สำหรับช่วงนี้ ถ้าใครที่ได้แวะไปใช้บริการของสถานี พีทีที สเตชั่น ถ้าหากลองมองดูป้ายน้ำมัน แล้วไม่พบชื่อของ แก๊สโซฮอล์ E85 เหมือนเดิม ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ ปตท. ได้ประกาศ ยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันสูตรนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ไปตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากกลไกนโยบายด้านพลังงานที่เปลี่ยนไปและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ลดลง
ก่อนหน้านี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังดีลเลอร์และผู้บริหารสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีเหตุผล 2 หลัก คือ
- กลไกกองทุนน้ำมัน : จากเดิมที่ภาครัฐใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการ ชดเชยราคา E85 เพื่อให้มีราคาถูกและจูงใจผู้ใช้ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการ เรียกเก็บเงินเข้ากองทุน ส่งผลให้ราคาขายปลีกของ E85 ขยับสูงขึ้นจน แพงกว่าแก๊สโซฮอล์ E20
- ความต้องการตลาดลดลง : น้ำมันชนิดนี้มีราคาใกล้เคียงกับสูตรอื่น รวมถึงรถยนต์รุ่นใหม่ใช้พลังงานทางเลือกอื่นหรือไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้ยอดจำหน่าย E85 ลดลง ปตท. เลยมองว่าไม่คุ้มค่าในการบริหารจัดการพอร์ตของผลิตภัณฑ์
หน้าปั๊มยังขาย จนกว่าจะหมด
ปตท. ตัดสินใจ ยุติการขายแก๊สโซฮอล์ E85 จากคลังน้ำมัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
โดยวันที่ 31 มกราคม 2569 จะเป็นวันสุดท้ายที่มีการจ่ายน้ำมัน E85 จากคลัง
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานีบริการที่ยังมีน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E85 คงเหลืออยู่ในถังใต้ดิน จะยังสามารถจำหน่ายได้จนกว่าจะหมดหรือไม่สามารถสูบจ่ายขึ้นมาได้
หมายความว่า ในบางพื้นที่ถอาจจะยังพบ E85 วางขายอยู่ แต่ก็จะทยอยหายไปอย่างถาวรในอนาคต
ตัวเลือกใหม่ Super Power
เพื่อให้สถานีบริการ จัดการหัวจ่ายและถังน้ำมันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปตท. มีนโยบายให้แต่ละสถานีสามารถนำผลิตภัณฑ์กลุ่ม น้ำมันเกรดพรีเมียม หรือ Super Power มาจำหน่ายแทน E85 ได้
โดยให้ ผู้จัดการเขตการขายเป็นคนพิจารณาตามความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์และลักษณะที่ลูกค้าต้องการในแต่ละพื้นที่
เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการน้ำมันที่ตอบโจทย์เครื่องยนต์สมรรถนะสูง และเพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการขายได้มากขึ้น
เคยแรง แต่ไม่รอด
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นน้ำมันเบนซินที่มีการผสมเอทานอลในสัดส่วนสูงถึง 85% ซึ่งมีค่าออกเทนสูงมาก สามารถช่วยเพิ่มแรงม้า ช่วยเพิ่มแรงม้าให้เครื่องยนต์ได้ 5 – 10% และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้นิ่งแบบสม่ำเสมอขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดหลายด้าน
- รองรับเฉพาะรถที่ออกแบบมาสำหรับ E85
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูง
- ความคุ้มค่าลดลงทันที ถ้าราคาสูงกว่า E20
ด้วยความที่ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ความนิยมจึงลดลงต่อเนื่อง ทำให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งเลิกจำหน่ายไปก่อนหน้านี้
เกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มี E85?
สำหรับผู้ใช้รถยนต์ที่ยังรองรับ E85 อาจต้องมีการปรับพฤติกรรมการเติมน้ำมันหลังจาก ยุติการขายแก๊สโซฮอล์ E85 ซึ่ง E20 อาจเป็นตัวเลือกที่ใกล้เคียงที่สุด และหาเติมได้ง่ายกว่า
ส่วน E85 ในอนาคตอาจหาซื้อได้ยากขึ้น เนื่องจากผู้จำหน่ายรายใหญ่หยุดการจำหน่าย ความคุ้มค่าทางโลจิสติกส์ของตลาดก็จะลดลงตามไปด้วย
การปิดตำนาน E85 ในครั้งนี้ เท่ากับว่าผู้ผลิตน้ำมัน เริ่มมีการปรับตัว ให้เป็นไปตามทิศทางของพลังงานโลกและนโยบายรัฐ ที่ทีการสนับสนุนการใช้น้ำมันพื้นฐานอย่าง E20 และรถยนต์แบบไฟฟ้า (EV) มากขึ้นนั่นเอง
ข้อมูลจาก : thairath.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com














