ขายไทยมาเกือบ 2 ปี ในฐานะรุ่นแรกของค่าย AVATR สำหรับ AVATR 11 เอสยูวีหรูพรีเมียมล่าสุดเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่หรือรุ่นปี 2026 อย่างเป็นทางการ

AVATR 11 2026 ตัดรุ่นย่อยเดิม Standard Range RWD เหลือเพียงรุ่น ULTRA RWD (Long Range RWD เดิม) และยังเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ ULTRA AWD

ตกแต่งใหม่คล้ายรุ่น Royal Edition
ด้วยดีไซน์กันชนหน้า-หลังแบบ Sport Bumpering ที่ลงตัวทั้งความสง่างามและความแข็งแกร่ง พร้อมสเกิร์ตใต้กันชนหน้าตกแต่งขอบเส้นด้วยสีเงินทั้งชิ้น โลโก้ของ AVATR ช่องระบายอากาศในชุดกันชนหน้าที่กลมกลืนดูดี กระจกหลังแบบ PRIVACY ล้ออัลลอยลายใหม่ Spiral ขนาด 22 นิ้วพร้อมยาง 265/40R22 พร้อมคาลิปเปอร์เบรก BREMBO ด้านหน้า สีเหลือง
นอกนั้นคงเดิมทั้งกระจังหน้าแบบ Disc-Wing ไฟหน้า LED ทรงสามเหลี่ยมล้อมกรอบไฟ DRL แบบ LED รูปตัวซีเหนืออีกมีไฟ DRL LED แบบเส้นแนวนอนสะท้อนความหรูอีกระดับกับโลโก้ของ AVATR
ด้านข้างเด่นด้วยที่เปิดประตูเรียบเนียนกับตัวถัง กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูนสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอนนั่นคือดีไซน์ของบานฝาท้ายที่มีตำแหน่ง Spoiler ค่อนข้างสูง ทำให้เหลือพื้นที่กระจกบังลมหลังอันน้อยนิด
ไฟท้าย LED เส้นแนวนอนลากยาวถึงตัวถังด้านข้างรับกับกันชนหลังเสริมลิ้นสปอยเลอร์หลังสีดำเข้มมีครีบรีดอากาศ สามารถเปิดประตูทั้ง 4 บาน จากระยะไกล ประตูไฟฟ้าอัจฉริยะมีเซนเซอร์ที่สามารถตรวจจับสิ่งของและผู้คนเพื่อความปลอดภัยอีกขั้น ตัวรถสร้างจากแพลตฟอร์ม EP1 EV โดยมีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,880 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,970 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,601 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 170 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,260-2,425 กิโลกรัม

ภายในยังคงมอบความหรูหราระดับพรีเมียมในทุกรายละเอียดจากการตกแต่งคอนโซลกลางและที่วางแขนหุ้มด้วยวัสดุเนื้อนุ่ม พร้อมไฟบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ Emotional Vortex ที่ปรับเปลี่ยนสีและจังหวะแบบคงที่ 256 สีไม่มี Dynamic
หน้าจออินโฟเทนเมนต์ส่วนกลางขนาด 15.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ เคลือบสารป้องกันรังสี UV เพื่อการเดินทางที่ทั้งหรูหราและผ่อนคลายในทุกอารมณ์

เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส Zero-Gravity Seats โดยคู่หน้าปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง มอบความสบายสูงสุดในทุกการเดินทางทั้งเบาะหน้าและหลังห้องโดยสาร ด้วยใหม่!! ระบบนวด อุ่น และระบายอากาศทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง มีโทนสีภายในถึง 3 สี ทั้ง
- สีดำ ในรุ่น ULTRA RWD
- สีแดง เฉพาะรุ่น ULTRA RWD กับรุ่น ULTRA AWD
- สีเทา เฉพาะรุ่น ULTRA AWD
ระบบเสียง Meridian 25 ลำโพง กำลังขับ 2,016W แบบ 7.1.4 ผสานแสง เสียง เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมในพนักพิงศีรษะผู้ขับขี่ พร้อมโซนเสียงอิสระ
มาพร้อมจอจอลอย 2 จุดทั้งฝั่งคนขับที่เป็นมาตรวัดความเร็วแบบ LCD 10.25 นิ้ว และฝั่งคนนั่ง 10.25 นิ้ว นอกจากนี้ ฟีเจอร์อัจฉริยะสามารถอัปเดตได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Over-The-Air (OTA) โดยทุกการอัปเดตช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น
กระจกมองหลังแบบดิจิทัล ระบบน้ำหอมในรถที่คัดสรรกลิ่นพิเศษถึง 3 แบบ สร้างบรรยากาศแห่งความหรูหราที่สัมผัสได้ทุกอณูระบบชาร์จไร้สายกำลังสูง 50W 1 ช่อง
ขุมพลังไฟฟ้า 800V

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ล้ำสมัยแบตเตอรี่ Ternary Lithium (NCM) จาก CATL ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ไฟฟ้า ด้วยความจุแบตเตอรี่ 116.79 kWh ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย
- รุ่น ULTRA RWD Extended Range ขับเคลื่อนล้อหลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 680 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.9 วินาที
- รุ่น ULTRA แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Asynchronous AC Motor Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังรวมสูงสุด 537 แรงม้า แรงบิด 641 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ล้อหน้า 224 แรงม้า แรงบิด 291 นิวตันเมตร และมอเตอร์ล้อหลัง 313 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.8 วินาที วิ่งไกลสุด 630 กิโลเมตร (NEDC)
พร้อมแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้า 800V รองรับการชาร์จเร็วด้วยมาตรฐานสากลของแบตเตอรี่ ระดับสูงสุด IP68 ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยแม้ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยทุกรุ่น ชาร์จกระแสตรง DC กำลังสูงสุด 240 kW 30-80% ภายในเวลา 25 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC 0-100% กำลังไฟสูงสุด 11 kW น้อยกว่า 13.5 ชั่วโมง
สะดวกสบายสำหรับทุกกิจกรรม ด้วยฟังก์ชัน V2L ที่สามารถจ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้ และ ระบบอัจฉริยะดึงพลังงานจากการเบรก กลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง Eco, Comfort, Sport, Customize
พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า และดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อใหม่ ด้านหน้าแบบหน้าแบบดับเบิลวิชโบน ด้านหลังแบบมัลติลิงก์
พิเศษกับเทคโนโลยีช่วงล่างไฟฟ้าแม่เหล็ก Magnetorheological Suspension (MR Suspension) แบบเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์คาร์ระดับโลก โดยระบบคอมพิวเตอร์จะปรับความหน่วงของโช้กอัพ แต่ละล้อแบบเรียลไทม์ในระดับ 1,000 ครั้งต่อวินาที ให้เข้ากับสภาพผิวถนนและการเข้าโค้งได้ทันที
ช่วยให้ได้ทั้งความ นุ่มนวลในการซับแรงกระแทกและความเสถียรภาพในระดับความเร็วสูง พร้อมระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะที่กระจาย แรงขับสู่ล้อแบบเรียลไทม์ยกระดับทั้งอัตราเร่งและการควบคุมรถให้เหนือชั้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง L2+ (ADAS)

มีเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และกล้อง HD 5 ตัว เพื่อการขับขี่ที่แม่นยำและไร้กังวลบนท้องถนน ฟังก์ชันต่างๆเช่น
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน (IACC)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วตํ่า (TJA)
- ควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (LCC)
- ควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน (LDC)
- เปลี่ยนเลนอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟเลี้ยว (UDLC)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- ควบคุมรถให้อยู่ในเลนขณะฉุกเฉิน (ELK)
- จอดรถอัตโนมัติ (APA)
- จอดอัตโนมัติจากระยะไกล (RPA)
- ถอยหลังอัตโนมัติ (RADS)
- เตือนหากเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า (FCW)
- เตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า (FCTA)
- เตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหลัง (FCTB)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
- ควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA)
- เตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (LCA)
- เตือนหากเสี่ยงต่อการโดนชนด้านหลัง (RCW)
- เตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTB)
- เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู (SEW)
- แจ้งเตือนมุมอับสายตา (BSD)
- ตรวจจับป้ายจราจร (TSR)
- เปิดไฟสูงอัตโนมัติ (HMA)
พร้อมความปลอดภัยมาตรฐานทั้ง ถุงลมนิรภัยรอบคัน เสริมแรงเบรก (BA) ป้องกันล้อล็อก (ABS) กระจายแรงเบรก (EBD) ควบคุมการทรงตัว (ESP) ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HHC) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าปรับสูง-ตํ่าได้ เตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าและด้านหลัง
ล็อกเพื่อป้องกันเด็กเปิดประตูจากในรถแบบไฟฟ้า เบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน Auto Hold กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศาแบบ 3 มิติ พร้อมระบบแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง บันทึกวิดีโอการขับขี่รอบทิศทาง 360 องศา ตรวจจับแรงดันลมยาง (TPMS)
เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุ ด้านหน้าและหลังด้านละ 6 จุด ช่วยป้องกันรถพลิกคว่ำ (ROM) สัญญาณป้องกันขโมย เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่ในความเร็วตํ่า (AVAS) จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX และอุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางแบบชั่วคราว (TRK)

AVATR 11 2026 ด้วยความร่วมมือของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ นำโดย CHANGAN , CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก และ Huawei โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย สุดยอดความลักซ์ชัวรี การันตีด้วยรางวัล Red Dot Design Award พร้อม ฟรี ประกันภัยชั้น 1, ฟรี ค่าบำรุงรักษา 6 ปี, ประกันแบตเตอรี่ 8 ปี และอื่น ๆ มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น คือ
- รุ่น ULTRA RWD ราคาอยู่ที่ 2,299,000 บาท (ราคาเดิมจากรุ่น Long Range RWD)
- รุ่น ULTRA AWD รุ่นย่อยใหม่ ราคาอยู่ที่ 2,499,000 บาท
มาพร้อมสีภายนอกถึง 4 สี ดังนี้
- ใหม่!! สีน้ำตาล Liquid Caramel (มาแทนสีเขียว Aqua Green) เพิ่มเงิน 70,000 บาท
- สีขาวด้าน Matte White เพิ่มเงิน 50,000 บาท
- สีเทาด้าน Matte Grey เพิ่มเงิน 50,000 บาท
- สีดำ Glossy Black
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










