เคยไหมคะ วางแผนทริปมาอย่างดี จองตั๋วเรียบร้อย เลือกโรงแรมแล้ว แต่พอถึงวันเดินทางกลับมีเรื่องให้แก้ไม่หยุด ตั้งแต่เที่ยวบินเปลี่ยนเวลา หาที่พักไม่เจอ ไปจนถึงต้องต่อรถหรือเช่ารถเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายถัดไป
เพราะการเดินทางจริงมีรายละเอียดมากกว่าการกดจอง Trip.com จึงเปิดตัวแคมเปญ “Always There เพราะการอยู่ตรงนั้นสำคัญเสมอ” พร้อมวางตัวเองจากแพลตฟอร์มจองเที่ยวบิน โรงแรม และกิจกรรมท่องเที่ยว ไปสู่ “Trusted Trip Companion” หรือเพื่อนที่พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มวางแผนจนกลับถึงบ้าน
มากกว่าการกดจอง: Trip.com ชูบริการ 24 ชั่วโมง ดูแลตลอดการเดินทาง
เวลาทุกอย่างเป็นไปตามแผน แอปจองทริปแทบทุกเจ้าก็ดูใช้งานง่ายไม่ต่างกันมาก แต่สิ่งที่นักเดินทางจะรู้สึกได้จริงมักเกิดขึ้นตอนมีปัญหา เช่น ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินกะทันหัน ติดต่อที่พักไม่ได้ หรือแผนการเดินทางต่อสะดุด Trip.com จึงนำบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงมาเป็นแกนสำคัญของแคมเปญ โดยบริษัทระบุว่า คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าในประเทศไทยทั้ง Net Promoter Score หรือ NPS และ Customer Satisfaction หรือ CSAT อยู่ในระดับมากกว่า 90%

นายชูเบิร์ต โหล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com อธิบายว่า เทคโนโลยีช่วยให้การจองรวดเร็วและสะดวกขึ้น แต่สิ่งที่นักเดินทางต้องการไม่แพ้กันคือคนและบริการที่พร้อมช่วยเหลือ โดยเฉพาะในช่วงที่ทริปไม่เป็นไปตามแผน
จากเที่ยวบินสู่ Road Trip: เชื่อมการเดินทางไร้รอยต่อ ตอบโจทย์คนใช้รถ
สำหรับคนใช้รถ การเดินทางไม่ได้เริ่มตอนขับออกจากบ้านและไม่ได้จบแค่เมื่อถึงโรงแรม บางทริปต้องขับรถไปสนามบิน ฝากรถไว้หลายวัน แล้วไปเช่ารถขับต่อที่ปลายทาง ขณะที่ทริปครอบครัวอาจต้องคิดเพิ่มทั้งเรื่องสัมภาระ จุดพัก และเวลาที่เหมาะกับสมาชิกแต่ละคน แนวคิด “เพื่อนคู่ใจทุกการเดินทาง” จึงเชื่อมกับโลกของรถและการเดินทางได้ค่อนข้างตรง เพราะประสบการณ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับพาหนะเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวางแผนทุกช่วงให้ต่อกันได้โดยไม่สะดุด ตั้งแต่เที่ยวบิน ที่พัก กิจกรรม ไปจนถึงรถที่ใช้เดินทางต่อ

★ ภายในงานยังมี ASAP ผู้ให้บริการรถเช่าเข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตร สะท้อนให้เห็นว่ารถเช่ายังมีบทบาทสำคัญสำหรับคนที่เดินทางด้วยเครื่องบิน แต่ต้องการขับรถเที่ยวต่ออย่างอิสระเมื่อถึงจุดหมาย
เจาะเทรนด์ Road Trip ครอบครัวและการเที่ยวอย่างยั่งยืน โจทย์ใหม่ของคนใช้รถ
อีกสองเรื่องที่ถูกหยิบมาคุยในงานคือการเดินทางอย่างยั่งยืนและทริปครอบครัว ซึ่งเป็นโจทย์ใกล้ตัวคนใช้รถมากกว่าที่คิด การเดินทางอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการหยุดเที่ยว แต่เป็นการเลือกพาหนะ ที่พัก และกิจกรรมให้เหมาะกับเส้นทางมากขึ้น เช่น วางแผนให้ขับรถอ้อมน้อยลง เลือกพักใกล้จุดที่จะไป หรือใช้รถร่วมกันเมื่อเดินทางเป็นกลุ่ม ส่วนทริปครอบครัวก็ต้องคิดมากกว่าคำว่า “ไปไหน” เพราะยังมีเรื่องพื้นที่เก็บสัมภาระ ความปลอดภัย จุดแวะพัก และระยะเวลาบนรถเข้ามาเกี่ยวข้อง
หากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวช่วยรวบรวมข้อมูลและทำให้การจัดการแต่ละช่วงง่ายขึ้น นักเดินทางก็มีเวลาไปสนุกกับทริปมากขึ้น แทนที่จะต้องคอยเปิดหลายแอปหรือไล่ติดต่อผู้ให้บริการทีละราย
แคมเปญ “Always There” จาก Trip.com: เพราะความทรงจำที่ดีเกิดระหว่างทาง
พร้อมกับการเปิดตัวแคมเปญ Trip.com ยังเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณา “Always There เพราะการอยู่ตรงนั้นสำคัญเสมอ” เล่าเรื่องการเดินทางในช่วงต่างๆ ของชีวิต ตั้งแต่ทริปครอบครัวไปจนถึงการออกไปสร้างความทรงจำกับคนสำคัญ
แม้แกนหลักจะเป็นเรื่องบริการของแบรนด์ แต่สิ่งที่หนังพยายามชวนให้คิดต่อคือ บางครั้งเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตั๋วราคาเท่าไรหรือพักห้องหมายเลขอะไร แต่กลับจำบทสนทนาบนรถ จุดพักระหว่างทาง หรือเหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทริปได้ชัดกว่า เพราะการเดินทางที่ดีอาจไม่ใช่ทริปที่ไม่มีปัญหาเลย แต่คือทริปที่เมื่อมีอะไรหลุดจากแผนแล้ว เรายังหาความช่วยเหลือและเดินทางต่อได้โดยไม่เสียอารมณ์ไปทั้งวันค่ะ
รับชมภาพยนตร์แคมเปญ “Always There” ได้ทาง Facebook Trip.com Thailand
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ เปลี่ยนรถเป็นออฟฟิศ! 8 ไอเทมติดรถสำหรับสาย Hybrid Work นั่งทำงานได้ทุกที่
■ ขับรถนานแล้วปวดหลัง คอ บ่า ไหล่? เช็ก 4 จุดปรับท่านั่ง พร้อม 4 ไอเทมช่วยให้นั่งสบายขึ้น