สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลกหลายด้าน และ สะเทือนต่อการส่งออกรถจีน ที่กำลังมีการเร่งส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดต่างประเทศ แต่เส้นทางเดินเรือที่สำคัญของภูมิภาคเริ่มมีความเสี่ยงสูง ทำให้การขนส่งรถยนต์จากจีนไปยังยุโรปรวมถึงประเทศอื่นๆ เกิดความล่าช้า ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่งขึ้น ทำให้อาจกระทบทั้งผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย และลูกค้าหลายตลาดทั่วโลก
ความขัดแย้งทำ เส้นทางหลักสะดุด
ผู้ผลิตรถยนต์ของจีนกำลังต้องเจอกับปัญหาด้านการส่งออกอย่างหนัก เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ซึ่งเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย แต่ยังรวมถึงปัญหาด้านการขนส่ง ที่ส่งผลต่อบริการในตลาดต่างๆ ทั่วตะวันออกกลาง แอฟริกาตะวันตก และแอฟริกาเหนือด้วย
หนึ่งในปัญหาในครั้งนี้คือเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสำคัญของโลก ทั้งพลังงานและสินค้าทั่วไป เพราะ
- รองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก
- เป็นเส้นทางเดินเรือเชื่อมเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
- เป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งรถยนต์จากจีนไปยุโรปและตะวันออกกลาง
เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น บริษัทเดินเรือหลายแห่งในจึงเริ่มต้องมีการหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ หรือหยุดรับจองขนส่งชั่วคราว ทำให้โลจิสติกส์ทั่วโลกมีการสะดุดทันที
การส่งออกรถจีนเริ่มสะดุด
สำหรับประเทศจีน ถือเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการส่งออกรถยนต์หลายล้านคันต่อปี โดยมีตลาดยุโรปที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ
แต่เมื่อเส้นทางขนส่งเริ่มมีความเสี่ยง ย่อมผลกระทบตามมาทันที
- การส่งออกรถจากจีนไปยุโรปล่าช้ากว่าปกติ
- ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น
- กำหนดส่งมอบรถเกิดความไม่แน่นอน
ทำให้ผู้ผลิตรถจีนจำนวนมากที่กำลังเร่งขยายตลาดในยุโรป ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้โดยตรง
โดย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางการส่งออกรถยนต์รายใหญ่อันดับ 3 ของจีนในปี 2569 รองจากเม็กซิโกและรัสเซีย โดยจีนส่งออกรถไปยังตลาด UAE มากถึง 567,000 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่ายอดขายรถยนต์ภายในประเทศของ UAE ที่มีขนาดตลาดต่ำกว่า 400,000 คันต่อปี
ดูไบ จุดพักรถของโลก
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้ารถยนต์ให้สัมภาษณ์กับ Caixin ว่า ดูไบทำหน้าที่เหมือนเป็นคลังสินค้าหน้าแนว ของอุตสาหกรรมรถยนต์โลก โดยผู้ผลิตหลายรายจะส่งรถไปเก็บไว้ที่ดูไบล่วงหน้า ก่อนจะกระจายต่อไปยังตลาดปลายทางในตะวันออกกลาง แอฟริกา หรือยุโรป
ในปี 2569 เพียงปีเดียว มีบริษัทที่สามารถส่งรถไปยังดูไบเกือบ 30,000 คัน เนื่องจากประเทศดูไบ มีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการขนส่ง ระบบการเงินที่สะดวก และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่เอื้อต่อธุรกิจโลจิสติกส์ นอกจากนี้ การขนส่งทางทะเลยังคงเป็นวิธีหลักในการส่งออกรถยนต์จากจีนไปยังตะวันออกกลาง เนื่องจากมีการใช้ต้นทุนที่ต่ำ
ท่าเรือถูกโจมตี การขนส่งเลยสะดุด
ท่าเรือ Jebel Ali ในดูไบ ถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญของการขนส่งรถแบบ roll-on/roll-off และเป็นช่องทางหลักของการส่งออกรถยนต์จีนสู่ตะวันออกกลาง
แต่เคราะห์ร้าย ท่าเรือ Jebel Ali ถูกโจมตีในช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 มีนาคม ส่งผลให้การดำเนินงานของท่าเรือต้องหยุดชะงักชั่วคราว แม้ผู้ให้บริการท่าเรืออย่าง DP World จะประกาศว่า สามารถกลับมาเปิดใช้งานท่าเทียบเรือ 4 จุดได้ตามปกติในภายหลัง แต่บริษัทเดินเรือจำนวนมากยังคงมีการระงับการให้บริการ ทำให้ท่าเรือหลายแห่งต้องอยู่ในสภาพที่แทบจะไม่มีการใช้งาน
ยุโรปก็ได้รับผลกระทบ
ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงตลาดยุโรป ซึ่งเป็ ตลาดส่งออกรถยนต์ระดับภูมิภาคที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน
โดยในปี 2568 จีนส่งออกรถยนต์ไปยังสหภาพยุโรปมากกว่า 1.3 ล้านคัน นอกจากนี้ยังเป็นตลาดหลักของการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่จากจีนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเส้นทางเดินเรือ ทะเลแดง – คลองสุเอซ มีความเสี่ยงสูงขึ้น การขนส่งจำนวนมากจึงต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอ้อม แหลมกูดโฮป ทางตอนใต้ของแอฟริกาแทน ทำให้ต้องระยะเวลาการเดินเรือเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10 – 15 วัน
การส่งออกรถจีนโตแรง แต่อนาคตไม่แน่นอน
ข้อมูลจาก สมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM) ระบุว่า ในปี 2568 จีนสามารถส่งออกรถยนต์รวม 7.09 ล้านคัน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ ที่สูงที่สุดของประเทศ เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ก่อนหน้านี้ CAAM คาดการณ์ว่าในปี 2569 การส่งออกรถยนต์ของจีนจะเติบโตต่อเนื่องราว 4.3% ไปแตะระดับ 7.4 ล้านคัน
แต่จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์เริ่มมองว่าการคาดการณ์ดังกล่าวอาจต้องปรับใหม่ เพราะความไม่แน่นอนของเส้นทางโลจิสติกส์กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการส่งออกรถยนต์ของจีน
ความคาดหวังในตะวันออกกลางสูง
ที่ผ่านมา บริษัทจีนได้มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของการส่งออกรถยนต์
รายงานจาก People.cn ระบุว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเกิดเหตุโจมตีอิหร่านเพียงไม่กี่วัน มีการขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์จากจีนมายัง ท่าเรือ Jebel Ali ก่อนส่งต่อไปยังคลังสินค้าต่างประเทศในเขต Jebel Ali Free Zone ซึ่งคลังสินค้านี้เป็นโครงการร่วมของ COSCO Shipping และ Chery ที่มีพื้นที่ประมาณ 19,000 ตารางเมตร และถูกออกแบบมาเพื่อกระจายชิ้นส่วนรถยนต์ไปทั่วตะวันออกกลาง
เป้าหมายสำคัญคือช่วยลดระยะเวลาการรอของลูกค้าในภูมิภาค จากเดิมที่อาจต้องรอหลายสัปดาห์ ให้เหลือเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขันของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนในตลาดต่างประเทศ
แม้จะเป็นเพียงผลกระทบด้านโลจิสติกส์ แต่สำหรับอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูงอย่างตลาดรถยนต์ การส่งมอบที่ล่าช้าเพียงไม่กี่สัปดาห์ ก็อาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดได้ทันที
ข้อมูลและรูปภาพจาก :carnewschina.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com











