ในขณะที่เมืองไทยเตรียมเปิดราคา MAZDA 6e เก๋งอีวีรุ่นแรกของค่ายแต่ทว่าออสเตรเลียชิงได้เปรียบเปิดราคาตัดหน้าไทย

Mazda 6e มาพร้อมภาพลักษณ์ Neo Fastback นิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู ถ่ายทอดเส้นสายทรงพลังแบบ Fastback เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบ ตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion
ด้านหน้าเอกลักษณ์สไตล์มาสด้า

กระจังหน้าทรงซิกเนเจอร์วิงคาดจะเป็นแบบทึบคาดเส้นทับชุดไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในโคม ขอบกระจังหน้าและตราโลโก้พร้อมกันชนหน้าชิ้นเดียวรองรับการออกแบบด้านหน้าอย่างลงตัว ด้านข้างตัวรถบริเวณบังโคลนตกแต่งสปอร์ต คิ้วชายล่างโครเมียมใต้ขอบประตู ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวถังรถ
ด้านท้ายมีไฟท้าย LED ดีไซน์เพรียวแนวยาวแบบ Star Flame พร้อมสปอยเลอร์ที่สามารถยกปีกออกมาแบบอัตโนมัติ พร้อมตราโลโก้ Mazda ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 245/45R19
เก๋งลูกครึ่งญี่ปุ่น-จีน คันนี้นำบอดี้ทั้งคันของ DEEPAL L07 (SL03) ตกแต่งใหม่ในสไตล์ Mazdaสร้างขึ้นจากพื้นฐานสถาปัตยกรรม CHANGAN ‘EPA1’ ในชื่อรหัสว่า J90A และ J90A-REEV โดยมีมิตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,921 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,485 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,895 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 148 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,090 กิโลกรัม
ภายในหรูภูมิฐาน

ปรับงานดีไซน์ให้เข้ากับความเป็นรถญี่ปุ่น หรูหราด้วยชุดคอนโซลหน้าดีไซน์เรียบง่ายพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านปรับได้ 4 ฟังก์ชัน มาตรวัดดิจิทัล LCD ขนาด 10.1 นิ้ว หน้าจอสัมผัส infotainment ขนาด 14.6 นิ้ว เอนหาคนขับถึง 15 องศา รองรับ Apple CarPlay ไร้สาย พร้อมสั่งงานด้วยท่าทาง (Gesture Recognition) และสั่งงานด้วยเสียงรองรับ 9 ภาษา
ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ออนไลน์ (Over The Air, OTA) ลำโพงจาก SONY 14 จุด มีจอแสดงข้อมูลบนแผงคอนโซลหน้า HUD ขนาด 50 นิ้ว พร้อมระบบนำทางแบบ AR พิเศษด้วยหลังคากระจก Sunroof ขนาดใหญ่ 1.9 ตารางเมตร ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 64 สี ที่ชาร์จมือถือไร้สายขนาด 40W
พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระ 2 โซน (Dual-zone Auto A/C) โหมดลมธรรมชาติ (Natural Wind Mode) มีแอร์ด้านหลังพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส (Rear touchscreen A/C Control Panel) มีระบบเป่าเย็นที่เบาะนั่งและพนักพิงศีรษะคู่หน้า มีช่องแอร์ (Electric Hidden Intelligent Air Ventilation)

ด้วยเบาะนั่งสบาย 5 ที่นั่งด้วยสีภายใน 3 สีทั้ง สีขาว Warm Beige Maztex สีแทน Tan Leather และสีดำ Black Maztex เบาะนั่งหุ้มหนังคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทางด้านคนขับพร้อมระบบความจำตำแหน่งเบาะ เลื่อนเข้าออกอัตโนมัติ พร้อมปุ่มดันหลังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง และคนนั่งปรับ 4 ทิศทาง
เบาะหลังสามารถพับเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีพื้นที่ด้านท้าย 466 ลิตรในกรณีไม่พับเบาะ พื้นห้องโดยสารด้านหลังแบบเรียบ 1,074 ลิตร และพื้นที่ใต้ฝากระโปรงหน้า 72 ลิตร และ Mazda 6e APP เชื่อมต่อครบจบในแอปพลิเคชันเดียว ด้วยฟังก์ชันควบคุมการทำงานของรถด้วยระยะไกล
ขุมพลังไฟฟ้าล้วน

ถ่ายทอดเอกลักษณ์การขับขี่และสมรรถนะของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิไต ที่มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) ขับเคลื่อนล้อหลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Synchronous Motor และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP
ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 78 kWh ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 654 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC หรือ 560 กิโลเมตร (WLTP) ชาร์จกระแสตรง DC 30-80% กำลังชาร์จสูงสุด 195 kW ได้ในเวลา 15 นาที ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 11 kW ในเวลา 9.30 ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่ำกว่า 8 วินาที

มาพร้อมระบบการจัดการแบตเตอรี่ดิจิทัลแบบ iBC (iBC Digital Battery Management) ให้ความเร็วสูงสุด 175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง ECO, COMFORT, SPORT, CUSTOMIZE มาพร้อมรองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีระบบการคืนพลังงาน Regenerative Brake ชะลอความเร็วแบบนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติและช่วงล่างอิสระสี่ล้อด้วยด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และหลังอิสระมัลติลิงก์แบบ H-ARM
ความปลอดภัย Intelligent Driver Assistance System

- ป้องกันรถเบี่ยงออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP)
- เตือนหากเสี่ยงต่อการโดนชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping (ELK)
- เตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection and Warning (BSD)
- แจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Forward Cross Traffic Alert (FCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Forward Cross Traffic Brake (FCTB)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Brake (RCTB)
- จดจำป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
- ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน Intelligent Full-speed adaptive cruise control (IACC)
พร้อมความปลอดภัยทั้งถุงลมนิรภัย SRS รอบคัน 9 จุด ป้องกันล้อล็อกแยกอิสระ 4 ล้อ 4W-ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA ควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC (Dynamic Stability Control) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist)
ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) สัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System) เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าปรับสูง-ตํ่าได้เตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าและด้านหลัง
ล็อกเพื่อป้องกันเด็กเปิดประตูจากในรถแบบไฟฟ้าเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน Auto Hold กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศาแบบ 3 มิติพร้อมระบบแสดงภาพตัวรถแบบโปร่งแสง บันทึกวิดีโอการขับขี่รอบทิศทาง 360 องศาตรวจจับแรงดันลมยาง (TPMS) เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้าและหลังด้านละ 6 จุดสัญญาณป้องกันขโมยจุดยึดเบาะนังสําหรับเด็กแบบ ISOFIX

Mazda 6e ผลิตที่โรงงานของ CHANGAN เมืองหนางจิง ประเทศจีน ขายออสเตรเลียกลางปีนี้ด้วย 2 รุ่นย่อยทั้งรุ่น E35 GT และรุ่นท็อป E35 Atenza ในราคาไม่รวมค่าจดทะเบียนและภาษีถนน On-Road เริ่มต้น $49,990-$52,990 หรือราว 1,105,000-1,175,000 บาท โดยมีสีภายนอก 7 สีทั้ง
- สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล (Crystal White Pearl)
- สีเทา แอโร เกรย์ (Aero Gray)
- สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
- สีเทา โพรีเมทัล เกรย์ (Polymetal Grey)
- สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
- สีแดง โซลเรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
- สีน้ำเงิน ดัพ คริสตัล บูล (Deep Crystal Blue)
ทางด้านเมืองไทยเปิดราคาจำหน่ายเร็วๆนี้
ที่มา Carexpert










