และแล้ว Dongfeng Nissan เปิดสายการผลิต Nissan NX8 อย่างเป็นทางการแล้วก่อนที่จะขายในตลาดบ้านเกิดที่เมืองจีน ก่อนโกอินเตอร์ไปขายต่างประเทศ

โดย Nissan NX8 คันแรกหมายเลข 000001 ได้ออกจากสายการผลิตที่โรงงาน Dongfeng-Nissan เขตหัวตู่ เมืองกว่างโจว ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมาโดยโรงงงานนี้มีกำลังการผลิตปีละ 600,000 คัน

ภายนอกสปอร์ต
ตั้งแต่กระจังหน้าทรงรูปตัววีแบบทึบหรือ V-Motion พร้อมกันชนหน้าทรงสปอร์ตชิ้นเดียวกับกระจังหน้า ส่วนบนจะเป็นแถบไฟ DRL แบบ LED เส้นสีขาวแนวนอนคาดยาวแบบ “star-ring”ขนาด 2.4 เมตร พร้อมชุดไฟหน้า MATRIX LED และไฟ DRL แบบ LED รูปทรงบูมเมอแรง ชัดมากขึ้น มีโลโก้ Nissan เรืองแสง ด้านล่างเป็นช่องระบายอากาศสีดำ
ด้านข้างมาในแนวกระจกโอเปรา หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถังรถ ล้ออัลลอยมีหลายขนาดตั้งแต่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R18 ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/55 R19 และ 20 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R20 ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย Quantum OLED แนวยาวจำนวนดวง 2,064 ดวง ติดตราตัวอักษร Nissan สีแดงสลับสีดำทั้งแผง ชุดกันชนหลังออกแบบเรียบง่ายดูดีกลมกลืนกับตัวรถ
สร้างจากแพลตฟอร์ม Dongfeng Nissan’s new energy architecture มาในเอสยูวีไซซ์กลางแบบ 5 ที่นั่ง ถอดแบบจากคอนเซปต์คาร์ Nissan EPIC ด้วยงานดีไซน์คล้ายกับ Nissan N6 และ Nissan N7 โดยมีมิติดังนี้
- ความยาว 4,870 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,920 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,680 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,917 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,045 กิโลกรัมในรุ่น EREV
- น้ำหนักรถ 2,119-2,245 กิโลกรัมในรุ่น EV
ภายในเด่นด้วยจอคู่
ภายในมีครบทั้งมาตรวัดความเร็ว LCD สี จอสัมผัสกลางขนาดใหญ่ 2 จอชัดแบบ 2.5K (2560 x 1440 พิกเซล) ขนาด 14.6 และ 15.6 นิ้ว มาแบบจอคู่ จอสัมผัสระบบความบันเทิงทำงานรวดเร็วแม่นยำด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 และ 8755 พร้อมหน่วยความจำ 16GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 128 และ 384 GB

พร้อมลำโพง 6 จุด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านทรงหัวตัดท้ายตัด พร้อมจอแสดงผลแบบ Head-Up Display (HUD) เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัย มีไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 256 สี ที่ชาร์จมือถือไร้สายคู่กำลัง 50W ช่อง USB-Type C 2 จุด และ Type A 1 จุด เครื่องปรับอากศปรับแยกอุณหภูมิอัตโนมัติซ้าย-ขวาและช่องแอร์ด้านหลัง
เบาะนั่งแบบ Zero Pressure ออกแบบตามสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสารพร้อมระบบปรับท่าทางแบบปรับได้ ปรับไฟฟ้าด้าน มีฟังก์ชันนวด สำหรับคนขับ ปรับยืดเบาะรองน่องขาได้ ช่วยให้ขาสบายและรองรับได้อย่างเหมาะสม และมีพื้นที่สัมภาระท้าย

2 ขุมพลังเด็ดทั้ง EV และ EREV
เริ่มที่ขุมพลังไฟฟ้าล้วน EV มีเฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 292 แรงม้า และ 340 แรงม้า จากแพลตฟอร์มแรงดันสูง 800V คู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตเจเนอเรชันใหม่จาก CATL
ชาร์จไวแบบ 5C สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางวื่งไกลตามมาตรฐาน CLTC มีกันหลากหลายตั้งแต่ 565-650 กิโลเมตร หรือ 545-627 กิโลเมตร (NEDC)
ด้านขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง EREV (Extended Range Electric Vehicle) หรือ e-Power แบบ ปลั๊กอินไฮบริด ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบรหัส NR15T ขนาด 1.5 ลิตรให้กำลัง 148 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 265 แรงม้า
ชุดแบตเตอรี่แบบเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ทั้งขนาด 20.3 กับ 21.1 kWh วิ่งอีวีไกลสุด 102 กิโลเมตร และขนาด 34.7 kWh วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 185 กิโลเมตร และให้ความเร็วสูงสุดเท่ากับรุ่น EV ถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้ง 2 ขนาดมาพร้อมชุดแบตเตอรี่แบบเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)YUNDUN จาก Nissan-CATL รองรับการทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -30℃ ถึง 60℃ พร้อมความสามารถการกู้คืนพลังงาน (Energy Recovery) เพื่อการประหยัดพลังงาน ถึง 3 ระดับ
ระบบจ่ายกระแสไฟ V2L (3,300W) 3.3 kW ระบบจ่ายกระแสไฟแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในทุกที่ที่เดินทาง พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับ Comfort/Standard/Sport พร้อมโหมดช่วยเบรก Brake Assist 2 โหมดทั้ง Standard/Sports
มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) โดยมี LiDAR ติดตั้งมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยสามารถใช้งานฟังก์ชันนำทางอัตโนมัติ (Navigate On Autopilot หรือ NOA) ได้ทั้งในเมืองและบนทางหลวง

Nissan NX8 เตรียมขายจีนช่วงมีนาคม-เมษายน 2026 และเตรียมที่จะส่งออกไปขายต่างประเทศ เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง ทางด้านเก๋ง Nissan N6 และ Nissan N7 เตรียมทำตลาดต่างประเทศทั้ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงเมืองไทยโดยเฉพาะรุ่น N7
ที่มา CarNewsChina











