ในที่สุดค่าย GWM เปิดตัว GWM TANK 300 ปรับหล่อในร่างทรงกล่องลุยโหดมาครบทุกขุมพลังปรับทั้งคันกว่า 553 จุด ขายทั้งรุ่น SWB และรุ่นใหม่ LWB
GWM TANK 300 2026 เปิดตัวครั้งนี้ดุเด็ดกว่าใครด้วยการยืดระยะฐานล้อยาวกว่าเดิม และส่วนหน้าของรถยื่นออกมาด้วย
สิ่งที่เปลี่ยนไป
เริ่มที่กระจังหน้าใหม่เน้นตราอักษร TANK ขนาดใหญ่ แทนรูปโลโก้ตัว T กันชนหน้าทรงเดิมโดยมีตัวยึดและจุดยึดสำหรับลากจูงที่มองเห็นได้ชัดเจน บังโคลนหน้าซ้าย-ขวา ที่ยาวกว่าเดิมเสริมช่องระบายอากาศสีดำแนวตั้ง และรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมแต่งลุยมากกว่า 40 จุด เช่น ไฟสปอตไลท์ LED หรือที่ยึดกล้อง และสนอร์เกิ้ล เฉพาะรุ่น Hi4 LWB
ไฟหน้า Intelligent LED ทรงกลมพร้อมไฟ LED Daytime คิ้วขอบล้อสีดำดุดัน หลังคาซันรูฟแบบเปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมราวหลังคาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน เสาอากาศ แบบ shark fin ที่เปิดประตู กระจกมองข้างตกแต่งสีเข้มทั้งหมด ด้านท้ายดีไซน์ตั้งตรงพร้อมฝาท้ายขนาดใหญ่ห้อยยางอะไหล่ไว้ดูมีเอกลักษณ์ดีตามสไตล์ออฟโรดและไฟท้าย Vertical LED แนวตั้ง
ล้ออัลลอยให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง Continental Horse AT 265/65 R17 และขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ตัวรถในรุ่น LWB ยาวขึ้นกว่าเดิมตั้งแต่
- ความยาว 4,886 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,984 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,927 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,010 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 224-235 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 70-77 ลิตร
GWM TANK 300 รุ่นปกติ มิติตัวรถเท่าเดิม

- ความยาว 4,750 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,930 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,903 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 224 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 78-80 ลิตร
ภายในคงเดิม
ทุกอย่างยกมาจากรุ่นปี 2025 แต่มีการปรับออปชันเช่นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันกลับมาใช้แบบ 3 ก้าน แต่ยกดีไซน์พวงมาลัยอันคุ้นเคยมาจาก GWM TANK 500 จากเดิม 2 ก้าน พร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่แบบลอยตัวขนาดใหม่ 15.6 นิ้ว ชัดแบบ 2.5K มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3 AI smart cockpit รองรับระบบผู้ช่วยเสียง AI ในรถยนต์ Coffee GPT รวมถึงตัวเลือกการเชื่อมต่อสำหรับผู้ขับขี่หลายแบบ เช่น Coffee Air-Hicar และ ICCOA
ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม V5L ใช้ชิปประมวลผล 4 นาโนเมตร มาพร้อม RAM 24GB และหน่วยความจำภายใน 128GB และซีพียู 170K DMIPS มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น
มาพร้อมช่องต่อ AUX 6 ตัวพร้อมสวิตช์เหนือคอนโซลที่ต่อวงจรเข้ากับกล่องจ่ายไฟ รองรับการปรับแต่งและใช้งานอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวก ลำโพง 12 จุด กำลังขับ 960W รองรับเสียงแบบธรรมชาติ เสียงเซอร์ราวด์ 3 มิติ และเอฟเฟกต์เสียงแบบคอนเสิร์ตฮอลล์หลายโหมด พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ
สวิตช์ควบคุมการทำงานต่างๆย้ายขึ้นไปอยู่ใต้จอสัมผัสจากเดิมอยู่ใต้ช่องแอร์ทรงกลม ช่องแอร์เปลี่ยนมาเป็นทรง 6 เหลี่ยมแนวนอนแทนทรงกลมคอนโซลเกียร์ย้ายเกียร์ไปอยู่ที่คอพวงมาลัยหรือที่เรียกกันว่าเกียร์คอ
ปุ่มการทำงานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ปุ่มล็อกเฟืองท้าย ควบคุมความเร็วขณะออกตัวและลงทางลาดชัน ปุ่มบิดขึ้น-ลงกับปุ่มกดใช้งานง่ายขึ้น ที่ชาร์จมือถือไร้สาย 2 ช่อง กำลังชาร์จ 50W มาตรวัด Full LCD 12.3 นิ้ว
เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 12 ทิศทางสำหรับคนขับและ 10 ทิศทางสำหรับคนนั่ง พร้อมระบบอุ่นเบาะ เบาะเย็นบันทึกตำแหน่งเบาะ ฟังก์ชันนวด 8 จุด เบาะหลังปรับเอนได้ระหว่าง 25° ถึง 33.7° หุ้มหนัง NAPPA leather ตัดเย็บประณีต พร้อมระบบ Memory Seat และระบบ Welcome Seat เพื่อความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงจากรถ มี 3 โทนสี ได้แก่ สีดำล้วน สีดำ-แดง และสีดำ-ส้ม
เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 และ Ionizer ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ช่วยให้การชาร์จ Smart Phone สะดวกและรวดเร็ว ช่อง USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า/หลัง และสำหรับกล้องบันทึกภาพ
ช่องจ่ายไฟสำรอง 220V แบบพร้อมเต้ารับสายไฟ ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด ทำงานร่วมกับกุญแจ Smart Key และ Push Start เพิ่มความสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหากุญแจ
ขุมพลังสันดาป
เบนซินเทอร์โบล้วนขนาด 2.0 ลิตร GW4C20NT (E20CB) กำลังสูงสุด 220 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 1,800-3,600 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 9.7 วินาที
ขุมพลังดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.4 ลิตร รหัส GW4D24 (E24D) ให้กำลังถึง 186 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 480 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 11.4 วินาทีทุกขนาดจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด Hi4
ใหม่!! เบนซินเทอร์โบปลั๊กอินไฮบริดขนาด 2.0 ลิตร E20NB Hi4-Z ให้กำลัง 245 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 1,700-4,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ กับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 59.6 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยมอเตอร์ล้อหน้าให้กำลัง 245 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร และล้อหลัง 272 แรงม้า แรงบิด 415 นิวตันเมตร ให้กำลังรวม 864 แรงม้า แรงบิดรวม 1,195 นิวตันเมตร
วิ่งอีวี 200 กิโลเมตร (WLTC) และวิ่งไกลทั้งระบบ 1,122 กิโลเมตร (WLTC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.3 วินาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด DHT อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.3 วินาที
เบนซินเทอร์โบปลั๊กอินไฮบริด Hi4-T ขนาด 2.0 ลิตร รหัส E20NB แรงม้า แรงบิดในภาคเครื่องยนต์เท่ากัน ตอบโจทย์การผจญภัยอย่างลงตัวพร้อมมอบประสบการณ์การผจญภัยที่มีสีสันให้ผู้ขับขี่ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า P2 กำลังสูงสุด 177 แรงม้า แรงบิด 495 นิวตันเมตร ชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 37.1 kWh ให้กำลังรวม 422 แรงม้า แรงบิดรวม 750 นิวตันเมตร
วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 105 กิโลเมตร (WLTC) และวิ่งไกลสุดทั้งระบบ 913 กิโลเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.1 วินาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter
ทั้งรุ่น HI4-Z และ HI4-T สามารถชาร์จได้ทั้งแบบกระแสตรง DC 30-80% ภายใน 16 นาที สูงสุด 20 kW และยังชาร์จกระแสสลับ AC ได้ สูงสุด 6.6 kW ได้ 6.5-8 ชั่วโมง
รองรับ V2L (Vehicle-to-load) ถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ รองรับการจ่ายโหลดสูงสุดเป็น 6 kW สามารถตอบสนองการทำงานพร้อมกันของเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เช่น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้า โปรเจกเตอร์ ฯลฯ และสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่องที่โหลดเต็มนานกว่า 7 ชั่วโมง (พลังงานจากปลั๊กที่ติดมากับรถ 3.3 kW)
ทุกขนาดมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มีมุม approach angle หรือมุมเงย 38 องศา และมุม departure angle หรือมุมจาก 33 องศา และมุมคร่อม break-over angle 19 องศา เหมาะสำหรับถนนออฟโรดที่มีสภาพซับซ้อนลุยน้ได้ 800 มิลลิเมตร
ปรับแชสซีส์อัปความแข็งแกร่งมากขึ้นด้วยการลดระยะยื่นด้านหน้า Overhang ให้สั้นลง เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่แบบออฟโรดได้ดีกว่าจากพื้นฐานช่วงล่างหน้าแบบปีกนกคู่และมัลติลิงก์ด้านหลัง เฟืองขับด้านหน้าเป็นออปชันเสริมและด้านหลังเป็นออปชันมาตรฐาน (Electric Differential Lock for front and rear axles)
หลังคารถติดตั้ง LiDAR ติดตั้งเซนเซอร์รวม 27 ตัว รวมถึง LiDAR 1 ตัว รองรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ NOA (Navigate on Autopilot) ในทุกสถานการณ์ ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ Coffee Pilot Ultra มี Sentry Mode สำหรับเฝ้าระวังรถขณะจอด มีมองเห็นกลางคืนอินฟราเรดระยะไกล Coffee Night Vision 2.0 เป็นอุปกรณ์เสริม
ADAS 10 รายการ

รวม สัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) เช่น
- เตือนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning)
- เตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI)
- การเบรกฉุกเฉินความเร็วต่ำ MEB (Maneuver Emergency Braking)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านในจุดอับสายตาขณะด้านหน้า FCTB (Front Cross Traffic Braking)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTB (Rear Cross-Traffic Braking)
- ช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน ELK (Emergency Lane Keeping)
สายลุยทรงเหลี่ยม GWM TANK 300 2026 ปรับโฉม เปิดราคาขายเริ่มต้น 199,800-234,800 YUAN โดยเป็นราคาสำหรับรุ่นเบนซิน 2.0 และ ดีเซล 2.4 หรือราว 995,000-1,167,000 บาท ส่วนรุ่น Hi4-T และ Hi4-Z เริ่มต้น 249,800-259,800 YUAN หรือราว 1,245,000-1,295,000 บาท
ที่มา Autohome
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










