ของหลวงของสาธารณะ จะมีหน่วยงานดูแลรับผิดชอบอยู่แล้ว ซึ่งหากการขับรถชนของหลวงด้วยความประมาท หรือไม่ได้ตั้งใจ คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือผู้ที่ขับชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ประเมินค่าเสียหาย ซึ่งหากสิ่งของนั้นตั้งอยู่ตามมาตรฐานที่กำหนด ไม่ได้มีการกีดขวางที่ผิดกฏหมาย คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือ คุณ หรือผู้ชน
แต่ถ้าหากคุณมีประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ก็สามารถที่จะให้ประกันเป็นผู้รับผิดชอบมาช่วยจ่ายค่าปรับให้ได้ ซึ่งถ้าค่าปรับเกินกว่าเงื่อนไขการรับผิดชอบของประกัน คุณต้องจ่ายค่าส่วนต่าง ซึ่งในกรณีนี้ที่เป็นการขับรถชนเสาไฟฟ้า ป้ายทางหลวง แบริเออร์ เป็นอุบัติเหตุรถชนแบบไม่มีคู่กรณี
ดังนั้น ประกันที่คุ้มครองครอบคลุมไปถึงเงื่อนไขนี้ก็มีเพียง ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น ซึ่ง ประกันรถยนต์ชั้น 2+ หรือ ประกันรถชั้น 3+ จะไม่ได้คุ้มครองในกรณีนี้ หมายความว่าคุณต้องจ่ายค่าเสียหายเองทั้งหมด
ขับรถชนของหลวง เสียค่าปรับเท่าไหรบ้าง?
ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการขับรถชนเสาไฟฟ้า ชนแบริเออร์ ก็ต้องเสียค่าปรับให้กับการไฟฟ้านครหลวง กรมทางหลวง ฯลฯ
โดยค่าปรับที่คุณต้องจ่ายเมื่อขับรถชนของสาธารณะเป็นเพียงการประเมินราคาเบื้องต้นเท่านั้น เพราะในสถานที่เกิดเหตุจริง อาจมีความเสียหายอื่นๆ ทำให้ถูกคิดค่าเสียหายเพิ่มเติม
ค่าปรับกรณี ขับรถชนของหลวง มีแยกประเภท ดังนี้
- ขับรถชนเสาไฟฟ้า แต่ละต้นมีราคาที่แตกต่างกัน มีค่ารื้อถอน คำนวณจากความสูงของเสาไฟฟ้า อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มด้วยเช่น ค่าเดินสายไฟใหม่ ค่าหม้อแปลง ฯลฯ
ทำให้ค่าปรับของการขับรถเสาไฟฟ้าระบุเป็นตัวเลขที่แน่ชัดไม่ได้ โดยราคาต่อเสาไฟฟ้า 1 ต้น อาจเสียค่าปรับตั้งแต่ 3,000 ถึง 45,000 บาท
- ขับรถชนแบริเออร์ เป็นอุปกรณ์กันขวางทาง ซึ่งแบริเออร์อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ ขับรถชนแบริเออร์ เสียค่าปรับอยู่ที่ราวๆ 800 – 15,000 บาท ต่อชิ้น
ทั้งนี้จะเป็นจำนวนเท่าไหร่ในราคาสุทธิอยู่ที่ว่าคุณทำแบริเออร์พังไปกี่ชิ้น เสียหายเท่าไหร่ วัสดุของแบริเออร์เป็นประเภทใด ก็จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพราะมีค่าแรงอื่นๆ
- พุ่มไม้ทางหลวง การขับรถชนต้นไม้ ซึ่งต้นไม้ตามเกาะกลาง ริมถนนบางแห่งจะมีคนดูแล เมื่อคุณขับรถชนต้นไม้ ก็ต้องเสียค่าปรับ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเมืองหรือกรมทางหลวง โดยค่าเสียหายเมื่อขับรถชนต้นไม้ จะอยู่ที่ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท
การประเมินก็ต้องดูขนาดต้นไม้ จำนวนต้นไม้ และอายุต้นไม้ที่ชน ซึ่งจะไม่สามารถประเมินราคาแบบสุทธิได้จนกว่าจะเห็นเหตุการณ์จริง
- ป้ายจราจร ถ้าเป็นป้ายจราจร กรมทางหลวงต้องเป็นคนดูแล เมื่อเกิดอุบัติเหตุขับรถชนป้ายจราจร เจ้าหน้าที่จะมาตรวจสอบสถานที่และส่งเรื่องไปยังกรมทางหลวงให้ประเมินราคาค่าเสียหายที่คุณต้องจ่าย
เมื่อขับรถชนป้ายจราจร จะถูกเรียกเก็บค่าปรับเริ่มต้น 1,000 – 2,000 บาท
- ขับรถชนเสาล้มลุก เป็นอุปกรณ์ที่อยู่บนกลางถนนส่วนใหญ่ ซึ่งคุณสามารถขับรถชนได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ซึ่งถือว่าเป็นของหลวงของสาธารณะเช่นเดียวกับกับสิ่งอื่นๆ โดยสามารถประเมินราคาเริ่มต้นได้ ดังนี้
-
- ขับรถชนกรวยจราจร ค่าปรับ 200-800 บาท (ราคาสุทธิอยู่ที่ขนาด จำนวน และความเสียหาย)
- ขับรถชนแผงกั้นจราจร ค่าปรับ 1,000-5,000 บาท (ราคาสุทธิอยู่ที่ขนาด จำนวน และความเสียหาย)
- ขับรถชนเสาล้มลุก ค่าปรับ 800-3,500 บาท (ราคาสุทธิอยู่ที่ขนาด จำนวน และความเสียหาย)
-
ขับรถชนของหลวง แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ จะเกิดอะไรขึ้น
ของหลวงหรือของรัฐ หากมีความเสียหายจากการประมาทของผู้อื่น ก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดกฏหมาย แต่ถ้าคุณไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ว่าผู้ใดทำให้ทรัพย์สินเสียหายแล้วไม่เสียค่าปรับ เท่ากับว่า นอกจากคุณจะต้องจ่ายค่าเสียหายจากการขับรถชนเสาไฟฟ้า ขับรถชนแบริเออร์ ยังถือว่าผิดกฎหมายอีกด้วย
ซึ่งหากคุณมีประกันที่จ่ายให้แต่ไม่อยู่ในวงเงินที่เพียงพอ และต้องจ่ายส่วนต่างเอง หากมีเงินไม่มากพอสามารถต่อรอง ประณีประนอมได้ เพียงแค่ติดต่อไปที่สำนักงานของเจ้าของทรัพย์สินนั้น เช่น ขับรถชนเสาไฟฟ้า ก็ติดต่อไปที่การไฟฟ้านครหลวง เพื่อขอปรึกษาค่าใช้จ่ายทั้งหมด ว่าขอผ่อนชำระได้หรือไม่ หรือขอไกล่เกลี่ยหนี้ทั้งหมดได้หรือไม่ หากคุณหนีไม่จ่ายจะมีความผิดตาม มาตรา 438 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ซึ่งค่าเสียหายทั้งหมดที่คุณต้องจ่ายจะอยู่ที่ศาลตัดสินครับ ดังนั้น อาจจะเป็นค่าเสียหาย 1,000,000 บาท จะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ ทั้งหมดเป็นดุลพินิจของศาลทั้งสิ้น
ของหลวง ของสาธารณะ มีเจ้าของเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งสิ้น หากเกิดขับรถชนของหลวงขึ้นมา ก็มีเพียงแค่ประกันรถยนต์และตัวผู้ชนต้องรับผิดชอบ