เรียกว่าเป็นรถอีวีพรีเมียมที่คนไทยถามถึงกันมากสำหรับ MG IM5 และ Mercedes-Benz CLA แม้ 2 คันนี้มาไกลจาก 2 ประเทศ จากจีนและเยอรมนี

ทั้ง 2 รุ่นนี้ได้เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่งาน Bangkok Motor Show 2026 และไม่พลาดที่ Car2Day จับมา Face2Face กันแม้ตัวรถคนละไซซ์คนละขนาดแต่เทคโนโลยีอีวีไม่หนีกันกับ MG IM5 Premium Long Range และ Mercedes-Benz CLA 250+
Design & Exterior

MG IM5 Premium Long Range มีกลิ่นไอสไตล์ยุโรปในร่างซีดานท้ายลาด Fastback 5 ประตู โหลดให้เตี้ยลงเพื่อเน้นความเป็นสปอร์ตเต็มขั้น เริ่มที่กระจังหน้าทรงทึบดีไซน์ใหม่ออกแบบคิ้วชายล่างต่อเนื่องชิ้นเดียวรวมถึงคิ้วมุมกันชนหน้าซ้าย-ขวารูปตัว C ไฟหน้า LED และไฟ DRL แบบ LED รูปตัวแอลมาแบบรมดำ
ด้านข้างเท่ด้วย หลังคากระจกพาโนรามิก กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวกระจกรถแบบไร้กรอบ Frameless แบบโอเปร่า ที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle) คิ้วชายล่างประตูสีดำ
ไฟท้าย LED รมดำดีไซน์รูปตัวเอยาวจากซ้ายไปขวารับกับฝาท้ายมีสปอยเลอร์ในตัวพร้อมฝาท้ายไฟฟ้าแบบมีระบบ เตะเปิดอัตโนมัติ โดยเปิดท้ายคล้ายรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตู
ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ขนาดยางหน้า 245/40 R20 และขนาดยางหลัง 275/30 R20 จาก PIRELLI P-ZERO และความจุช่องสัมภาระด้านหน้า 18 ลิตร

ทางด้าน Mercedes-Benz CLA 250+ มาในร่างเก๋งซีดาน 4 ประตูไร้กรอบประตูที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตานำเสนอสัญลักษณ์ดวงดาวของแบรนด์ให้เข้ากับองค์ประกอบต่างๆ ของตัวรถ อาทิ กระจังหน้า SATRPANEL ในรูปแบบไฟแอนิเมชัน
ชุดโคมไฟหน้า LED ติดตั้ง Daytime Running Light รูปทรง Star Shaped และไฟท้าย LED แบบ Digital Jewelry ที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ออกมาเป็นรายละเอียดของอัญมณีที่ลงตัว พร้อมล้ออัลลอยลายเท่ ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/45R18
Dimension



จากตารางดังกล่าวเห็นชัดเจนแล้วว่า MG IM5 Premium Long Range ได้เปรียบ Mercedes-Benz CLA 250+ เกือบทุกมิติอย่างชัดเจนไม่ว่าจะความยาวยาวกว่า Benz 208 มิลลิเมตร กว้างกว่า Benz 105 มิลลิเมตร สูงกว่า Benz 6 มิลลิเมตร ฐานล้อยาวกว่า 160 มิลลิเมตร และ น้ำหนักรถมากกว่า 155 กิโลกรัม ยกเว้นระยะต่ำสุดจากพื้นที่ IM5 เสียเปรียบ Benz เพียง 5 มิลลิเมตร
Interior & Convenience

ภายใน MG IM5 แม้คล้ายกับ MG IM6 แต่ปรับเล็กน้อยให้เข้ากับความเป็นเก๋งตั้งแต่ คอนโซลหน้ามีจอลอยตัวแบบ Intelligent Immersive Touch Screens 2 จอขนาดใหญ่ มีทั้งหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลรวมกันขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับควบคุมส่วนต่าง ๆ ภายในรถ เชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android แบบไร้สาย
ระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด ดีไซน์คอนโซลหน้าเน้นความเรียบหรูด้วยวัสดุ Soft Touch ที่วางแก้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง

ที่ชาร์จมือถือไร้สาย รองรับการชาร์จแบบไร้สายกำลังไฟสูงสุด 50 วัตต์ (Wireless Charger) ลำโพงรอบทิศทาง 20 จุด 7.1.4 Spatial Audio ประกอบด้วย ลำโพงรอบทิศทาง 16 จุด และลำโพงบริเวณหลังคา 4 จุด พร้อมเทคโนโลยี Road Noise Cancellation(RNC) ช่วยลดเสียงรบกวน ต่างๆ Interactive Ambient Light ที่สามารถเปลี่ยนได้ 256 เฉดสี
กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่พักแขนตอนกลาง พร้อมกล่อง cooling box
มีระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry พร้อมการ์ด NFC สำหรับแปะเพื่อล็อกและปลดล็อกตัวรถ เบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake) ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)


เบาะนั่ง POPO Sofa ทรงขนมปังพร้อมสัมผัสพรีเมียมโดยหุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าเป็นแบบระบายความร้อน ให้ความนุ่มนวลและสบาย
เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40 พื้นที่สัมภาระด้านท้ายมีความจุ 457 ลิตร และ 1,290 ลิตรกรณีพับเบาะพร้อมที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมที่ท้ายรถได้อีก 69 ลิตรและเบาะนั่งหน้าฝั่งคนนั่งปรับไฟฟ้าเอนเบาะได้สุด 121 องศาและพนักพิงเบาะนั่งหลังเพิ่มมุมอีก 19-37 องศาพร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ ที่สะท้อนความเรียบหรูและทันสมัยในทุกมิติ
IM MAG HUB อุปกรณ์เสริมพิเศษด้วยการติดแม่เหล็กภายในเพื่อใช้ติดตั้งแอคเซสเซอรี่ต่าง อาทิ โคมไฟ กระจกแต่งหน้า ไฟอ่านหนังสือ ฯลฯ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานรถอย่างแท้จริง

ทางด้าน Mercedes-Benz CLA 250+ ออกแบบภายในได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนหินญี่ปุ่น หรือ “Zen Garden” สะท้อนศิลปะแห่งการลดทอนและคงไว้เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นแท้ เหลือไว้เพียงส่วนประกอบที่เป็นหัวใจของวิศวกรรมยานยนต์ เช่น การใช้วัสดุกระจกบนจอกลาง MBUX Superscreen วัสดุโลหะบนคอนโซลกลาง และวัสดุหนังบนแผงบุนุ่มบริเวณข้างประตู
ติดตั้งระบบปฏิบัติการ “MB.OS” ที่มีศักยภาพเทียบชั้น supercomputer โดยทำงานผสานกับหน้าจอ MBUX Superscreen ที่เชื่อมต่อกันถึง 3 หน้าจอ ประกอบไปด้วยจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว จอกลางขนาด 14 นิ้ว และจอฝั่งผู้โดยสารขนาด 14 นิ้ว

มาพร้อมการแสดงผลแบบ real-time 3D (Unity Engine) และผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ด้วยระบบ MBUX Virtual Assistance ที่สามารถสื่อสารโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีการร่วมมือกับ Google และ Microsoft ทำให้สามารถรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันระดับโลกมากมาย อาทิ ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Teams, Webex, Zoom ฯลฯ
Performance

จากตารางดังกล่าวเห็นชัดเจนแล้วทั้ง 2 รุ่นมีความเด่นด้อยแตกต่างกัน แม้ทั้งคู่มาเป็นสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V โดย MG IM5 ได้เปรียบ Benz CLA ตรงที่ ความจุแบตเตอรี่ แรงม้า แรงบิด อัตราเร่งและความเร็วสูงสุด ที่โดดเด่นกว่า Benz แต่มาพลาดท่าที่ระยะวิ่งไกลเมื่อเทียบกับมาตรฐาน NDEC ด้วยกัน Benz กลับมากกว่าถึง 887 กิโลเมตร แม้ทั้งคู่เป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง

MG IM5 ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไออนแบบ NCM มาพร้อมการชาร์จแบบ DC Fast Charge 10–80% ภายใน 18 นาที กำลังไฟสูงสุด 396 kW และ AC กำลังไฟสูงสุด 11 kW
พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะและระบบรองรับขั้นสูงโหมดขับขี่ 5 แบบ Eco, Comfort, Sport, Custom, Super Eco ดึงไฟสำรองให้วิ่งเพิ่มได้ 80 กิโลเมตร มีระบบ Cooling System ลดความร้อน 15°C ภายใน 30 วินาที
ระบบกู้คืนพลังงาน (Kinetic Energy Recovery System) KERS ได้ถึง 2 ระดับ กับ Vehicle to Load (V2L) เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6.6 kW

Benz CLA มีประสิทธิภาพการชาร์จที่รองรับ DC Charge สูงสุด 320 kW โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง จะสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 325 กิโลเมตร
Safety

ความปลอดภัยทั้งคู่ให้มาในส่วน ADAS ให้เท่าๆกันทั้ง ช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) ช่วยเบรก AEB (Automatic Emergency Braking) เป็นต้นแต่ MG IM5 ให้เหนือตรงที่ ช่วยจอดรถอัจฉริยะ ครอบคลุมทั้ง PDC (Park Distance Control) และ APA (Auto Park Assist) ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ กล้อง และเรดาร์รอบคัน มากถึง 24 ตำแหน่ง
Intelligent Scene Modes เพิ่มเติม Pet Mode ให้สัตว์เลี้ยงรอในห้องโดยสารอย่างเย็นสบาย โดยระบบปรับอากาศยังทำงานปกติในขณะล็อกรถ และ Nap Mode มีการปรับเบาะเอนลงให้ผู้ขับได้รับความผ่อนคลาย สามารถตั้งเวลาในการทำงาน และแจ้งเตือนได้
Pricing

MG IM5 Premium Long Range จำหน่ายในราคา 1,549,900 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน กับ รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

Mercedes-Benz CLA 250+ เปิดราคาเพียง 2,290,000 บาท พร้อมรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน 10 ปี หรือ 250,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) กับ รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
Verdict

ด้วยราคาพิเศษลดโหด 100,000 บาท เหลือ 1,449,900 บาท ยังขยายโปรนี้ถึง 30 เมษายน โดย MG IM5 Premium Long Range เป็นรถอีวีพรีเมียมนำเข้าจากจีนที่ยังน่าสนใจทั้งในเรื่องความใหญ่โตของตัวรถเทคโนโลยีอีวีทันสมัยแม้วิ่งไกลน้อยกว่า Mercedes-Benz CLA 250+ ถึง 27 กิโลเมตร
แต่ได้เปรียบที่มีระบบเลี้ยว 4 ล้อ พร้อมช่วงล่างถุงลมอัตโนมัติ (Intelligent Air Suspension) สามารถปรับสูง-ต่ำได้ 3 ระดับการรับประกันแบตเตอรี่รถและคุณภาพรถให้มากกว่า Mercedes-Benz

ทางด้าน Mercedes-Benz CLA 250+ ตัวรถอาจเล็กแต่เป็นเก๋งที่ให้ความสปอร์ตปราดเปรียวไม่แพ้ MG IM5 แต่ได้เปรียบ MG ตรงที่เป็นรถประกอบในประเทศ ด้วยส่วนต่างห่างกัน 840,100 บาท และเป็นรถอีวีพรีเมียมจาก 2 ทวีป 2 ประเทศ
ทั้งที่ขึ้นอยู่กับรสนิยมความชมชอบที่สำคัญต้องไปทดลองขับเพื่อเป็นการตัดสินใจที่ง่ายขึ้นบางทีอารมณ์และเหตุผลอาจสวนทางกัน ทั้งนี้ต้องคิดรอบคอบสักนิดในการเลือกรถอีวีดีๆสักคันมาเป็นเพื่อนคู่กายตลอดการเดินทาง










