นี่คือหนึ่งรุ่นจากผลผลิตโครงการที่กลุ่มภาคี CJPT พัฒนารถยนต์หลากหลายพลังงานเพื่อการพาณิชย์ตอบโจทย์ลูกค้าชาวญี่ปุ่นนั่นคือ Toyota PIXIS VAN EV

รถตู้ไซซ์จิ๋วพลังไฟฟ้าล้วนมาจากพื้นฐานของ Daihatsu HIJET CARGO มาเปลี่ยนตราเป็นตราสามห่วงภายใต้ชื่อ Toyota PIXIS VAN
รูปลักษณ์เหมือนเวอร์ชันสันดาปตั้งแต่ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถกันชนหน้าที่มีช่องระบายอากาศแนวนอน 3 ช่อง กระทะล้อขนาด 12 นิ้ว พร้อมยาง 145/80R12 ไฟท้ายอยู่ด้านล่างในชุดกันชนหลัง เด่นด้วยประตูสไลด์เปิดได้สองข้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคือโลโก้ทั้งสามค่ายและช่องเติมไฟในบนช่องระบายอากาศของชุดกันขนหน้ากับมิติตัวรถตั้งแต่
- ความยาว 3,395 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,475 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,890 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,450 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 130 มิลลิเมตร


ภายในมีพื้นที่ด้านหลังจุได้มากสุด 1,275 ลิตร นั่งได้ 4 คนรับน้ำหนักได้ถึง 350 กิโลกรัม พื้นที่เก็บสัมภาระมีขนาดความยาว 1,920 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,270 มิลลิเมตร ความสูง 1,250 มิลลิเมตร ให้พื้นที่เก็บสัมภาระเท่ากับ PIXIS VAN เวอร์ชันสันดาปล้วน พื้นห้องเก็บสัมภาระอยู่สูงจากพื้น 630 มิลลิเมตร เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสัมภาระ

พร้อมออปชันที่ไม่ต่างจากเวอร์ชันสันดาปสิ่งที่เปลี่ยนไปนั่นคือหัวเกียร์ สวิตช์เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมจอแสดงข้อมูล MID พร้อมช่องวางแก้ว ช่องใส่ของ ช่องเสียบ USB มีหลายจุด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน พร้อม Push Start และไฟส่องสว่างภายในแบบ LED
พร้อมชั้นวางของเหนือศีรษะ ที่ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเบาะนั่งหุ้มผ้าสีดำลาย ตัวผ้ามีคุณสมบัติกันน้ำ สามารถเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำได้หากสกปรก พร้อมอุ่นเบาะคู่หน้าแบบประหยัดพลังงานใช้งานได้แม้ในขณะที่รถจอดอยู่ ช่วยลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อระยะทางการขับขี่


ขุมพลังไฟฟ้าล้วนแบบเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง e-SMART ELECTRIC พัฒนาร่วมกันทั้ง Toyota Daihatsu และ Suzuki มาพร้อมกับ “e-Axle” เพลาขับเคลื่อนไฟฟ้า ที่รวมเอาส่วนประกอบหลัก 3 อย่าง ได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้า (Motor), ชุดเกียร์ (Gearbox) และอินเวอร์เตอร์ (Inverter/Controller) เข้าไว้ด้วยกัน
โดยมีขนาดความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 36.6 kWh ถูกติดตั้งไว้ใต้พื้นรถเพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง ให้กำลังสูงสุด 47 แรงม้า แรงบิด 126 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 257 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (WLTC) ชาร์จเร็ว DC CHAdeMO 10-80% ภายใน 50 นาที และชาร์จ AC กำลังไฟ 6kW ประมาณ 6 ชั่วโมง
มีฟังก์ชัน Regenerative Boost หรือ One Pedal ซึ่งมีประโยชน์ในการขับขี่ ไม่ว่าจะเบรกหรือชะลอความเร็วและสามารถชาร์จพลังงานกลับในสภาพถนนการขับขี่


Vehicle-2-Load (V2L) แบบ External Power Supply เปลี่ยนรถยนต์ให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจ่ายไฟ AC 100V ได้ 1,500W รวมถึง Vehicle to Home (V2H) สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานเพื่อจ่ายไฟให้บ้านหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าได้ในกรณีฉุกเฉิน
ช่วงล่างใหม่เน้นศูนย์ถ่วงต่ำ ปรับช่วงล่างหลังใหม่เน้นความนุ่มนวลขึ้น พร้อมความปลอดภัยด้วย Smart Assist ADAS ประกอบด้วย
- แจ้งเตือนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning)
- ช่วยเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงการชน Collision Avoidance Assist Braking ตรวจจับยานพาหนะที่วิ่งตรงมาในเลนสวนทางเมื่อเลี้ยวขวาที่ทางแยก และคนเดินเท้าที่ข้ามถนนจากทิศทางตรงกันข้ามเมื่อเลี้ยวขวาหรือซ้ายที่ทางแยก
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
- ควบคุมรถให้อยู่ในเลน LDP (Lane Departure Prevention)
- ป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธีทั้งเดินหน้าและถอยหลัง PMC (Pedal Misoperation Control)
- เตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDW (Road Departure Warning)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว LCDN (Leading Vehicle Departure Notification)
- จดจำป้ายจราจร Sign recognition function
ความปลอดภัยพื้นฐานทั้งถุงลมนิรภัย ควบคุมการทรงตัว VSC ป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ออกตัวบนทางลาดชัน HAC สัญญาณไฟฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน Emergency Brake Signal ระบบเบรก ABS กระจายแรงเบรก EBD เสริมแรงเบรก BA กล้องมองภาพรอบคัน สัญญาณกะระยะการจอดด้านหลัง 4 จุด และด้านหน้า 2 จุด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการถอยรถ

Toyota PIXIS VAN EV ผลิตที่โรงงาน Daihatsu เมือง Nakatsu เปิดตัวและขายที่ญี่ปุ่น เริ่มต้น 3,146,000 YEN หรือราว 645,000 บาท
เป็นผลิตผลมาจากลุ่มภาคี CJPT (Commercial Japan Partnership Technologies Corporation) กลุ่มนี้มีทั้ง ISUZU, Toyota, Suzuki และ Daihatsu มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการใช้เทคโนโลยีภายใต้แนวคิด CASE (Connected, Autonomous, Shared, Electric) อย่างแพร่หลายในวงกว้าง เพื่อมุ่งลดปัญหาที่พบในระบบขนส่ง ตลอดจนบรรลุสังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนนำยนตกรรมจากกลุ่มภาคีนี้มานำเสนอให้ชาวญี่ปุ่นและบางประเทศได้รู้จักมากขึ้น
ที่มา Carwatch










