ปี 2025 กลายเป็นปีแห่งการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในสหราชอาณาจักร เมื่อรถยนต์จากแดนมังกรไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่ “ของแปลก” อีกต่อไป แต่สามารถทำยอดขายทะลุ 200,000 คัน คิดเป็นเกือบ 10% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมดในประเทศไปเรียบร้อยแล้ว

MG-BYD นำทัพบุกจดทะเบียนกระฉูด
ความสำเร็จในครั้งนี้มีหัวหอกหลักคือ 3 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ทำยอดขายพุ่งทะยานจนค่ายเจ้าถิ่นและค่ายญี่ปุ่นต้องหนาวๆ ร้อนๆ:
- MG: ยังคงเป็นแชมป์แบบไร้คู่แข่งในกลุ่มแบรนด์จีน ด้วยยอดขายกว่า 70,000 คัน รักษามาตรฐานความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง
- BYD: สร้างปรากฏการณ์โตแบบก้าวกระโดด จากปี 2024 ที่ขายได้ไม่ถึง 9,000 คัน พุ่งทะลุไปกว่า 40,000 คัน ในปีนี้
- น้องใหม่ออกตัวแรง: Jaecoo ทำยอดขายไปกว่า 20,000 คัน ตามมาติดๆ ด้วย Omoda ขณะที่แบรนด์อย่าง Chery, Polestar และ Leapmotor ก็เริ่มสร้างฐานลูกค้าในอังกฤษได้หนาแน่นขึ้น

ค่ายญี่ปุ่นเสียแชมป์ ส่วนแบ่งตลาดวูบ
ในขณะที่แบรนด์จีนกำลังรุ่ง ข้อมูลระบุว่า แบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น กลับมียอดขายและส่วนแบ่งการตลาดลดลงเกือบ 1% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันทั่วทั้งยุโรป
กำแพงภาษีสกัดไม่อยู่?
แม้สหภาพยุโรป (EU) จะพยายามตั้งกำแพงภาษีนำเข้ารถไฟฟ้า (EV) จากจีนอย่างหนักเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะ:
- ช่องว่างทางกฎหมาย: ภาษีพุ่งเป้าไปที่ EV ล้วน แต่แบรนด์จีนแก้เกมด้วยการรุกตลาดรถ Hybrid และ รถสันดาป (ICE) แทน ซึ่งยอดขายส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- อังกฤษไร้แรงต้าน: หลังจากออกจาก EU อังกฤษไม่มีแบรนด์รถยนต์กระแสหลัก (Mass Market) ของตัวเองเหลืออยู่แล้ว ทำให้ผู้บริโภคไม่มีความรู้สึกต้อง “รักชาติ” ในการเลือกซื้อรถเหมือนในเยอรมนีหรือฝรั่งเศส ตลาดอังกฤษจึงกลายเป็น “เค้กชิ้นหวาน” ที่แบรนด์จีนเข้ามาแชร์ได้อย่างง่ายดาย

Matthias Schmidt นักวิเคราะห์ยานยนต์ระบุว่า ในขณะที่คนเยอรมันหรือฝรั่งเศสยังเลือกซื้อรถแบรนด์ตัวเองเกือบครึ่งตลาด แต่คนอังกฤษไม่มีทางเลือกนั้นอีกต่อไป ทำให้ความคุ้มค่าและเทคโนโลยีจากจีนกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อแทนที่ความภักดีต่อแบรนด์เดิมๆ
Source: Carscoops










