More

    Nissan LEAF อีวีเจนใหม่ร่างใหม่เป็นเอสยูวีวิ่งไกล 600 กม. ลุ้นมาไทย!!

    นี่คือหนึ่งในความหวังของหมู่บ้านเพื่อนที่แสนดีที่จะขายทั่วโลกและครั้งนี้ทำได้ดีกว่าครั้งก่อนในรอบ 15 ปี กับ Nissan LEAF อีวีเจเนอเรชันที่ 3

    Nissan

     Nissan LEAF เจนใหม่มาครั้งนี้ดูดีมีเสน่ห์กว่าครั้งไหนๆและเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี จากเก๋งท้ายลาดกลายมาเป็นเอสยูวียกสูง

    ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) ต่ำถึง 0.25 สำหรับสเปกยุโรป และ 0.26 สำหรับสเปกอเมริกาและญี่ปุ่น ทำให้ตัวรถลู่ลมขึ้น ภายนอกหล่อคล้ายรุ่นพี่ Nissan ARIYA ด้วยกระจังหน้ารูปตัววีทรง “โล่ หรือ shield” ไฟหน้า LED 3 ดวงในโคม พร้อมไฟ DRL แบบ LED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าโค้งมน 6 ดวง รับกับกันชนหน้าดีไซน์ลงตัวด้านข้างดีไซน์หลังคาลาดลงคล้ายรถคูเป้เน้นความเรียบง่ายพร้อมราวหลังคาบิ๊วอิน กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถัง

    แผงไฟท้าย LED ดีไซน์แนวตั้ง 3 ชิ้น และ แนวนอน 2 ชิ้น ติดตราอักษร Nissan ในแผงใหญ่สีดำเงารับกับกันชนหลังทรงเท่พร้อมลิ้นสปอยเลอร์สีดำในตัว คิ้วขอบล้อสีดำกลมกลืนกับคิ้วชายล่างรอบคันสีดำ

    ล้ออัลลอยมีหลายขนาดตั้งแต่ขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง 2 ขนาด ตั้งแต่ 195/60R18 สำหรับสเปกยุโรป กับ 215/55R18 มีนาดใหญ่ 19 นิ้วพร้อมยาง 235/45R19 คันนี้สร้างจากแพลตฟอร์ม CMF-EV แพลตฟอร์มเดียวกันกับ Nissan ARIYA

    ออกแบบมารับกับกับแบตเตอรี่ที่มีความแข็งแรงจากการรับแรงด้านข้างมากขึ้นถึง 66% เด่นด้วยพื้นใต้ท้องรถเรียบ มิติตัวรถใหญ่ขึ้นตั้งแต่

    • ความยาว 4,405 มิลลิเมตร (สเปกญี่ปุ่น 4,360 มิลลิเมตร สเปกยุโรป 4,350 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร
    • ความสูง สเปกญี่ปุ่นกับยุโรป 1,550 มิลลิเมตร สเปกอเมริกา 1,557 มิลลิเมตร
    • ฐานล้อ 2,690 มิลลิเมตร
    • น้ำหนักรถ 1,794-1,982 กิโลกรัม

    Nissan

    ภายในเด่นด้วยหลังคากระจกแบบพาโนรามิกที่ช่วยลดความสูงของรถลงได้ถึง 12 มิลลิเมตรและยังสามารถปรับความทึบของกระจก ช่วยปรับแสงที่เข้ามาสู่ภายในได้ตามต้องการและไม่ต้องพึ่งพาม่านบังแดดและยังเคลือบสารป้องกันแสงแดดจากรังสีอินฟาเรดได้

    พื้นห้องโดยสารแบบแบนราบ Flat Floor ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางกว่าเจนเดิมแถมย้ายตู้แอร์ไปไว้ที่ห้องเครื่องเพิ่มพื้นที่กว้างขวางได้เช่นกัน ความจุสัมภาระมากถึง 420 มิลลิเมตรสำหรับสเปกญี่ปุ่นกับอเมริกา และ 437 ลิตรสำหรับสเปกยุโรป

    ออปชันภายในรถคับคั่งครบครันทั้ง ชุดแผงคอนโซลหน้ากับแผงประตูหุ้มหนังสัมผัส แผงสวิตช์กระจกไฟฟ้าสี่บานในชุดแผงประตู พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสองก้านหุ้มหนังเดินด้าย มีปุ่ม Push Start พร้อมหน้าจอคู่ 2 ตัว แบบ Monolith ประกอบด้วยมาตรวัดดิจิทัลและจอสัมผัสขนาดใหญ่ขนาด 12.3 หรือ 14.3 นิ้วอยู่ในชุดเดียวกัน

    หน้าจออินเทอร์เฟซระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ทำให้ลูกค้าสามารถปรับการตั้งค่าต่างๆของรถยนต์ได้ อัปเดตเฟิร์มแวร์ต่างๆแปลกใหม่น่าตื่นเต้น รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อม Google-built in และ Nissan Connect เชื่อมต่อการใช้งานของรถยนต์ผ่านสมาร์ตโฟน มีจอแสดงผลข้อมูลเหนือแผงคอนโซลหน้า HUD head-up display

    ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light 64 สี ที่ชาร์จมือถือไร้สาย ช่องเสียบ USB 4 จุด หน้า-หลัง และัลำโพง Bose Personal Plus 10 จุด รวมตำแหน่งลำโพงฝังในพนักพิงศีรษะคู่หน้าเพื่อประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำ และติดตั้งปลั๊กไฟ 120V 2 จุดทั้งภายในห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระ

    ขุมพลังไฟฟ้าล้วนแบบ 3-in-1 ประกอบด้วยอินเวอร์เตอร์ มอเตอร์ และเกียร์ลดรอบ รวมเข้าด้วยกัน ทำให้มีขนาดเล็กลง 10% จากรุ่นปัจจุบัน เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    Nissan

    มีสองขุมพลังอีวีให้เลือกทั้ง รุ่นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 52 (52.9) kWh ให้พลัง 177 แรงม้า แรงบิด 345 นิวตันเมตร ซึ่งยังไม่เปิดเผยเรื่องวิ่งไกลต่อการชาร์จ รุ่นท็อปสุดให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 355 นิวตันเมตรในรุ่นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 75 (75.1) kWh ระยะทางรวมต่อการชาร์จ 1 ครั้งมากกว่าได้ถึง 600 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 706 กิโลเมตร (NEDC)

    ทั้งสองรุ่นชาร์จได้ทั้งกระแสสลับ AC และกระแสตรง DC กำลังสูงสุด 150 kW 10-80% ภายใน 35 นาที และเจนนี้มีหัวชาร์จแบบ CCS2 สำหรับยุโรป, NACS ของอเมริกาแล้วจากเดิมจะมีเพียง DC CHAdeMO ญี่ปุ่น ชาร์จ DC ที่ชาร์จเร็ว 14 นาที สามารถวิ่งได้ไกลถึง 250 กิโลเมตร

    รวมถึงชุดแบตเตอรี่มีการปรับสภาพตัวแบตที่เชื่อมกับระบบนำทาง ซึ่งจะช่วยปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้เหมาะสมตามภาระการขับขี่ที่ประมาณไว้ตั้งแต่เริ่มเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง นอกจากนี้ ในระหว่างการชาร์จไฟ DC ในฤดูร้อน หากตรวจพบว่าภาระการขับขี่หลังการชาร์จต่ำสามารถปรับช่วงอุณหภูมิการชาร์จที่อนุญาตของแบตเตอรี่ชั่วคราวและรักษาความเร็วในการชาร์จได้

    Nissanช่วงล่างของรถคันนี้ใช้เป็นช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบอิสระมัลติงลิงก์ จากเดิมเป็นแบบคานบิดหรือทอร์ชันบีมเพื่อความนุ่มนวลในการขับขี่และคล่องตัวกว่ารุ่นเดิม พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.3 เมตรจากชุดพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแร็คแอสซิสต์ ติดตั้งฉนวนกันเสียงหนาขึ้นทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้นถึง 2 เดซิเบล

    แถมยังมี Vehicle-2-Load (V2L) เปลี่ยนรถยนต์ให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ด้วยช่องชาร์จไฟในรถกำลังไฟ 1,500W สเปกญี่ปุ่น 1,800W ในอเมริกาและ 3.7 kW ในยุโรป

    สำหรับสเปกญี่ปุ่นยังมีฟังก์ชัน V2H (Vehicle-to-Home) เป็นเครื่องสำรองไฟเพื่อจ่ายไฟฉุกเฉินโดยตรงไปยังบ้านสามารถจ่ายไฟให้กับบ้านของคุณผ่านการชาร์จแบบอัจฉริยะจากรถยนต์สู่บ้านได้และ สำหรับสเปกยุโรปฟังก์ชัน V2G (Vehicle-to-Grid) ส่งพลังงานกลับเข้าระบบกริดไฟฟ้า ช่วยประหยัดค่าไฟและเสริมระบบพลังงานหมุนเวียนในอนาคต

    Nissanมาพร้อมฟังก์ชัน Intelligent Route Planner วางแผนเส้นทางอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับ Google Maps ทำให้ค้นหาจุดชาร์จตลอดเส้นทางได้อย่างง่ายดายช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้อย่างสบายใจพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติ ProPilot 1.0 และ 2.0 ใช้งานสำหรับสเปกญี่ปุ่น เทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ e-Pedal พร้อมปรับการหน่วงเบรก มาพร้อมกับความปลอดภัยที่มีทั้ง

    • เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor 3 มิติ
    • เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning
    • เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking
    • เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย Rear Automatic Emergency Brake
    • กล้องแสดงภาพพื้นถนนใต้ฝากระโปรงหน้า Invisible Hood View  ช่วยให้มองเห็นด้านหน้าได้ในมุมกว้างขึ้น Front Wide View
    • ช่วยรักษาระยะห่างของรถขณะขับขี่ในเมือง Intelligent Distance Control Assist

    Nissan LEAF เจนใหม่สานต่อความสำเร็จจาก 2 เจนที่ผ่านมาด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 700,000 คันผลิตที่โรงงานนิสสันที่เมืองซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ และโรงงานที่จังหวัดโทะชิงิ ญี่ปุ่น ประเดิมตลาดที่อเมริกา่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน และจะขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ในเวลาต่อมา และอยากให้มาขายในไทยอีกครั้ง

    ที่มา Nissan และ CarWatch

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts