ประเทศไทยเป็นที่แรกของโลกเปิดตัว XPENG X9 2026 ไมเนอร์เชนจ์เวอร์ชันพวงมาลัยขวาขับเคลื่อนด้วยพลัง Turing AI Chip อย่างเหนือระดับ

XPENG X9 2026 ไมเนอร์เชนจ์ปรับใหม่ครั้งแรกปรับตั้งแต่หัวจรดท้ายรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในร่างเอ็มพีวีหรู 3 แถว
ภายนอกปรับใหม่



ด้วยกันชนหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมช่องระบายอากาศออกแบบใหม่ลักษณะครีบ Active Grille Shutter เปิด-ปิดอัตโนมัติ ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ชุดไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ใต้ฝากระโปรงแบบมีขอบพร้อมตราโลโก้ประจำค่าย ถัดลงมาเป็นชุดไฟหน้า LED ดีไซน์กลมกลืนรับกับชุดกันชนหน้าปิดทึบ มือจับประตูแบบฝังเรียบ
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วเลือกได้ 2 ลาย เริ่มที่ลาย Multi-Spoke ในรุ่น Premium และทูโทนปัดเงาลายหลายก้าน Starlight Floating พร้อมดุมล้อล็อกตำแหน่งโลโก้ไว้ไม่ให้หมุนตามแรงเฉื่อยของล้อ พร้อมยาง 235/50R20 ในรุ่น Exclusive และรุ่น Luxury Performance AWD
ติดตั้งประตูคู่หน้าเปิด-ปิดด้วยระบบสุญญากาศแบบดูด Soft-close Doors เป็นออปชันมามาตรฐานทุกรุ่นย่อย จากเดิมจะมีประตูสไลด์ 2 ฝั่งเปิด-ปิดด้วยระบบสุญญากาศแบบดูด ไฟท้าย LED แนวยาวฝั่งโลโก้อักษร XPENG พร้อมฝาท้ายไฟฟ้า รับกับหลังคาลาดแบบ Hatchback และกันชนหลังดีไซน์ใหม่
ด้านหลักอากาศพลศาสตร์ แปลกใหม่ไม่เหมือนเดิม ความใส่ใจในรายละเอียดนี้ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอยู่ที่ 0.227 ซึ่งน่าประทับใจสำหรับรถขนาดใหญ่มากสร้างจากแพลตฟอร์ม SEPA 2.0 platform (Smart Electric Platform Architecture) จากโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีมิติขนาดใหญ่ตั้งแต่
- ความยาว 5,316 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,988 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,785 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,160 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,795-2,850 กิโลกรัม
ภายในใหม่


แผงคอนโซลหน้าทรงเดิมแต่ปรับใหม่ตั้งแต่ แผงประตูใหม่ติดตั้งกรอบลำโพงใหม่ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านดีไซน์ใหม่ปุ่มการใช้งานซ้าย-ขวาและแป้นกดแป้นออกแบบใหม่พร้อมตราโลโก้ขนาดใหญ่ติดตรงกลาง(เดิมโลโก้เล็กติดมุมซ้ายของแป้นกดแตร) โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 37.6 เซนติเมตร (376 มิลลิเมตร)

เพิ่มจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า HUD ขนาด 21 นิ้ว นอกจากแสดงข้อมูลการขับและระบบจำลองภาพภายนอก ยังสามารถแสดงภาพจากกล้อง ได้อีกด้วย เพิ่มความสุนทรีย์ด้วยลำโพง 27 ตำแหน่ง XOPERA จากเดิม 23 ตำแหน่ง
วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารเป็นลายไม้ AYOUS ความยาว 4.2 เมตร พาดผ่านชุดแผงคอนโซลหน้าส่วนล่างกับชุดแผงประตูคู่หน้า เสริมเส้นสีเงินโครเมียมที่ขอบแผงควบคุมกระจกไฟฟ้า ช่องแอร์ตรงกลาง ขอบที่ชาร์จมือถือไร้สาย ฯลฯ



ชุดเบาะนั่ง 3 แถวหุ้มวัสดุหนัง NAPPA ที่ให้ทุกรุ่นย่อยและเบาะนั่งตอนที่ 3 ดีไซน์ใหม่สามารถแบ่งการพับราบแบบ 60:40 ได้ในปุ่มเดียว พร้อมโทนสีภายในใหม่สีน้ำตาล-ขาว “Cloud Rose Brown”


นอกนั้นเดิมๆเริ่มที่มาตรวัดควาเร็วดิจิทัลแบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์แบบลอยตัวขนาด 17.3 นิ้ว เชื่อมต่อด้วยที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย และชิป Qualcomm Snapdragon 8295 พร้อมรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์ Vehicle OTA Upgrade Service


ผ่อนคลายขณะชมรายการบันเทิงบนจอทีวีติดเพดานขนาดใหญ่ 21.4 นิ้ว ระบบแอร์รอบห้องโดยสารพร้อมฟอกอากาศที่ทำให้หายใจได้อย่างสะดวกเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิอิสระ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟคู่ พร้อมปลั๊กไฟ 220V มีคาราโอเกะไร้ไมโครโฟน พร้อมระบบ AIOS 6.0 ที่ช่วยแนะนำการชาร์จและสั่งการด้วยเสียง
ไฟอ่านหนังสือในห้องโดยสารปรับแสงไฟให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติได้อย่างแม่นยำมี “ตู้เย็น” ในตัวพร้อมการตั้งค่าอุณหภูมิระหว่าง 0-50° C หลังคาพาโนรามิกซันรูฟคู่

ภายในมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 7.7 ตารางเมตร สบายแบบ 7 ที่นั่งเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทางและดันหลัง 4 ทิศทาง พร้อมปรับความจำตำแหน่งเบาะพร้อมอุ่นเบาะ เบาะเย็น และนวด เบาะนั่งแถวที่ 3 พับราบด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมอุ่นเบาะเพื่อให้เห็นพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 2,554 ลิตร และตอนไม่พับเบาะมีพื้นที่ 755 ลิตร พร้อมโทนสีภายใน 2 สีทั้งสีกาแฟ Moon Shadow Coffee และสีดำ Meteorite Black

เบาะแถวที่ 2 Grand Sofa เฟิร์สคลาสฟังก์ชัน Zero Gravity แบบชิดติดกัน มอบความสบายผ่อนคลายสูงสุด ปรับไฟฟ้า 18 ทิศทาง พร้อมปรับความจำตำแหน่งเบาะพร้อมอุ่นเบาะ เบาะเย็น และนวด พร้อมที่ชาร์จมือถือไร้สายในเบาะนั่งตอนที่ 2 กำลัง 50W ในรุ่น Luxury Performance AWD

เบาะแถวที่ 2 Sofa เฟิร์สคลาสฟังก์ชัน Zero Gravity มอบความสบายผ่อนคลายสูงสุด พร้อมช่องทางเดินระหว่างเบาะแถวที่ 2 (Walk-through Access) แบบแยก ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมปรับความจำตำแหน่งเบาะพร้อมอุ่นเบาะ เบาะเย็น และนวดพร้อมที่ชาร์จมือถือไร้สายในเบาะนั่งตอนที่ 2 ในรุ่น Premium กับรุ่น Exclusive
พลังใหม่แรงเร้าใจขึ้น

จากสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ 800V SiC Architecture ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกัน 3 ทางเลือกที่ปรับจูนกำลังใหม่เริ่มที่
– รุ่น Premium ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลังเพิ่มขึ้นเป็น 346 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) ขนาดใหม่ 94.8 kWh วิ่งไกลสุดปรับเพิ่มขึ้นเป็น 620 กิโลเมตร (NEDC) สร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.2 วินาที
ชาร์จแบบ 5C ด้วยชาร์จเร็ว DC 12 นาที 10-80% รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 537 kW และชาร์จช้า AC 11 kW 5-100% 9.5 ชั่วโมง (เดิม 320 แรงม้า ชาร์จเร็ว DC 20 นาที 10-80% รองรับชาร์จสูงสุดถึง 283 kw ขนาดแบตเตอรี่ 84.5 kWh วิ่งไกล 580 กิโลเมตร (NEDC))
– รุ่น Exclusive มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าจากความจุแบตเตอรี่ lithium Ternary แบบ NMC 110 kWh จาก CALB-Tech ให้กำลังสูงสุด 346 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดวิ่งไกลขึ้นอีกได้ 715 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 7.75 วินาที ชาร์จแบบ 5C ด้วยชาร์จเร็ว DC 12 นาที 10-80% รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 542kW และชาร์จช้า AC 11 kW 5-100% 11 ชั่วโมง
(เดิม 320 แรงม้า ชาร์จเร็ว DC 20 นาที 10-80% รองรับชาร์จสูงสุดถึง 317 kw ขนาดแบตเตอรี่ 101.5 kWh LFP วิ่งไกล 690 กิโลเมตร (NEDC))
– ใหม่!! รุ่น Luxury Performance AWD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อจากความจุแบตเตอรี่ lithium Ternary แบบ NMC 110 kWh จาก CALB-Tech ให้กำลังรวมถึง 537 แรงม้า แรงงบิด 640 นิวตันเมตร จากมอเตอร์คู่หน้า 346 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร และมอเตอร์คู่หลัง 191 แรงม้า แรงบิด 190 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งได้ 670 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.9 วินาที
ชาร์จแบบ 5C ด้วยชาร์จเร็ว DC 12 นาที 10-80% รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 542kW และชาร์จช้า AC 11 kW 5-100% 11 ชั่วโมง
รองรับ V2L ระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอก 3.3 kW พร้อมโหมดน้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้าและโหมด Brake pedal คันเร่งและเบรกในแป้นเดียว แต่ละโหมดมาถึง 3 โหมดทั้ง Comfort Standard Sport และฟังก์ชันชาร์จกลับ Energy recovery มีทั้งโหมด Low Medium High X-Pedal
เด่นด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้ออัตโนมัติ ช่วยให้วงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร คล่องตัวสูงสุดเทียบกับรถกลุ่มเดียวกัน มาพร้อมช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะแบบสองห้อง Dual-Chamber ปรับสูง-ต่ำและความหนืดอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพสูงสุดบนพื้นฐานช่วงล่างหน้าอิสระดับเบิลวิชโบน และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ H-arm
ความปลอดภัยมาครบ


ด้วย XPENG Navigation Guided Pilot (XNGP) หรือ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) ประมวลผลด้วยชิปใหม่ Turing AI Chip ที่ให้พลังในการประมวลผล AI (AI Brain Power) แรงขึ้นถึง 3 เท่า ด้วยเรดาร์คลื่นมิลลิเมตรความละเอียดสูงถึง 3 จุด เซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 จุด และกล้อง 14 จุด (รวมกล้องสำหรับตรวจจับสถานะผู้ขับขี่)
- จำลองภาพภายนอกรถยนต์ SR Environment Simulation Display
- ล็อกความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC)
- ช่วยควบคุมให้อยู่กลางเลน Lane Centering Control (LCC)
- ช่วยควบคุมการเข้าโค้งอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Turning Cruise (ATC)
- ช่วยเปลี่ยนเลนอัจฉริยะ Active Lane Change (ALC)
- จำกัดความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Assist (SAS)
- ช่วยจอดรถอัจฉริยะ Enhanced Auto Parking Assist (EAP)
- ช่วยถอยจอดรถอัจฉริยะ Auto Exit Parking Assist (AEP)
- ช่วยจอดอัตโนมัติจากระยะไกล Remote Parking Assist (RPA)
- นำรถเข้า-ออกจากช่องจอดในแนวตรง Remote Vehicle Summon (RVS)
- กล้อง 360 องศา พร้อมจำลองการมองเห็นใต้ท้องรถ 360° Camera With Transparent Chassis
- กล้องบันทึกวีดีโอการขับขี่ Drive Video Recorder (DVR)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- ช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า Front Vehicle Distance Monitoring (FDM)
- ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ Forward Collision Warning (FCW)
- อ่านป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
- ตรวจจับสถานะผู้ขับขี่ Driver State Monitoring (DSM)
- ช่วยตรวจจับและช่วยเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection and Warning (BSD)
- แสดงภาพมุมอับสายตา Blind Spot View (BSV)
- เตือนออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping Assist (LKA)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping (ELK)
- เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
- ช่วยเตือนหากเสี่ยงต่อการโดนชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ถุงลมนิรภัยเพิ่มมาเป็น 9 จุด ใหม่!!
- ฟังก์ชั่นควบคุมเสถียรภาพของตัวรถเมื่อยางระเบิด ใหม่!!

XPENG X9 2026 ไมเนอร์เชนจ์ขายไทย 3 รุ่นย่อยใหม่ดังนี้
- รุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท
- รุ่น Exclusive ราคา 2,599,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 100,000 บาท)
- รุ่น Luxury Performance AWD ราคา 2,799,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 50,000 บาท)

สีภายนอก 6 สี สีเทา Lambent Cyan (สีใหม่) สีม่วง Polar Violet (สีใหม่) สีเทาด้าน Matte Gray สีดำ Midnight Black สีขาว Arctic White และพ สีบรอนซ์เงิน Silver Frost สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ถึง 5 เมษายนนี้
- ฟรี โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
- ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี
- ฟรี WALLBOX Charger พร้อมติดตั้ง
- ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
- รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี










