More

    รีวิว Triumph Tiger 900 แอดเวนเจอร์ไบค์ขนาดกลาง ตัวท็อปสายลุย..!

    ในครั้งนี้เราได้มีโอกาไปร่วมทดลองขับขี่ Triumph Tiger 900 Rally Pro & 900 GT Pro สองรุ่นแอดเวนเจอร์ไบค์ฝาแฝด ขับขี่จริงจะเป็นยังไงบ้างไปดูกันได้เลย

    Triumph

    Triumph Tiger 900 Rally Pro และ Tiger 900 GT Pro จัดว่าเป็นรถจักรยานยนต์แอดเวนเจอร์ไบค์ขนาดกลางที่มาพร้อมกับสมรรถนะ และสเปคฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน ซึ่ง Tiger 900 Rally Pro นั้นจะถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการใช้งานที่ครอบคลุมทางฝุ่นมากกว่า Tiger 900 GT Pro ที่เน้นการใช้งานทางดำเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเราได้มีโอกาสไปลองขี่มาแล้วทั้งสองรุ่น ซึ่งจะเป็นยังไงมาดูไปพร้อมๆ กันได้เลย

    สัมผัสแรก รีวิว
    ขุมพลัง 3 สูบเรียง กับสุ้มเสียงสุดเร้าใจ
    ช่วงล่างที่แตกต่าง แต่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่
    ฟีเจอร์ใช้งานครบใช้งานได้จริง
    สรุป

    Triumph

    สัมผัสแรก Triumph Tiger 900 Rally Pro & 900 GT Pro

    เริ่มต้นกันที่ Triumph Tiger 900 Rally Pro ในสัมผัสแรกเมื่อได้อยู่บนอานของมันทำให้เรามั่นใจในการขับขี่ได้อยู่ไม่น้อยจากความสูงของตัวผู้ขับขี่ 169 ซม. สามารถยืนค้ำรถได้อย่างมั่นใจเพราะตัวเบาะนั่งยังสามารถปรับได้ 20 มม. (ความสูงเบาะอยู่ที่ 860 – 880 มม. ) เขยิบต่ำแหน่งท่านั่งเพียงเล็กน้อยสามารถยืนค้ำรถได้เต็มพื้นได้หนึ่งข้าง ส่วน Tiger 900 GT Pro เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ออกแบบมาเน้นการใช้งานบนทางดำเป็นหลักจะมีความสูงเบาะอยู่ที่ 820 – 840 มม. (สามารถปรับได้ 20 มม.) ซึ่งในจุดนี้ทำให้เราสามารถเหยียดเท้าลงได้เกือบเต็มพื้นทั้งสองข้าง ส่วนฟีลลิ่งท่านั่งขับขี่ทั้งสองรุ่นไม่มีความแตกต่างกันออกแบบตามหลักสรีระสาสตร์ให้ท่านั่งขับขี่ที่สบายรับเข้ากับตำแหน่งแฮนด์สามารถควบคุมรถได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะนั่งขับขี่ หรือจะเป็นการยืนขับขี่ก็สามารถทำได้อย่างมั่นใจ

    Triumph

    ขุมพลัง 3 สูบเรียง กับสุ้มเสียงสุดเร้าใจ

    Triumph Tiger 900 Rally Pro & 900 GT Pro ด้านพละกำลังเครื่องยนต์ 3 สูบแถวเรียงขนาด 888 ซีซี  DOHC 12 วาล์ว ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวให้พละกำลังสูงสุด 106.5 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร ที่ 6,850 รอบต่อนาที มอบสมรรถนะการขับขี่ได้เป็นอย่างดีทั้งทางดำ และทางฝุ่น ซึ่งมีทั้งความนุ่มนวล และความดุดันที่แฝงอยู่ในตัว การตอบสนองอัตราเร่งด้วยคันเร่งไฟฟ้าทำได้อย่างละเอียดและนุ่มนวล ความแรง ความเร็ว บอกได้ว่ามาตามที่มือบิดคันเร่งเลย หากไม่ใช่สายซิ่งเพียงแค่ค่อยๆ เปิดไปตามสเต็ปตัวรถจะให้ฟีลลิ่งที่นุ่มนวลมาก ส่วนใครที่ชอบความแรงการเปิดคันเร่งอย่างรวดเร็วบอกเลยว่าดุเอาเรื่องอยู่พอสมควร และอีกหนึ่งจุดเรียกได้ว่าต้องถูกใจอีกหลายๆ คนนั่นก็สุ้มเสียงบอกเลยว่าท่อเดิมติดรถให้สุ้มเสียงที่ดุดัน เร้าใจสุดๆ

    Triumph

    Triumph

    ช่วงล่างที่แตกต่าง แต่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่

    ช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในส่วนของ Tiger 900 Rally Pro จะใช้เป็นโช้คอัพของแบรนด์ Showa ซึ่งด้านหน้าเป็นโช้คอัพหัวกลับขนาด 45 มม.  ปรับตั้งพรีโหลด การคืนตัวและการยุบตัวแบบแมนนวล มีระยะยุบตัว 240 มม. และโช้คอัพหลังเดี่ยว ปรับตั้งพรีโหลดและการคืนตัวแบบแมนนวล ระยะยุบตัว 230 มม. พร้อมด้วยวงล้อแบบซี่ลวดหน้าขนาด 21 นิ้ว หลังขนาด 17 นิ้ว ส่วนของ Tiger 900 GT Pro เป็นโช้คอัพของแบรนด์ Marzocchi ขนาด 45 มม. ระยะยุบตัว 180 มม. และโช้คอัพหลังเดี่ยว ปรับตั้งพรีโหลดแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระยะยุบตัว 170 มม. พร้อมด้วยวงล้อแม็กหน้าขนาด 19 นิ้ว หลัง 17 นิ้ว  ส่วนระบบเบรกทั้งสองรุ่นเหมือนกันคือ ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 มม. คาลิปเปอร์โมโนบล็อก 4 สูบ Brembo Stylema แม่ปั๊มเบรกหน้าแบบเรดียล และดิสกเบรกหลังเดี่ยว ขนาด 255 มม. คาลิปเปอร์ลูกสูบเดี่ยวของ Brembo พร้อมด้วยระบบ ABS Dual Channel

    Triumph

    ด้านช่วงล่างที่แตกต่างกันให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโดยในส่วนของ Tiger 900 Rally Pro จะสามารถปรับตั้งค่าปรับตั้งพรีโหลดและการคืนตัวได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งระบบ ABS ยังสามารถตั้งค่าโหมดได้ ทำให้สามารถขับขี่ในเส้นทางที่หลากหลายกว่าและรองรับการขับขี่ในทางฝุ่นที่ตอบโจทย์กว่า ซึ่งใน Tiger 900 GT Pro นั้นจะเป็นการปรับพรีโหลดแบบไฟฟ้า และมีช่วงความยาวโช้คอัพที่น้อยกว่าทำให้ตัวรถมีบาลานซ์ในการขับขี่ทางดำที่นิ่งหนึบ แต่ก็ยังสามารถใช้ขับขี่ในทางฝุ่นได้ประมาณนึง

    Triumph

    Triumph

    ฟีเจอร์ใช้งานครบใช้งานได้จริง

    ด้านฟีเจอร์ใช้งานเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของทั้งสองรุ่นโดยตัวรถจะมาพร้อมกับระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอแสดงผล TFT สีขนาด 7 นิ้้ว พร้อมโหมดขับขี่ 5 โหมดมาตรฐานคือ Rain Road Sport Off-Road และ Rider โดยใน Tiger 900 Rally Pro จะมีโหมด Off-Road Pro เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งโหมด นอกจากนี้ยังมีระบบ Triumph Shift Assist, ระบบ Cornering ABS ที่ช่วยเบรกในทางโค้ง, ระบบ Traction control และฟังก์ชั่นเสริมความสะดวกสบายอีกไม่ว่าจะเป็น ระบบเชื่อมต่อ My Triumph, Cruise Control, Heat Grip ,Warm Seat และช่องเสียบสายชาร์จ USB Type A

    Triumph

    สรุป
    จากที่ได้ลองขับขี่ทั้ง Tiger 900 Rally Pro และ Tiger 900 GT Pro นั้นมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรโดยในรุ่น Rally Pro จะมีความโดดเด่นในเส้นทางสายลุย ในขณะที่ GT Pro จะเน้นการใช้งานในทางดำ ด้านพละกำลังทั้งสองรุ่นไม่แตกต่างกันพละกำลังเครื่องยนต์ 3 สูบแถวเรียง กับระบบคันเร่งไฟฟ้าตอบสนองการขับขี่ได้ตั้งแต่รอบต้น-รอบปลาย การทำความเร็วหรือเร่งเพื่อแซงสามารถทำอย่างสบายๆ ส่วนการขับขี่ในทางฝุ่นสำหรับรุ่น Rally Pro โหมดการขับขี่ 2 โหมด Off-Road เพียงพอกับการใช้งานและสามารถสนุกไปกับเส้นทางสายลุยได้อย่างสบาย แต่ถ้าหากใครชอบความันส์แบบให้มีอาการท้ายสไลด์ในทางฝุ่นแนะนำว่าให้ลอง Off-Road Pro

    Triumph

    สุดท้ายนี้หากต้องแนะนำว่าจะเลือกคันไหนดีบอกได้ว่าถ้าคุณชอบขับขี่ในเส้นทางสายออฟโรดก็ต้อง Rally Pro แต่ถ้าเป็นสายออกทริปเดินทางท่องเที่ยวเน้นทางดำเป็นหลักก็คงต้อง GT Pro ส่วนความสะดวกสบายในการขับขี่ทั้งสองรุ่นไม่แตกต่างกัน จะแตกต่างกันก็ในส่วนของความสูงเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่อุปสรรคของผู้ที่มีสกิลการขับขี่อย่างแน่นอนเพราะตัวรถถูกออกแบบมารองรับไซส์คนเอเชีย

    Triumph

    Triumph

    สำหรับใครที่กำลังมองหาแอดเวนเจอร์ไบค์ขนาดกลางไว้ใช้งานสักคัน Tiger 900 ทั้งสองรุ่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์อยู่เช่นกันไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ใช้งานที่ให้มาสามารถใช้งานได้จริงและไม่ให้มาจนล้นเกินไป รวมไปถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ และช่วงล่างสเปคสูง บอกเลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน โดย Tiger 900 Rally Pro จะมีราคาเริ่มต้นที่ 659,000 บาท และ Tiger 900 GT Pro มีราคาเริ่มต้นที่ 639,000 บาท (พร้อมการบริการบำรุงรักษา 10,000 กม. หรือ 12 เดือน) ผู้ที่สนใจสามารถชมตัวจริงหรือไปทดสอบขับขี่ได้ที่ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่าย ไทร์อัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

    ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
    Page Facebook : Car2Day
    Youtube : youtube.com/@Car2day

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts