หลังจากนี้ ใครที่เดินทางโดยเครื่องบินควรรู้ไว้ การฝากของกับนักบินหรือพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอาจไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำอีกต่อไป เมื่อ CAAT ออกมาตรการใหม่ ห้ามลูกเรือรับฝาก-รับหิ้วของคนอื่น เพื่อป้องกันการใช้สถานะลูกเรือในการรับฝากหรือขนสิ่งของไปในทางที่ไม่เหมาะสม หากฝ่าฝืนเสี่ยงถูกดำเนินการทั้งทางวินัย ตามกฎหมาย และเสี่ยงถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง
CAAT คุมเข้ม ห้ามลูกเรือรับฝาก-รับหิ้วของคนอื่น
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง มาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับการกำกับดูแลสายการบินและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกลูกเรือ
โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้สถานะหรือสิทธิของการเป็นสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของผู้อื่นในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน รวมถึงความเชื่อมั่นต่อระบบการบินของประเทศไทย
ทั้งนี้ การออกประกาศฉบับใหม่ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งได้กำหนดแนวทางยกระดับมาตรการกำกับดูแลสมาชิกลูกเรือ และป้องกันการใช้สถานะลูกเรือในทางที่ไม่เหมาะสม
หากฝ่าฝืน สายการบินต้องดำเนินการทันที
พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังได้รับข้อสั่งการจากที่ประชุม CAAT ได้เร่งออกประกาศฉบับนี้ เพื่อให้สายการบินทุกแห่งมีมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือที่ชัดเจน
พร้อมกำหนดมาตรการตรวจสอบ การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีการฝ่าฝืน สายการบินจะต้องดำเนินการตามระเบียบของบริษัททันที ส่วน CAAT จะใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตหรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย
นอกจากนี้ CAAT ยังเตรียมยกระดับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ทำหน้าที่ตรวจค้นและรักษาความปลอดภัยการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสัมภาระของทั้งผู้โดยสารและสมาชิกลูกเรือ พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับสายการบิน ผู้ดำเนินการสนามบิน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ทุกสายการบินต้องมีระบบควบคุมสัมภาระลูกเรือ
สำหรับประกาศฉบับนี้จะกำหนดให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate : AOC) ทุกแห่ง ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ (Crew Baggage Control) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
โดยต้องกำหนดประเภท ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสิ่งของที่สมาชิกลูกเรือสามารถนำขึ้นอากาศยานได้อย่างชัดเจน
พร้อมกำหนดข้อห้ามไม่ให้ใช้สถานะสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว รับขน หรือนำส่งสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ที่สายการบินมอบหมายโดยตรง
นอกจากการควบคุมสัมภาระแล้ว ในประกาศยังกำหนดให้สายการบินทุกแห่งต้องมี
- ระบบบริหารความเสี่ยง
- การสุ่มตรวจและตรวจค้นสัมภาระของสมาชิกลูกเรือ
- การฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนัก
- ระบบรับแจ้งเบาะแส
- การสอบสวนข้อเท็จจริง
- มาตรการทางวินัยที่ชัดเจน
รวมถึงต้องนำมาตรการทั้งหมดไปใช้ในระบบบริหารจัดการขององค์กร
- ระบบการจัดการด้านนิรภัย (SMS)
- ระบบกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Monitoring System)
- แผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOSP)
ทั้งนี้ หากพบข้อสงสัยว่าสมาชิกลูกเรืออาจฝ่าฝืนประกาศฉบับนี้ หรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ผู้ดำเนินการเดินอากาศจะต้องประเมินความเสี่ยง พร้อมพิจารณาระงับการปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือรายนั้นชั่วคราว และต้องรายงานต่อ CAAT ทันที ที่สำคัญให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ใช้เป็นเกณฑ์ตรวจสายการบินทุกแห่ง
CAAT ระบุว่า ประกาศฉบับนี้จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจติดตามผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ ทั้งในขั้นตอนการออกใบรับรอง การต่ออายุใบรับรอง และการตรวจติดตามการดำเนินงาน
เพื่อให้มั่นใจว่าสายการบินทุกแห่งมีระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพ ปฏิบัติได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และช่วยเสริมสร้างความปลอดภัย ความมั่นคง รวมถึงความเชื่อมั่นต่อระบบการบินของประเทศไทยในระดับสากล
ไม่ใช่แค่ลูกเรือ ประชาชนก็ไม่ควรรับฝากของ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้ออกมาเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของเดินทางข้ามประเทศ ให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักลอบขนยาเสพติดหรือสินค้าผิดกฎหมายที่แอบซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระโดยไม่รู้ตัว

โดย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า ปัจจุบันเครือข่ายอาชญากรรมมักนำสิ่งของมาฝากให้ผู้อื่นช่วยขนข้ามประเทศ โดยอ้างว่าเป็นของใช้ส่วนตัว ของฝาก หรือพัสดุทั่วไป ทั้งที่ภายในอาจซุกซ่อนยาเสพติด สินค้าต้องห้าม หรือสิ่งของที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
ซึ่งหากมีการตรวจพบยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระ แม้จะอ้างว่าไม่รู้ว่าภายในมีอะไรอยู่ก็ตาม แต่ผู้ที่รับฝากหรือรับหิ้วสิ่งขอก็อาจต้องรับผิดตามกฎหมายอยู่ดี
จึงแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบสัมภาระของตนเองทุกครั้ง และไม่รับฝากกระเป๋าหรือสิ่งของจากผู้อื่น หากไม่สามารถตรวจสอบสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการนำสิ่งของเดินทางเข้า-ออกประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจาก : thaipbs.or.th/news, thairath.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com












