More

    Mazda CX-8 2022 หล่อใหม่เอสยูวีที่หรูขึ้นกว่าเดิมเริ่ม 1.549 ล้านบาท

    ในที่สุด Mazda ลุยตลาดรถเอสยูวีอีกครั้งหลังประสบความสำเร็จด้วยยอดขายมากกว่า 4 พันคันในไทยเปิดตัว Mazda CX-8 Facelift

    Mazda

    การปรับโฉมครั้งนี้เป็นการปรับครั้งแรกในรอบ 3 ปี หล่อขึ้นสง่างามขึ้นในสไตล์ Kodo Design เริ่มที่ กระจังหน้า Signature Wing ใหม่ที่มีการปรับให้ดูหรูขึ้นแบ่งเป็นสามแบบตั้งแต่สีเงิน ในรุ่น 2.5 S สีดำเปียโนในรุ่น 2.5 SP, 2.5 SP Exclusive, 2.2 XDL และใหม่สี Gun Metallic ในรุ่น 2.2 XDL Exclusive ไฟหน้า Projector แบบ LED ทรงเรียวแบน พร้อม LED Signature รับกับกันชนหน้าแฝงความสปอร์ต พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า LED ด้านท้ายตกแต่งคิ้วขอบสีเงินโครเมี่ยมในชุดไฟท้าย LED Signature คิ้วชายล่างสีเงินโครเมี่ยม และคิ้วขอบกันชนหน้าโครเมี่ยม ล้ออัลลอยดีไซน์เอกลักษณ์ลายใหม่ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R19 ในรุ่น 2.2 XDL Exclusive และลายเดิมขนาด 19 นิ้วในรุ่น 2.5 S, 2.5 SP, 2.5 SP Exclusive และ 2.2 XDL ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าและแฮนด์ฟรี หลังคาซันรูฟปรับไฟฟ้าในรุ่น รุ่น 2.2 XDL Exclusive และ 2.5 SP Exclusive สปอยเลอร์หลัง พร้อมท่อไอเสียคู่ และเสาอากาศครีบฉลาม

    Mazda

    ภายในมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย หน้าจอ Center Display ขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple Car Play ไร้สาย Android Auto โดยแสดงข้อมูลผ่าน Center Display ที่ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่งในรุ่น 2.2 XDL Exclusive, รุ่น 2.2 XDL และ 2.5 SP Exclusive กับลำโพง 6 จุด ในรุ่น 2.5 SP และ 2.5 S พร้อมมาตรวัดดิจิตอลสี 7 นิ้ว

    เพิ่มความโดดเด่นด้วยวัสดุคุณภาพสูงแบบใหม่ตกแต่งด้วยวัสดุ Warm Silver พร้อมเบาะหนังสีดำทุกรุ่น พิเศษ!!ในรุ่น 2.2 XDL Exclusive ติดตั้งวัสดุ Metal Wood ที่มาพร้อมเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red เรียบง่ายแต่งดงาม เบาะนั่งในตำแหน่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้า และระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะ 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri Zone พร้อมแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ม่านบังแดดที่ประตูคู่หลัง  หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี บนกระจกหน้า (Windshield Active Driving Display) ในรุ่น 2.2 XDL Exclusive และรุ่น 2.5 SP Exclusive และที่ชาร์จมือถือไร้สาย ให้ทุกรุ่นยกเว้นรุ่น 2.5 S

    Mazda

    รุ่น 6 ที่นั่ง มาพร้อมเบาะที่นั่งแถวสองแบบ Exclusive Captain Seat 2 ที่นั่ง 2 ทางเลือก ได้แก่ ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง Captain seat แยกอิสระซ้าย ขวา (Captain seats with center walk-through (6-Seat) ที่สามารถเดินเชื่อมได้ถึงเบาะนั่งแถวที่สาม พร้อมที่วางแก้ว ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่องใต้ บริเวณแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ในรุ่น 2.5 SP Exclusive และห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง Captain seat ปรับไฟฟ้า (Power captain seats (6-Seat) 2.2 XDL Exclusive พร้อมคอนโซลกลาง ช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของแต่ละครอบครัวได้อย่างลงตัวในรุ่น 2.2 XDL Exclusive ส่วนรุ่น 7 ที่นั่ง มาพร้อมกับเบาะที่นั่งแถวสองแบบ 3 ที่นั่ง สามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักวางแขน ที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง อีกทั้งเบาะที่นั่งแถวสามของทั้ง 2 แบบ รองรับผู้โดยสารที่มีความสูงได้ถึง 170 ซม. สามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 เพื่อมอบพื้นที่ในการวางสัมภาระ

    Mazda

    ขุมพลังคงเดิมเริ่มจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ SKYACTIV-D 2.2 ลิตร SH-VPTS 190 แรงม้าที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิด 450 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาทีพร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า และ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-ACTIV AWD พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะขับขี่แบบออฟโรด และขุมพลังเบนซิน SKYACTIV-G 2.5 ลิตร PY-RPS สูงสุด 194 แรงม้าที่ ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 258 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบนาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น มีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ทั้ง 2 ขนาดจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด ทุกรุ่นยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control Plus หรือ GVC Plus

    Mazdaอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense รอบคัน ให้ความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถอเนกประสงค์ในระดับเดียวกันทั้ง

    – ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนช่วยให้ผู้ขับปลอดภัยขณะเปลี่ยนเลน (ยกเว้นรุ่น 2.5 S)

    – RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (ยกเว้นรุ่น 2.5 S)

    – ALH (Adaptive LED Headlamps) ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับการทํางานของไฟ สูง-ต่ำ แยกอิสระซ้าย – ขวา โดยอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น 2.2XDL Exclusive)

    – LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (ยกเว้นรุ่น 2.5 S รุ่นอื่นๆเป็นออปชันใหม่ ส่วนรุ่น 2.2 XDL Exclusive เหมือนเดิม)

    – DAA (Driver Attention Alert) ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ โดยเฉพาะขณะขับรถทางไกล

    – LAS (Lane-keep Assist System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (เฉพาะรุ่น 2.2 XDL Exclusive)

    – MRCC (Mazda Radar Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ ระบบจะทำการปรับลดความเร็วลงตามความเร็วของรถคันหน้าและรักษาระยะห่างกับรถคันหน้าให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ใหม่แบบ Stop & Go (Mazda Radar Cruise Control with Stop & Go) ให้ทุกรุ่นย่อย (ยกเว้นรุ่น 2.5 S ได้ระบบ Cruise Control)

    – SBS (Smart Brake Support) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ (ยกเว้นรุ่น 2.5 S)

    – SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (เพิ่มในรุ่น 2.5 S รุ่นอื่นๆเหมือนเดิม)

    – Advanced SCBS (Advanced Smart Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advanced (เพิ่มในรุ่น 2.5 S รุ่นอื่นๆเหมือนเดิม)

    – AFS (Adaptive front-lighting system) ระบบปรับมุมลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติตามการเลี้ยวของรถ (ยกเว้นรุ่น 2.2 XDL Exclusive)

    ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมมุมกล้องแบบ Top View (ยกเว้นรุ่น 2.5 S) ระบบ DSC (Dynamic Stability Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว กระจกมองหลังระบบตัดแสงอัตโนมัติ ระบ HLA (Hill Launch Assist) ระบบช่วยออกตัวรถขณะอยู่บนทางลาดชัน กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะขณะถอยหลัง ระบบ ESS (Emergency Signal System) สัญญาณไฟกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกรถในภาวะฉุกเฉิน ระบบ ABS 4 ล้อ พร้อม EBD ช่วยกระจายแรงเบรก และ ถุงลมนิรภัยรอบคันรวม 6 จุด

    Mazda

    MAZDA CX-8 Facelift มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อย เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบครัน โดยมีราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้

    • 2.5 S  7-Seat                         ราคา 1,549,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 50,000 บาท)
    • 2.5 SP  7-Seat                       ราคา 1,619,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 20,000 บาท)
    • 2.5 SP EXCLUSIVE 6-Seat Captain seat ราคา 1,699,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 60,000 บาท)
    • 2.2 XDL  7-Seat                      ราคา 1,849,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 50,000 บาท)
    • 2.2 XDL EXCLUSIVE 6-Seat Captain seat ราคา 2,199,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 130,000 บาท)

    Mazda

    มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี โดยสีใหม่ล่าสุด คือ สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ (Platinum Quartz) และสีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray), และยังมี สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray), สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue) และ สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts