นับตั้งแต่เปิดตัวต้นแบบ Toyota Corolla Concept และนี่อาจเป็นร่างใหม่ของเจนที่ 13 ของ Toyota Corolla ALTIS ก็เป็นได้

ล่าสุดสื่อรถยนต์ออสเตรเลียรายงานว่า Toyota Corolla ALTIS (Corolla) เจเนอเรชันที่ 13 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเตรียมเผยเวอร์ชันขายจริง
และนี่ก็คือว่าที่เจนใหม่จากแรงบันดาลใจของนักออกแบบอิสระ Theottle สร้างสรรค์เรนเดอร์ทรงสปอ์ตจากต้นแบบ Toyota Corolla Concept ที่เคยโชว์ที่งาน Japan Mobility Show 2025 ตั้งแต่
กระจังหน้าแบบ Hammerhead กริตเตอร์ขอบใหญ่พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED ลากยาวเป็นรูปตัวยูคว่ำ พร้อมชุดไฟหน้า LED แนวตั้ง 2 ฝั่ง และรูปเลข 7 ข้างบน พร้อมตราโลโก้สามห่วง กลมกลืนกับชุดฝากระโปรงหน้าชุดกันชนหน้าออกแบบลงตัวทรงสปอร์ต พร้อมปีกขอบกันชนหน้าซ้าย-ขวา ถึง 2 ชั้น เพิ่มความลึกและความซับซ้อน
ด้านข้างสปอร์ตด้วยหลังคารถที่ลาดลง มาพร้อมกระจกมองข้างและที่เปิดประตูและด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED แนวยาว กับสปอยเลอร์ทรงเด่นและเสาอากาศครีบฉลามแน่นอนว่าเจนใหม่นี้ยังคงเป็นแพลตฟอร์ม TNGA พร้อมภายในห้องโดยสารและพื้นที่สัมภาระจะมีขนาดเท่ากันไม่ว่าจะวางขุมพลังแบบไหน

ขุมพลังหลากหลายทั้งสันดาป ฟูลไฮบริด เป็นการหยิบยกจากเจนที่ 12 มาปรับปรุงเริ่มที่ เบนซินจากตระกูล Dynamic Force รหัส M20A-FKS 2.0 ลิตร 173 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาทีแรงบิด 206 นิวตันเมตรที่ 4,600-5,000 รอบต่อนาที ฉีดจ่ายน้ำมันโดยตรง D-4S direct injection และควบคุมการเปิด-ปิด วาล์วไอดี VVT-iE electric variable valve timing จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ Direct Shift 10 สปีด พร้อม Paddle Shift
เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ รหัส 9NR-FTS VVT-iW 1.2 ลิตร 116 แรงม้าที่ 5,200-5,600 รอบต่อนาที แรงบิด 185 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT

ฟูลไฮบริด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้ารุ่น 1VM 95 แรงม้า แรงบิด 185 นิวตันเมตร เพิ่มมอเตอร์หลังสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four รุ่น 1WM 41 แรงม้า แรงบิด 84 นิวตันเมตร ได้แรงม้ารวม 140 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่ที่มีแรงดันไฟฟ้า 207.2 V จำนวนเซลล์ 56 ความจุไฟฟ้า 4 Ah (0.83 kWh)
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Paddle Shift มีโหมดการขับขี่ทั้ง EV, POWER, NORMAL ECO MODE และเพิ่มโหมด Snow Extra สำหรับการขับขี่ในสภาพอากาศฤดูหนาวเฉพาะรุ่น E-Four
ฟูลไฮบริดเจเนอเรชันที่ 5 ขนาด 2.0 ลิตร Dynamic Force Hybrid พร้อมระบบฉีดจ่ายน้ำมันโดยตรง D-4S direct injection และควบคุมการเปิด-ปิด วาล์วไอดี VVT-iE electric variable valve timing แรงเร้าใจและประหยัดให้พลัง
ภายใต้รหัส M20A-FXS ในภาคเครื่องยนต์ให้กำลัง 152 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาทีแรงบิด 188 นิวตันเมตรที่ 4,400-5,200 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า 1VM กำลัง 113 แรงม้า แรงบิด 206 นิวตันเมตร
ในรุ่น E-Four เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลัง 1WM ให้กำลังมากถึง 41 แรงม้า แรงบิด 84 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกันให้พลังมากสุด 199 แรงม้า ขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีแรงดันไฟ 216 โวลต์ 6.5 แอมป์ชั่วโมง เพิ่มเซลส์ไฟฟ้าขึ้นเป็น 180 เซลส์ และความจุแบต 1.404 kWh (6.5Ah) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
และอาจมีขุมพลังเทอร์โบ 2.0 ลิตรใหม่สำหรับ GR Corolla เจนใหม่รวมถึงเบนซินใหม่ 1.5 ลิตร ให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิด 120 นิวตันเมตรพ่วงพลังฟูลไฮบริด
สำหรับการเปิดตัวเพื่อมาสานต่อความสำเร็จมากว่า 60 ปี เผยทั่วโลกคาดเป็นช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 ก่อนที่จะเริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
ที่มา Carexpert












