Smart #2 ซิตี้คาร์ไซส์เล็กกับการคัมแบ็กในคราบ EV เต็มตัว

Smart #2 ซิตี้คาร์ระดับตำนานกลับมาอีกครั้งในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า 100% ออกแบบขึ้นมาเพื่อเค้นใช้ประโยชน์จากห้องโดยสารขนาดกะทัดรัดให้คุ้มค่าที่สุด  

Smart #2

พูดได้เต็มปากว่า Smart กำลังดึงความสนใจจากการกลับมาของซิตี้คาร์คันนี้อย่างเต็มที่ เราเห็นทายาทของ ForTwo ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนที่แฮตช์แบ็กร่างจิ๋วเผยโฉม ณ กรุงปักกิ่ง แต่ตอนนั้นเราได้เห็นเพียงงานดีไซน์ภายนอกที่ออกแบบโดย Mercedes-Benz เท่านั้น ทว่าล่าสุดในการเปิดตัวฝั่งยุโรป ณ กรุงโรม เราก็ได้เห็นดีไซน์ภายในห้องโดยสารเป็นครั้งแรก ซึ่ง Smart #2 ได้เผยไม้เด็ดสำคัญออกมา นั่นคือดีไซน์เบาะนั่งแบบยาว (Bench Seat)

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่ารถคันจิ๋วคันนี้จะรองรับผู้โดยสารได้ 3 คนเหมือนรถกระบะฟูลไซส์ของอเมริกา เพราะมันยังคงเป็นรถ 2 ที่นั่งแบบเหนียวแน่น เพียงแต่บริเวณตรงกลางเบาะสามารถพับลงมาเพื่อเชื่อมต่อเบาะทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันจนดูเป็นเบาะยาวต่อเนื่อง โดยชุดสวิตช์กระจกไฟฟ้าและปุ่มล็อก/ปลดล็อกประตูจะถูกติดตั้งไว้ที่ขอบด้านบนของส่วนที่พับได้นี้ พร้อมห่วงสำหรับให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารใช้ดึงเพื่อยกหรือพับเบาะตรงกลางลง

ระบบนี้คือที่พักแขนกลางแบบพับได้ที่เนียนไปกับเบาะนั่งทั้งสองฝั่ง ถือเป็นลูกเล่นที่เฉียบขาดในการเพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับห้องโดยสารขนาดเล็ก การดีไซน์เบาะลักษณะนี้นอกจากจะช่วยสร้างมิติทางสายตาให้ห้องโดยสารดูคล้ายกับกว้างขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสไลด์ตัวออกทางประตูฝั่งคนนั่งได้อย่างสะดวกสบาย เวลาที่ต้องจอดรถในพื้นที่แคบๆ อีกด้วย

Smart #2

ไม่เน้นจอใหญ่เกินจำเป็น แต่ยังคงความมินิมอล

ในจุดอื่นๆ ของ Smart #2 มาพร้อมแผงคอนโซลหน้าทรงโค้งมนรูปตัว “S” เสริมด้วยช่องแอร์ทรงเทอร์ไบน์สไตล์สปอร์ตแบบที่พบได้ในรถ Mercedes-Benz ด้านหน้าคอนโซลจะไม่ได้ถูกอัดแน่นด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ยักษ์จนเกินไป แต่ก็อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะเห็นปุ่มกดแบบกลไกเยอะแยะมากมายเช่นกัน และแม้ว่าตอนนี้จะยังถูกแปะป้ายว่าเป็นรถคอนเซปต์ แต่เวอร์ชันผลิตจริงที่จะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก็คงไม่ได้แตกต่างไปจากนี้มากนัก

ขณะที่เจเนอเรชันก่อนหน้าต้องแชร์แพลตฟอร์มร่วมกันระหว่างรุ่นเครื่องยนต์สันดาปและรุ่นไฟฟ้า แต่สำหรับ #2 รุ่นใหม่นี้ ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV โดยเฉพาะ ซึ่งตามหลักการแล้ว ควรจะช่วยจัดสรรสเปซภายในห้องโดยสารได้ดีขึ้นมาก ทั้งการขยายระยะฐานล้อให้ยาวขึ้นเท่าที่จะทำได้ และลดระยะ overhang หน้า-หลังให้สั้นลง นอกจากนี้ ตัวรถยังคงมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 6.95 เมตร (22.8 ฟุต) เท่ากับรุ่น EQ ForTwo เดิม ทำให้มันเป็นรถที่คล่องตัวอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในเมือง

ตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 35.7 kWh ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 300 กิโลเมตร (186 ไมล์) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP โดย Smart เคลมว่ารถ EV เจนใหม่นี้ใช้เวลารีชาร์จไฟจาก 10 ถึง 80 percent ในเวลาไม่ถึง 20 นาที และอีกหนึ่งความน่าประทับใจคือการตัดสินใจใส่ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระ มัลติลิงก์ (Multi-link) เข้ามา ในเซกเมนต์ที่ส่วนใหญ่ถูกครอบครองด้วยระบบช่วงล่างแบบพื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน

Smart #2

คันเล็ก… แต่อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย

ย้อนกลับไปตอนที่ รุ่นแรกเปิดตัวในช่วงปลายยุค 90s ค่าย Mercedes เคยสร้างกระแสฮือฮาด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย Tridion Safety Cell ที่ช่วยปกป้องผู้โดยสารได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และข้ามมาในปี 2026 นี้ มีรายงานว่า #2 ได้ยกระดับโครงสร้างนิรภัยไปอีกขั้น ซึ่งเราคงต้องรอรายละเอียดเจาะลึกเพิ่มเติมตอนเปิดตัวรุ่นผลิตจริง

ตัวรถมีกำหนดการเผยโฉมอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้ ที่งาน 2026 Paris Motor Show และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในปีหน้า โดย Smart #2 ทุกคันจะถูกประกอบขึ้นที่ประเทศจีนแบบ exclusive เช่นเดียวกับไลน์อัพรุ่นอื่นๆ ของแบรนด์ ทั้งนี้ โรงงาน Hambach ในประเทศฝรั่งเศสเดิมนั้น ถูก Ineos Automotive ซื้อไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตรถเอสยูวี Grenadier และรถกระบะ Grenadier Quartermaster เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Source: Motor1

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts