หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของการผลิตรถยนต์ยุคใหม่ ไม่ใช่แค่การพัฒนารถให้วิ่งได้ไกลหรือแรงขึ้น แต่ยังต้องลดการปล่อยคาร์บอนได้ตั้งแต่กระบวนการต้นทาง โดยเฉพาะการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม ล่าสุด Xiaomi Auto ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยการ เปิดตัว Titan Alloy 2.0 วัสดุโครงสร้างรถยนต์ที่ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการใช้โลหะใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 93% แต่ยังผ่านมาตรฐานด้านความแข็งแรง จนสามารถนำไปใช้กับโครงสร้างรถยนต์ที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้จริง
Titan Alloy 2.0 อะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% สำหรับโครงสร้างรถยนต์
Xiaomi Auto เปิดตัว Titan Alloy 2.0 เทคโนโลยีโลหะผสมอะลูมิเนียมแบบใหม่ ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเอง จุดเด่นคือ ผลิตจากอลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้หลังการบริโภค ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับชิ้นส่วนโครงสร้างรถยนต์โดยเฉพาะ
บริษัทกล่าวว่านี่ที่ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีนสามารถนำอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% มาใช้งานจริงกับชิ้นส่วนโครงสร้างพื้นด้านท้ายที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียว (Integrated Die Casting) สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรม
โดยการพัฒนาครั้งนี้ช่วยลดการใช้อะลูมิเนียมใหม่ สำหรับชิ้นส่วนที่ต้องรองรับแรงจากการใช้งานและการชน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญด้านความปลอดภัยของตัวรถ
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปผลิตในปริมาณมากแล้วและถูกนำไปใช้ใน Xiaomi SU7, Xiaomi YU7 รุ่นใหม่
ผ่านมาตรฐานระดับสากล ลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 93%
สำหรับโลหะผสม Titan Alloy 2.0 ได้รับการรับรองว่ามีค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 1.1 กิโลกรัม CO₂e ต่ออะลูมิเนียม 1 กิโลกรัม
ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่า โลหะผสมชนิดพิเศษนี้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตได้จริง คาดว่าจะมากถึง 93% เมื่อเทียบกับการผลิตอะลูมิเนียมแบบเดิม
ทั้งนี้ ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมดได้รับการตรวจสอบโดย IVL Swedish Environmental Research Institute จากประเทศสวีเดน พร้อมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนในระบบ Environmental Product Declaration (EPD) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์
ใช้กระบวนการผลิตถึง 6 ขั้นตอน ตรวจสอบทุกชิ้นด้วยการ X-ray
กระบวนการผลิต Titan Alloy 2.0 ประกอบด้วยทั้งหมด 6 ขั้นตอน
เริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบผ่านกระบวนการก่อนหลอมถึง 5 ขั้นตอน ก่อนเข้าสู่การหลอมและปรับแต่งส่วนผสมของโลหะให้ได้คุณสมบัติตามที่ต้องการ
หลังจากนั้น อะลูมิเนียมจะถูกหล่อเป็นแท่ง (Alloy Ingot) และป้อนเข้าสู่สายการผลิต Gigacasting แบบอัตโนมัติโดยตรง เพื่อผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างรถยนต์
Xiaomi ยังระบุว่า ทุกชิ้นส่วนจะผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยระบบ X-ray ภายในโรงงาน เพื่อยืนยันสมรรถนะเชิงโครงสร้างก่อนนำไปประกอบเข้ากับตัวรถ
ผ่านการรับรองโครงสร้าง พร้อมรองรับการใช้งานจริง
สำหรับโครงสร้างที่ผลิตด้วย Titan Alloy 2.0 ได้ผ่านการประเมินจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่จัดตั้งโดย China Machinery Industry Federation
ผลการทดสอบยืนยันว่าโลหะผสมชนิดพิเศษนี้มีความแข็งแรงและความสมบูรณ์ของโครงสร้างตามมาตรฐานสำหรับการใช้งานจริงในรถยนต์
ทั้งนี้ Xiaomi ยังระบุอีกว่า วัสดุสูตรใหม่จะสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของแรงที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างรถระหว่างการขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยในทุกสภาวะการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการนำชิ้นส่วนโครงสร้างแบบคาร์บอนต่ำมาใช้งาน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ประมาณ 800 กิโลกรัมต่อรถยนต์ 1 คัน
ทำให้รถที่ผลิตออกสู่ตลาดมี Carbon Footprint ลดลงตั้งแต่กระบวนการผลิต
กฎคาร์บอนเข้มงวด รถส่งออกต้องปรับตัว
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยคาร์บอน เนื่องจากสหภาพยุโรป (EU) กำลังนำมาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) มาใช้อย่างจริงจัง ซึ่งมีเป้าหมายคือการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนตลอดกระบวนการผลิต
มาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อรถยนต์ที่เตรียมส่งออกไปยังยุโรปในอนาคต รวมถึงรถรุ่นใหม่อย่าง Xiaomi YU7 GT ด้วย
อย่างไรก็ตาม Xiaomi คาดการณ์ว่า แพลตฟอร์มรถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทจะมีกำลังการผลิตประมาณ 550,000 คันต่อปี และเมื่อเดินสายการผลิตเต็มกำลัง จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 450,000 ตันต่อปี ครอบคลุมทั้งเครือข่ายการผลิตของบริษัท พร้อมรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต
ข้อมูลและรูปภาพจาก : carnewschina.com, xiaomi-miui.gr
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













