MG 07 เก๋งฟาสต์แบ็กเปิดราคาจำหน่ายไปจนได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวจีนที่มีต่อรถใหม่รุ่นนี้ทีมีทั้งรุ่นอีวีล้วนและปลั๊กอินไฮบริด

ล่าสุด MG 07 เก๋งซีดานไซซ์ใหญ่ทรงสปอร์ตท้ายลาดหรือ Fastback ประสบความสำเร็จด้วยยอดจองทะลุ 31,000 คัน หลังเปิดราคาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา จากยอดจองแรก 10,000 คันภายใน 1.57 นาที ของวันเดียวกัน
เริ่มที่ฝากระโปรงหน้าเล่นระดับทรงเปลือกหอย ไฟหน้า LED และไฟ DRL แบบ LED รูปทรงตัว C กันชนหน้ามีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ทั้งชิ้นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบแอคทีฟ พร้อม LiDAR หลังคาพาโนรามิกแบบตายตัว Fixed Panoramic Glass Roof ส่วนบนของด้านหลังเรียวเข้าด้านใน
ด้านข้างรูปทรงยาวและเพรียวบาง โดดเด่นด้วย กระจกรถทรงโอเปร่าแบบไร้กรอบ กระจกมองข้างทรงสปูน มือจับประตูยกก้านแบบซ่อน ดีไซน์ล้อที่เป็นเอกลักษณ์สีดำขอบสีขาว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีเหลือง ติดตั้งไฟท้าย LED แบบต่อเนื่อง พร้อมฝาท้ายที่มีสปอยเลอร์ในตัวฝาท้าย พร้อมกันชนหลังที่มีลิ้นสปอยเลอร์ในตัว ล้อและยางเลือกได้ทั้งขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 225/50R18 และ 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/45R21 ด้วยมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,886 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,478 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,825 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 120-127 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,775-1,852 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร ในรุ่นปลั๊กอินไฮบริด
- ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า 168 ลิตรในรุ่นอีวี

ภายในยังติดตั้งระบบ Cockpit อัจฉริยะที่รวมเอา Large Language Model (LLM) หรือ AI ขั้นสูงจากสั่งงานด้วยเสียงแบบเดิมกลายเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ” ที่สามารถพูดคุยโต้ตอบและเข้าใจความต้องการที่ซับซ้อนได้เหมือนคุยกับมนุษย์จริงๆจากการพัฒนาของ SAIC

พร้อมจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ขับเคลื่อนด้วยชิปโพรเซสเซอร์ Qualcomm Snapdragon 8295P พร้อมลำโพง 21 จุด ระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1.4 มาตรวัดความเร็วดิจิทัลขนาด 8.88 นิ้ว
ช่องเก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 697 ลิตร และช่องเก็บของด้านหน้าขนาด 109 ลิตร ที่ชาร์จมือถือไร้สาย 50W หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาปรับแสงอัตโนมัติ ตู้เย็นแบบสองโซนขนาด 30 ลิตรที่ติดตั้งอยู่ในช่องเก็บสัมภาระ
พร้อมโทนสีภายในทั้งสีขาว White Violet และสีน้ำเงิน Royal Blue เบาะนั่งสำหรับคนขับและคนนั่งด้านหน้าเป็นแบบ Zero Gravity ปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมความจำตำแหน่งเบาะ และนวด มาพร้อมเบาะเย็นและอุ่นเบาะสำหรับเบาะหน้าและเบาะหลัง กระจกแต่งหน้าอเนกประสงค์
ขุมพลังอีวีล้วนด้วยสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V

- รุ่น STANDRAD RANGE 800V มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลัง 239 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่แบบกึ่งโซลิดสเตท Semi-Solid State ขนาด 67 kWh ผลิตโดย Shanghai Automotive Gearbox Company วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 610 กับ 650 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 588 กับ 627 กิโลเมตร (NEDC)
- รุ่น LONG RANGE 800V มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลัง 320 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ NMC ternary 91 kWh ผลิตโดย CATL วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 845 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 815 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จเร็วแบบ 5C
พร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า DMH ให้กำลัง 207แรงม้า แรงบิด 302 นิวตันเมตร กับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 112 แรงม้า แรงบิด 135 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟตจาก CATL
ระบบขับเคลื่อนไฮบริดนี้ให้ระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (CLTC) 245 กิโลเมตร หรือ 236 กิโลเมตร (NEDC) และระยะทางวิ่งไกลรวม 1,745 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,683 กิโลเมตร (NEDC) ประหยัด 34.5 กิโลเมตรต่อลิตร

ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ Momenta R7 ด้วย LiDAR ใช้ร่วมกับชิปโมเดลขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งเป็นการผสมผสานโมเดลโลกที่ใช้การเรียนรู้แบบเสริมแรง (Reinforcement Learning) เข้ากับชิป AI XHEART X7 ในสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบครบวงจร
โดยพุ่งเป้าท้าชนกับระบบช่วยขับขี่ระดับโลกอย่าง TESLA FSD (Full Self-Driving) V14 โดยมีข้อมูลการขับขี่สะสมกว่า 100 ล้านกิโลเมตร มีสถานการณ์จำลอง (Long-tail Scenarios) กว่า 1 ล้านรูปแบบ
รวมถึงประมวลผลข้อมูลหลังการทดลองใช้เสร็จสิ้นได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง และใช้เวลาทดลองรอบใหญ่เพียงไม่กี่วัน ทำให้สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ลูกค้าได้ทุกสัปดาห์ รองรับการนำทางในเมืองแบบอัตโนมัติ (NOA) และสามารถในการช่วยขับขี่แบบ “จากที่จอดรถที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง”
พร้อมช่วงล่างแบบแม่เหล็กไฟฟ้า mCDC ปรับความหนืดของโช้คอัพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อความนุ่มนวลและเกาะถนนดีเยี่ยม และระบบ ADAS 25 รายการ

MG 07 เวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริดขาย 2 รุ่นทั้ง “245 Comfort Edition” และ “245 LiDAR Edition” และอีวีล้วนขาย 5 รุ่นย่อยทั้ง 650 Comfort Edition, 610 LiDAR Edition, 610 Flagship Edition, 845 LiDAR Edition และ 845 Flagship Edition ในราคา 108,900-159,900 YUAN หรือราว 535,000-779,000 บาท โดยมี 5 สีภายนนอกทั้ง
- สีม่วง Morello Purple
- สีชมพู Milia Pink
- สีขาว Salt Lake White
- สีน้ำเงิน Oxford Blue
- สีเทา Nottingham Grey
- สีฟ้า California Blue
ที่มา CarNewsChina
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day