More
    More

      Lexus LS ปรับโฉมใหม่ เติมเทคโนโลยี และเพิ่มความหรูมากยิ่งขึ้น

      spot_img

      Lexus ปรับโฉมครั้งใหญ่ให้กับรถหรูรุ่นใหญ่สุดของตนอย่าง Lexus LS โดยมีการปรับทั้งในส่วนของรูปลักษณ์ ความสบายในการเดินทาง รวมไปถึงเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ความสบายของผู้ใช้รถมากยิ่งขึ้น

       

       

      การปรับโฉมหลักๆ ภายนอกของ Lexus LS จะอยู่ที่ด้านหน้าด้วยการเปลี่ยนทั้งกระจังหน้า กันชนหน้า รวมทั้งไฟหน้าพร้อมไฟ Daytime Running Light ใหม่ โดยที่ไฟหน้าของรถใหม่พร้อมไฟ 3 ดวงมาพร้อมกับการทำงานปรับไฟสูงอแดปทีฟ BladeScan AHS ซึ่งไฟ LED จะฉายแสงไปที่แผ่นกระจกลักษณะคล้ายใบมีดที่หมุนด้วยความเร็วสูงแล้วเปลี่ยนเป็นเลนส์สำหรับให้แสงสว่างบนถนน ส่วนที่ด้านหลังรถเปลี่ยนจากการใช้โครเมียมมาเป็นวัสดุสีดำ Piano Black แต่งที่ไฟท้ายแทน

      นอกจากนี้ Lexus LS ใหม่ยังมาพร้อมกับสีภายนอกใหม่ที่เรียกว่า Gin-ei Luster ซึ่งใช้การผลิตที่เรียกว่า Sonic Method ซึ่งใช้การผสมวัสดุที่มีความแวววาวอย่างเกล็ดอลูมิเนียมกับเนื้อสี เพื่อให้มีอลูมิเนียมเคลือบบนพื้นผิวด้วยความหนาแน่นสูง สำหรับทำให้ผิวรถมีความเรียบลื่นคล้ายกระจก

      สำหรับภายในห้องโดยสารทาง Lexus ระบุว่าได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากงานฝีมือดั้งเดิมของญี่ปุ่น Nishijin & Haku ซึ่งคำหลังหมายถึงแผ่นโลหะเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย พร้อมกับมีจอทัชสกรีนใหม่ขนาด 12.3 นิ้วซึ่งรองรับ SmartDevieLink, Apple CarPlay และ Android Auto ส่วนปุ่มควบคุมทั้งที่พวงมาลัยและคอนโซลกลางถูกเปลี่ยนมาใช้สีดำเพื่อเพิ่มความชัดเจนในการปรับ

      ในขณะที่เบาะนั่งใช้การเย็บใหม่ พร้อมมีแผ่นรองข้างในเป็นยูรีเทนยุบตัวน้อยเพื่อให้ความสบายในการเดินทางจากการดูดซับแรงสั่นสะเทือนและความนุ่มของเบาะ รวมไปถึงมีการพัฒนาระบบ Adaptive Variable Suspension ใหม่เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนที่เข้าสู่ห้องโดยสาร

      ส่วนของการขับเคลื่อนมีทั้งจากเครื่งยนต์เบนซินธรรมดาในรุ่น LS 500 และไฮบริดในรุ่น LS 500h ซึ่งกับเครื่องยนต์ธรรมดาได้ถูกปรับปรุงให้มีแรงบิดเพื่อตอบสนองการขับที่ความเร็วทั่วไปได้ดีขึ้น ส่วนรุ่นไฮบริดถูกปรับปรุงให้ใช้พลังงานแบตเตอรีเมื่อมีการเร่งมากขึ้น รวมทั้งยังมี Active Noise Control และ Engine Sound Enhancement เพื่อช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ที่เข้าสู่ห้องโดยสาร

      ในด้านระบบช่วยขับมี Advance Drive ที่ใช้เทคโนโลยีพื้นฐานจาก Mobility Teamate Concept มาพร้อมกับความสามารถในการช่วยผู้ขับทั้งในการจดจำ ตัดสินใจ และทำงานตามการจราจรจริง โดยสามารถช่วยให้รถอยู่ในเลน รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า เข้าเลนแยก เปลี่ยนเลน และแซงรถคันอื่นได้ในทางด่วน รวมไปถึงมีระบบ Advance Park เพื่อช่วยในการจอดรถผ่านการควบคุมของผู้ขับทั้งการเร่งความเร็ว เบรก และเปลี่ยนเกียร์

      ABOUT THE AUTHOR

      spot_img
      spot_img

      Latest Posts