More

    ZEEKR 9X ทรงหรูวิ่งไกลพันกว่ากม.เปิดพรีเซลที่จีนเริ่ม 2.175 ล้านบาท

    ZEEKR ค่ายรถหรูในเครือ GEELY เผยโฉม ZEEKR 9X เอสยูวีรุ่นใหญ่เปิดราคาขายล่วงหน้าออกมาแล้วก่อนที่จะเผยราคาจริง

    ZEEKRZEEKR 9X เจ้าของฉายา เอสยูวีเรือธงสุดหรูระดับโลก โดยมีความคล้ายคลึงกับ Rolls-Royce Cullinan ผสมกับความเป็น RANGE ROVER เวอร์ชันปลั๊กอินไฮบริด

    ด้านหน้าความคล้ายกับ Rolls-Royce Cullinan 

    ตั้งแต่กระจังหน้าโครเมียมมีช่องระบายอากาศแนวตั้งถี่ ติดตั้งโลโก้ขอบฝากระโปรงหน้า ไฟหน้าส่องสว่าง DRL แบบ LED แนวนนอน 2 เส้น พร้อมไฟหน้า LED 2 ชั้นทรงเหลี่ยม ฝากระโปรงหน้าดีไซน์มีขอบสองข้างและเรียบเนียนในส่วนด้านหน้าพร้อมคิ้วโครเมียมที่ขอบกันชนหน้าซ้าย-ขวา

    ด้านข้างมีสัดส่วนที่แข็งแรงขอบหน้าต่างที่สูงโครงร่างของตัวรถทำให้เรานึกถึง Range Rover ที่มีหลังคาแบนเสา D ที่ลาดเอียงด้วยกรอบโครเมียมที่กรอบกระจกโดยบริเวณเสา D เน้นความหนามาก หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ 3 ช่องใหญ่พร้อมเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา กระจกมองข้างทรงสปูนที่เปิดประตูเรียบเนียนกับตัวรถ และคิ้วชายล่างเส้นแนวนอนแบบโครเมียม

    ZEEKR

    ไฟท้าย LED แบบ “Ring Screen Star Diamond” ประกอบด้วยเหลี่ยมเพชรเจียระไน 43,343 เหลี่ยม มาในแนวตั้งทรงเล็กคู่ซ้าย-ขวาล้อมด้วยเส้นแนวนอนแนวยาว 2 เส้นบนล่างในชุดฝาท้ายพร้อมตราตัวหนังสือ ZEEKR รับกับกันชนหลังพร้อมคิ้วเสริมใต้กันชนหลังโครเมียมเข้ามาช่วยให้รถดูดีสง่าขึ้น ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 23 นิ้ว มิติตัวรถมาแบบฟูลไซซ์เอสยูวีจากสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ SEA-S

    • ความยาว 5,239 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 2,029 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,819 มิลลิเมตร
    • ฐานล้อ 3,169 มิลลิเมตร

    ZEEKR

    ภายใน

    สบายแบบ 3 แถวที่มีทั้งแบบ 6 ที่นั่ง 2+2+2 มาพร้อมโทนสี 3 สี ทั้ง สีน้ำเงินเข้ม, สีเบจ และสีน้ำตาล  พร้อมฟังก์ชันเบาะนั่งแบบเลื่อนและเอนได้ พร้อมเบาะนั่งด้านหลังสไตล์ผู้บริหารแบบ Captain Chair สองตัว พร้อมที่วางขาไฟฟ้าและโหมด Zero Gravity พนักพิงศีรษะของเบาะนั่งคู่หน้ามีลำโพงในตัว พร้อมประตูท้ายที่เปิดแบบ 2 ส่วนแยกจากกัน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านรูปทรงสี่เหลี่ยม

    ที่วางแขนตรงกลางติดตั้งแผงชาร์จไร้สาย 2 จุด มีพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยโครเมียมอันประณีตในรายละเอียดบางส่วน ซึ่งน่าจะสร้างบรรยากาศภายในที่ดีได้

    จอหลังกล่องคอนโซลกลางหลังแบบ OLED 6.3 นิ้ว ถอดออกได้ มีหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่แบบ OLED 16 นิ้ว ชัดระดับ 3.5K 2 จอ แต่ถ้าไม่ต้องการจอ 2 จอ ลดมาเหลือ 1 จอ ราคาตัวรถลดลง 5,000 YUAN หรือ 23,000 บาท พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า HUD แสดงผลแบบ Augmented Reality ขนาด 47 นิ้ว จอบนเพดานขนาด 17 นิ้ว ชัดระดับ 3K

    ZEEKRระบบเสียงพรีเมียม

    จากแบรนด์ NAIM อังกฤษ ด้วยลำโพง 32 จุด กับ 8 จุด Seat Shakers อุปกรณ์สั่นสะเทือนติดตั้งในเบาะเพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ในรถยนต์แบบหลายมิติ โดยสั่นสะเทือนไปพร้อมกับเสียงและความเคลื่อนไหวในภาพยนตร์ พร้อมกำลังขับ 3,868W วางแบบ 9.2.4.8 layout ประกอบด้วย 9 ลำโพงเซอร์ราวด์, 2 ซับวูฟเฟอร์, 4 ช่องเสียง overhead, และ 8 ช่องเสียงใน headrest ครอบคลุมความถี่ตั้งแต่ 20 Hz ยัน 40 kH

    ZEEKR

    ออปชันแตกต่างในแต่ละรุ่น

    • รุ่น ULTRA ได้โต๊ะพับได้สำหรับผู้โดยสารแถวที่สองฝั่งขวา, ระบบนวด 22 จุด และรองรับบั้นเอว 4 ทิศทาง สำหรับเบาะแถวแรกและแถวที่สอง รวมถึงม่านกันแดดสำหรับหน้าต่างทุกบาน นอกจากนี้ ยังมีไฟหน้าอัจฉริยะและประตูไฟฟ้าเป็นจุดเด่น
    • รุ่น HYPER มีระบบส่วนรองรับด้านข้างแบบแอคทีฟสำหรับเบาะคนขับ และเบาะแถวที่ 2 สามารถหมุนได้

    ZEEKR

    ขุมพลัง Super Electric Hybrid

    จากสถาปัตยกรรม 900V ด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จากพื้นฐานเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร 275 แรงม้า รหัส DHE20-PFZ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว ทั้ง 3 รุ่นให้ ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จ DC 20-80% ภายใน 9 นาที เริ่มที่

    • รุ่น MAX ให้กำลังรวม 898 แรงม้า มีขนาดความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 55 kWh วิ่งในโหมดอีวี 300 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 289 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลสุดในโหมดปลั๊กอินไฮบริด 1,200 กิโลเมตร หรือ 1,158 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.9 วินาที
    • รุ่น ULTRA ขนาดความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 55 kWh กำลังรวม 898 แรงม้า แต่ปรับระยะการวิ่ง 1 ครั้งให้มากขึ้น วิ่งในโหมดอีวี 288 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 278 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลสุดในโหมดปลั๊กอินไฮบริด 1,160 กิโลเมตร หรือ 1,119 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.9 วินาที
    • รุ่น ULTRA ขนาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 70 kWh กำลัง 898 แรงม้า วิ่งไกลสุดในโหมดปลั๊กอินไฮบริด 1,250 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,206 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งอีวีล้วน 380 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 367 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.9 วินาที
    • รุ่นท็อป HYPER มีขนาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 70 kWh อย่างเดียวเมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้ารวม 1,401 แรงม้า วิ่งไกลสุดในโหมดปลั๊กอินไฮบริด 1,165 กิโลเมตร หรือ 1,124 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งอีวีล้วน 355 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 342 กิโลเมตร (NEDC) โดยให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.1 วินาที

    ZEEKR

    พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ G-Pilot สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมการขับขี่อัตโนมัติระดับ 3 ของ ZEEKR พร้อมสถาปัตยกรรมดิจิทัล ZEEKR 3.0 ช่วยปรับปรุงความรวดเร็วในการตอบสนองการสื่อสารแบบ end-to-end ได้ถึง 50% และตรวจจับแสงและวัดระยะวัตถุที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาด้านหน้าของตัวรถ

    สำหรับการทำงานระบบขับขี่อัตโนมัติและช่วยควบคุมพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนเลน หรือ LiDAR Qianli Haohan H9 ที่มีถึง 5 จุดประกอบด้วย LiDAR long-range 1 จุด และ LiDAR Short-Range 4 จุด ติดตั้งชิปขับเคลื่อนอัจฉริยะ Nvidia Drive Thor-U 2 ตัว ที่มีพลังการประมวลผลสูงถึง 1400TOPS ในรุ่น HYPERl ส่วนในรุ่น MAX และ ULTRA มีระบบช่วยขับขี่ G-Pilot H7 ที่ใช้เซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา 1 ตัว และชิป Nvidia Drive Thor-U 1 ตัว (700 TOPS)

    ช่วงล่างถุงลม

    พร้อมระบบคุมความหน่วงต่อเนื่อง Dual-Valve CDC แบบวาล์วคู่ ผสมผสานช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับระยะห่างจากใต้ท้องรถได้ 110 มิลลิเมตร สูงสุด 288 มิลลิเมตร สามารถยกตัวรถขึ้นได้ 30 มิลลิเมตร ภายใน 7 วินาที มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีโหมดออฟโรดทั้ง show, deep show, mud, rocks, sand, etc และ เหล็กกันโคลงทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 48V ในรุ่น HYPER

    ZEEKR

    ZEEKR 9X เปิดขายล่วงหน้าหรือ Pre-Sales ที่งาน Chengdu Auto Show 2025 มีสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีเงิน สีเทา และสีม่วง เปิดราคาขายล่วงหน้าก่อนเปิดราคาจริงปลายเดือนกันยายนมี 3 รุ่นย่อยดังนี้

    • รุ่น MAX ราคา 479,900 YUAN หรือราว 2,175,000 บาท
    • รุ่น ULTRA ราคา 499,900 YUAN หรือราว 2,269,000 บาท
    • รุ่น HYPER ราคา 569,900 YUAN หรือราว  2,585,000 บาท

    ที่มา CarNewsChina

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts