ขณะที่เมืองไทยเตรียมเปิดตัว Nissan Navara EURO 5 15 สิงหาคม ด้านออสเตรเลียก็ไม่น้อยหน้าแนะนำรุ่นพิเศษออกขายกับ Nissan Navara Black Edition
ต้องบอกก่อนว่า Nissan Navara Black Edition เวอร์ชันออสเตรเลียและเวอร์ชันไทยแตกต่างทั้งการนำรุ่นย่อยมาแต่งและชุดแต่งที่ต่างจากไทยอย่างสิ้นเชิง
ภายนอก Exterior
นำพื้นฐานรุ่น ST Dual Cab 4×4 ตกแต่งเข้มไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแบบ Interlock โดดเด่นด้วยชื่อรุ่น Navara สีดำ พร้อมการ์ดเสริมกันชนหน้าสีดำขลิบสีเดียวกับตัวรถ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูสีดำ ล้ออัลลอย 6 ก้านสีดำเงาขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/65R17 A/T YOKOHAMA GEOLANDAR AT-S G012 สติ๊กเกอร์ Black Edition สีดำคาดตัวถังด้านข้าง สปอร์ตบาร์สีดำ แผ่นปิดสัมภาระแบบม้วนบนกระบะท้ายเด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมที่ล็อกและยังสามารถเปิด-ปิดผ่านสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ HSP
พร้อมออปชันเดิมทั้งไฟหน้าแบบ Quad-eye LED 4 มีไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Light รูปตัว C ในโคมเดียวกัน กันชนหน้าทรงสปร์ตเสริม พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED บันไดข้าง ไฟท้าย LED light guide แบบเส้นเดียว กันชนหลังเพิ่มสเต็ปด้านท้ายรถสะดวกสบายในการใช้งานขึ้นลง และกระจกหลังเลื่อนเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า
ภายใน Interior
ยังคงเป็นแผงคอนโซลหน้าดั้งเดิมสีดำพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านหุ้มหนัง มาตรวัดเรืองแสง TFT 7 นิ้วจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วจอใหญ่ พร้อม Nissan Connect เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ฟังเพลงผ่าน Bluetooth, ระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) เชื่อม Apple CarPlay แบบไร้สาย Android Auto จุดช่องชาร์จ USB มี USB-A 3 จุด และ USB-C 2 จุด รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ เบรกมือคันโยก ที่ชาร์จมือถือไร้สาย เครื่องปรับอากาศแบบปุ่มหมุนพร้อมช่องแอร์ด้านหลัง คันเกียร์หุ้มหนัง
เบานั่งคนขับปรับ 8 ทิศทาง พร้อมดันหลังเบาะนั่งหลังในรุ่น Double Cab เพิ่มที่พักแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่งและหมอนรองศีรษะตรงกลาง เหนือกว่าคือความเงียบเมื่ออยู่ในห้องโดยสารด้วยกระจกหน้าและข้างตอนหน้าเป็นแบบเก็บเสียง หรือ Acoustic Glass
ขุมพลัง Performance
แรงเช่นเดิมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ 190 แรงม้าที่ 3,750 รอบนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาทีในรหัส YS23DDTT จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อม Manual Mode ขับเคลื่อนสี่ล้อ Part-Time พร้อมล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า Electronic Rear Locking Differential พร้อมช่วงล่างหลังแบบคอล์ยสปริง 5-link
ความปลอดภัย Safety
ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ 360 Safety Shield ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยด้วยช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงหรือ Advance Driver Assistance System (ADAS) ตั้งแต่
- กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) ทำงานคู่กับเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection – MOD)
- เทคโนโลยีเตือนเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB)
- เตือนคนขับอัจฉริยะ (Intelligent Driver Alertness-IDA)
- เตือนเมื่อรถออกนอกเส้นทาง (Lane Departure Warning)
- ควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทางอัจฉริยะ (Intelligent Lane Intervention)
- เตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning)
- ตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)
- เปิดไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beam-AHB)
พร้อมความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง
- ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA
- ถุงลมนิรภัย 7 จุด รวมใต้เข่าคนขับ
- ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VDC)
- ช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
- ควบคุมเสถียรภาพของรถขณะลากจูง (TSA)
- ป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น (ABLS)
- จุดยึดที่นั่งเด็กสำหรับเบาะหลัง ISOFIX
- ล็อกความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
- สัญญาณกะระยะการจอดด้านหลัง
- ช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
- จอมอนิเตอร์ระบบ Off-Road Meter
Nissan Navara Black Edition เปิดขายออสเตรเลียกันยายนนี้จำนวนจำกัด 400 คัน ในราคาไม่รวมค่า On-Road $60,455 หรือราว 1,405,000 บาทมีทั้งหมด 4 สีทั้ง
- สีดำ Black Star
- สีขาว Solid White
- สีเทา Twilight Grey (เพิ่มเงิน +$700 หรือราว 16,230 บาท)
- สีบอรนซ์เงิน Brilliant Silver (เพิ่มเงิน +$700 หรือราว 16,230 บาท)
ที่มา Carexpert