AMG GLC 63 S E PERFORMANCE เตรียมขายทั่วโลกภายในปีนี้ และจะมีรุ่นอื่นๆตามมาอย่าง Mercedes-AMG C53 4MATIC+ จะมาแทนรุ่น C63

    Mercedes-AMG GLC 53 4MATIC+

    เพราะอ้างถึงข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษ EURO7 เป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องเลิกขายรุ่นปลั๊กอินไฮบริดสี่สูบ รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้ชื่นชอบรถยนต์ และยอดขายที่ชะลอตัวตามมา ส่วนเมืองไทยมีแนวโน้มเข้าขายท้าชกกับ BMW X3 M50

    ที่มา Mercedes-Benz

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts