More

    Mercedes-Benz S-Class 2026 หน้าใหม่เก๋งใหญ่ลักชัวรี มาไทยแน่นอน!!

    นับตั้งแต่ Mercedes-Benz S-Class ออกจำหน่ายพร้อมทะยานนำพาความสำเร็จความรุ่งโรจน์ให้กับผู้นำยาวนานกว่า 72 ปี ล่าสุดปรับโฉมครั้งแรกในรอบ 6 ปี 

    Mercedes-Benz S-Class

    การปรับโฉมครั้งแรกนี้เป็นการปรับครั้งใหญ่ในช่วงกลางอายุของเจเนอเรชันที่ 7 โดยปรับมากกว่า 50 % ปรับทั้งคันประมาณ 2,700 ชิ้นสำหรับ Mercedes-Benz S-Class รุ่นปรับโฉมในร่างเจเนอเรชันที่ 7 รหัส W223/V223

    Mercedes-Benz S-Class

    ภายนอกถ่ายทอดทุกความสง่างาม

    มีความงดงามและน่าหลงใหล ผ่านการออกแบบที่เรียบหรูแต่ทรงพลัง มีการตกแต่งใหม่รอบคันตั้งแต่กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมดีไซน์ลักชัวรีเรืองแสงขนาดใหญ่ขึ้น 20% พร้อมตำนานโลโก้ “ดาวลอย” (MB logo on bonnet) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รูปดาวสามแฉกอันโดดเด่นที่ติดตั้งอยู่บนฝากระโปรงหน้า ไฟหน้า Digital Light แบบดาวคู่ใหม่พร้อมเทคโนโลยี Micro-LED มีไฟ Daytime Running Light รูปทรง Star Shaped คู่ ในโคม

    เทคโนโลยีไฟหน้า Micro-LED ใหม่นี้ช่วยขยายขอบเขตการส่องสว่างความละเอียดสูงได้ประมาณ ประหยัดพลังงานขึ้น 40% ให้แสงสว่างจากไฟสูงที่ส่องได้ไกลขึ้น พร้อมลดการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับ S-Class รุ่นก่อนหน้า พร้อมไฟสูงแบบ Dynamic Ultra Range ส่องได้ไกลถึง 600 เมตรและมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับผู้ใช้ถนนในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อยโดยไม่ทำให้ผู้อื่นตาพร่ามัวได้ กันชนหน้าดีไซน์ใหม่รับกับกระจังหน้าอย่างเนียนเรียบ

    Mercedes-Benz S-Class

    ด้านข้างดีไซน์เส้นโค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ใหม่ มือจับประตูเป็นแบบไร้รอยต่อ Seamless Door Handles ยังช่วยเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายทางด้านข้างทำงานร่วมกับระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO

    ไฟท้าย LED ใหม่เฉียบคมด้วย รูปทรง Star Shaped 3 จุดในโคม ครอบทับด้วยกรอบใต้ป้ายทะเบียนอันสวยงามมีระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้มือ (HANDS-FREE ACCESS) ครอบทับด้วยกรอบโครเมี่ยมใต้ป้ายทะเบียน พร้อมกันชนหลังดีไซน์เท่ ใต้กันชนหลังติดตั้งกรอบท่อไอเสียคู่ 2 ฝั่ง

    Mercedes-Benz S-Class

    มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตลายใหม่ High-Pressure Casting แบบ multi-spoke หลายก้าน และแบบ 50 ก้าน แบบ 5 ก้านคู่ทูโทน ขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางหน้า 255/35R21 และยางหลัง 285/30R21 ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/40 R20 สำหรับล้อหน้าและล้อหลัง 285/35R20 กับ 19 นิ้ว พร้อมยาง 255/45R19  และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R18 และ 255/50R18

    Mercedes-Benz S-Class

    พร้อมชุดแต่งโครเมียมและสีดำเข้มที่ขอบกระจังหน้า คิ้วขอบกันชนหน้าซ้าย-ขวาออกแบบใหม่ ชายล่างกันชนหน้าทรง 3 เหลี่ยม กรอบกระจก คิ้วชายล่าง คิ้วขอบไฟท้ายและคิ้วชายล่างมีหนวดใต้กันชนหลัง เสริมชุดแต่งแบบ AMG Line อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG สะท้อนความหรูหราและความทันสมัย ตัวรถใหญ่โตทุกมิติในบอดี้รหัส V223 ฐานล้อยาว ตั้งแต่

    • ความยาว 5,304 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 1,921 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,503 มิลลิเมตร
    • ฐานล้อ 3,216 มิลลิเมตร
    • น้ำหนักรถ 2,185-2,515 กิโลกรัม
    • ความจุถังน้ำมัน 67 ลิตรในรุ่น EQ Hybrid technology และ 76 ลิตร ในรุ่น Mild Hybrid

    Mercedes-Benz S-Class

    Mercedes-Benz S-Class

    ภายในออกแบบประณีต

    เน้นความหรูหราและสปอร์ตอย่างลงตัว มาพร้อมเบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design สะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เบาะหลังแบบ VIP ด้วย First-Class Business Experienceที่ปรับเอนได้สูงสุด 43.5 องศา พร้อมที่รองน่องเบาะหลังปรับได้สูงสุด 50 องศา

    Mercedes-Benz S-Class

    ระบบเสียงรอบทิศทางเลือกได้ 2 แบบ จาก Burmester® ทั้งแบบ 3D surround sound system ด้วยลําโพงคุณภาพสูงถึง 15 ตัว และ Burmester® 4D  ให้ลำโพง 39 จุดนั้นให้กำลังขับ 1,690 W พร้อม Dolby Atmos พร้อมระบบปรับรูปแบบเครื่องเสียงแบบส่วนตัว (Sound personalization) ที่จะมอบสุนทรียภาพแห่งเสียงเพลงอย่างง่ายดาย

    Mercedes-Benz S-Class

    แผงคอนโซลหน้าออกแบบใหม่หมดคล้ายพี่รอง E-Class ประกอบด้วย หน้าจอ 3 จอเริ่มที่ หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล Digital Instrument clusters 12.3 นิ้ว แบบลอยตัว ความละเอียดสูงบริเวณด้านหน้าของผู้ขับขี่ขนาดใหญ่ลอยตัวแสดงผลคมชัด ภาพที่อ่านง่ายในทุกสภาพแสง สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ “Classic”, “Progressive” and “Sporty” พร้อม 3 โหมดการใช้งาน ได้แก่ Navigation, Assistance และ Service

    Mercedes-Benz S-Class

    หน้าจอกลางขนาด 14.4 นิ้ว Infotainment แบบ MBUX Superscreen รวมการทำงานของเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิกับระบบความบันเทิง MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เอาไว้ด้วยกัน ติดตั้งเทคโนโลยีและระบบการสื่อสารต่างๆจัดมาแบบเต็มพิกัดพร้อมส่งมอบประสบการณ์อันเหนือระดับแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปอีกขั้นด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ MB.OS Supercomputer

    ซึ่งรวมถึงสั่งงานด้วยเสียง “Hey Mercedes” ที่ใช้ AI พร้อมบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ อินเทอร์เฟซ Zero Layer ที่ได้รับการปรับปรุง และระบบนำทาง MBUX Surround Navigation ที่ใช้ Google Maps ในชุดมัลติมีเดีย MBUX entertainment พร้อมเชื่อมต่อ music streaming service และหน้าจอฝั่งคนนั่ง 12.3 นิ้ว

    ส่วนระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จะทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วบนที่ท้าวแขนสามารถควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอขนาด ใหม่ 13.1 นิ้ว 2 หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังโดยเฉพาะ

    อีกทั้งยังมีระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Wireless Charging) สำหรับที่นั่งด้านหลัง ระบบช่วยเหลือภายในห้องโดยสาร MBUX Interior Assistant ที่สามารถจดจำท่าทางเฉพาะบุคคล เพื่อเรียกใช้งานฟังก์ชันที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าอย่างง่ายดาย  ฟังก์ชันสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยโทรศัพท์มือถือ (Remote Engine Start) อุปกรณ์สื่อสารด้วยสัญญาณ LTE สําหรับบริการ Mercedes me connect

    นอกจากนี้ พื้นที่ด้านบนของคอนโซลหน้าและส่วนกลางของแผงประตูกลางยังหุ้มด้วยหนัง พร้อมลายไม้ที่โดดเด่นบริเวณแผงประตู ช่องระบายอากาศ และด้านหลังของเบาะนั่งคู่หน้า ด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต 3 ก้าน หุ้มด้วยหนัง พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control

    Mercedes-Benz S-Class

    ขุมพลังมีหลายหลาก

    เริ่มที่ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียงและอินเตอร์คูลเลอร์พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage ขนาด 3.0 ลิตร รหัส OM656 EVO พร้อม Mild Hybrid ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ ISG (Integrated starter generator) พร้อมแบตเตอรี่แบบ 48V electrical system สร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถ ให้กำลังถึง 23 แรงม้า แรงบิด 205 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 MATIC ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบ่งเป็น 2 รุ่นดังนี้

    • รุ่น S 350 d 4MATIC ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้าที่ 3,600–4,800 รอบต่อนาที แรงบิด 650 นิวตันเมตรที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 5.4 วินาที
    • รุ่น S 450 d 4MATIC ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 750 นิวตันเมตรที่ 1,350-2,800  รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 5.1  วินาที

    Mercedes-Benz S-Class

    ขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียงและอินเตอร์คูลเลอร์พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 3.0 ลิตร รหัส M256 EVO และขุมพลังใหม่ เบนซินเทอร์โบ V8 ใหม่ภายใต้รหัส M177 EVO ขนาด 4.0 ลิตร ทั้งคู่มาพร้อม Mild Hybrid ให้กำลังถึง 23 แรงม้า แรงบิด 205 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 MATIC ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบ่งเป็น 3 รุ่นดังนี้

    • รุ่น S 450 4MATIC ให้กำลังสูงสุด 381 แรงม้าที่ 5,000-6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 560 นิวตันเมตรที่ 2,000-4,500  รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 4.9  วินาที
    • รุ่น S 500 4MATIC ให้กำลังสูงสุด 449 แรงม้าที่ 5,500-6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 2,200-5,000  รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 4.5 วินาที
    • รุ่น S 580 4MATIC ให้กำลังสูงสุด 537 แรงม้าที่ 5,500-6,100 รอบต่อนาที แรงบิด 750 นิวตันเมตรที่ 2,500-4,500  รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 4.0  วินาที

    Mercedes-Benz S-Class

    รักษ์โลกกับขุมพลัง Plug In Hybrid

    มาพร้อมขุมพลัง เบนซินเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียงและอินเตอร์คูลเลอร์พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 3.0 ลิตร รหัส M256 EVO จับคู่กับ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 163 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 21.96 kWh ชาร์จได้ทั้ง AC และ DC ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4 MATIC ให้ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบ่งเป็น 2 รุ่นดังนี้

    – รุ่น S 450 e with EQ Hybrid technology ให้กำลังสูงสุดถึง 326 แรงม้าที่ 4,250-6,100 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตรที่ 2,200-4,250 รอบต่อนาทีในภาคเครื่องยนต์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุดถึง 435 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 680 นิวตันเมตร

    โหมดไฟฟ้าสามารถวิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 95-117 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP  หรือ 112-138 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 5.7 วินาที

    – รุ่น S 580 e with EQ Hybrid technology ให้กำลังสูงสุดถึง 449 แรงม้าที่ 5,500-6,100 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 560 นิวตันเมตรที่ 2,200-5,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 750 นิวตันเมตร

    โดยโหมดไฟฟ้าสามารถวิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 92-103 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP  หรือ 108-121 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าอยู่ที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ถึง 4.4 วินาที

    Mercedes-Benz S-Class

    ทุกขนาดเครื่องยนต์จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC มอบความสะดวกสบายทุกการขับขี่มากขึ้นด้วยระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5-10°) โดยที่ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้มากถึง 4.5-10 องศา เพื่อช่วยเหลือกรณี U-turn และขณะเข้าจอดที่ความเร็วต่ำ ระบบจะหมุนล้อหลังไปในทิศทางตรงข้ามกับล้อหน้าได้สูงสุดถึง 4.5 องศา

    หากความเร็วเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงระบบนี้จะช่วยการทรงตัวขณะขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยจะหมุนล้อหลังไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าไม่เกิน 3 องศา ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ใช้งาน แต่เมื่อความเร็วสูงสุด ระบบจะเลี้ยวไม่เกิน 2.5 องศา ในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าและความปลอดภัยรอบคันล้ำหน้าและช่วงล่างถุงลม E-ACTIVE BODY CONTROL

    Mercedes-Benz S-Class

    ช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package

    • รักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC)
    • ช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist)
    • ช่วยควบคุมพวงมาลัยและเตือนเมือปล่อยมือ (Active Steering Assist with hands-off warning)
    • ช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist)
    • ช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อตรวจพบรถยนต์ จักรยาน และคนข้ามถนน (Active Brake Assist)
    • ช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist)
    • แจ้งเตือนขณะเปิดประตูรถ (Exit warning)
    • ตรวจจับเครื่ององหมายจราจร (Traffic Sign Assist)
    • ช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)
    • ป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system
    • ป้องกันก่อนเกิดเหตุสําหรับด้านข้าง และผู้โดยสารด้านหลัง PRE-SAFE® impulse side x rear system
    • รักษาระดับความเร็ว (Cruise Control) และจํากัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)
    • ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive High beam Assist Plus)
    • ปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System)
    • ความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light)

    พร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานทั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 12-15 จุด  สัญญาณเตือนเข็มขัดนิรภัยบนหน้าจอ สําหรับผู้โดยสารด้านหลัง (Rear belt status) โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) ฟังก์ชันช่วยการทรงตัวขณะเร่งแซงในทางโค้ง (Curve Dynamic Assist) รักษาสมดุลของตัวรถเมือมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist)

    ป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration Skid Control) เบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) ช่วยเบรก BAS (Brake Assist System) เบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist

    ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light) เตือนเพื่อนํารถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator) เตือนแรงดันลมยาง (tire pressure loss warning system) และช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทางและฟังก์ชันช่วยจอด Active Parking Assist

    Mercedes-Benz S-Class

    Mercedes-Benz S-Class รุ่นปรับโฉมมีสีภายนอก 150 สี ภายในมีรูปแบบการตกแต่งมากกว่า 400 รายการ เตรียมขายทั่วโลกและไทยภายในปีนี้และแน่นอนว่าสเปกไทยยังคงขาย 2 รุ่นย่อยเวอร์ชันฐานล้อยาว V223 ทั้งรุ่น S 350 d และ รุ่น S 580 e with EQ Hybrid technology ประกอบไทยเช่นเดิม

    ที่มา Mercedes-Benz

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts