MG IM6 เป็นอีกรุ่นที่ปรับราคาจากมาตการส่งเสริมการใช้รถยนต์อีวีผ่านการมอบเงินอุดหนุนจากกรมสรรพสามิตให้กับผู้ผลิต EV 3.5

MG IM6 ปรับราคาเพิ่มจากเดิมทุกรุ่น 100,000 บาท ภายใต้มาตรการใหม่ EV 3.5 หลังหักส่วนลดผู้จำหน่าย ถึง 31 มกราคม พร้อมข้อเสนอฟรีทุกรายการโดยมีราคาดังนี้
- รุ่น Premium ราคา 1,399,900 บาท
- รุ่น Premium Long Range ราคา 1,599,900 บาท
- รุ่น Performance AWD ราคา 1,799,900 บาท
พร้อมข้อเสนอพิเศษ
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี มูลค่า 36,000 บาท
- ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด มูลค่า 25,000 บาท
- ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER มูลค่า 13,500 บาท
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนระดับพรีเมียมนาน 5 ปี มูลค่า 12,500 บาท
- ฟรี ค่าบริการระบบปฏิบัติการ i-SMART 5 ปี มูลค่า 7,450 บาท
- ฟรี ค่าบริการจดทะเบียน แผ่นกรอบป้ายทะเบียน และชุดพรมปูพื้น มูลค่ารวม 8,385 บาท
- ฟรี บริการพิเศษ PREMIUM FAST LANE สำหรับลูกค้า MG IM6 โดยเฉพาะ
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนนาน 5 ปี มูลค่า 7,500 บาท
- รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน
- รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
รถพรีเมียมอีวีอัจฉริยะ (Premium Intelligent e-SUV) ที่ได้รับการยอมรับในฐานะ “The First-ever Premium Intelligent e-SUV” โดดเด่นด้วยความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย และพื้นที่ภายใน ที่กว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า

ภายในเรียบง่าย
มีจอลอยตัวขนาดใหญ่แบบ Intelligent Immersive Touch Screens 2 จอขนาดใหญ่ ประกอบด้วย หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว สำหรับควบคุมส่วนต่างๆภายในรถ
เชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android แบบไร้สาย ระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ระบบลำโพงรอบทิศทาง 20 จุด ประกอบด้วย ลำโพงรอบทิศทาง 16 จุด และลำโพงบริเวณหลังคา 4 จุด
Interactive Ambient Light ที่สามารถเปลี่ยนได้ 256 เฉดสี กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down กระจกมองหลังแบบ Streaming Media Rearview Mirror ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ให้ความนุ่มนวลและสบายในทุกที่นั่งด้วยเบาะนั่ง POPO Sofa ทรงขนมปัง พร้อมสัมผัสพรีเมี่ยมโดยหุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าเป็นแบบระบายความร้อน พร้อมระบบนวดสำหรับผู้ขับขี่
เบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้ 60:40 พื้นที่สัมภาระด้านท้ายมีความจุ 596 ลิตร และ 1,640 ลิตรกรณีพับเบาะพร้อมที่เก็บสัมภาระเพิ่มเติมที่ท้ายรถได้อีก 69 ลิตรและเบาะนั่งหน้าฝั่งคนนั่งปรับไฟฟ้าเอนเบาะได้สุด 121 องศาและพนักพิงเบาะนั่งหลังเพิ่มมุมอีก 19-37 องศา

ขุมพลังจากสถาปัตยกรรม 400-800V
เริ่มที่รุ่น Premium มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้พละกำลังสูงสุด 295 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.9 วินาที แบตเตอรี่ขนาดความจุ 75 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 400 โวลต์ สามารถวิ่งได้ระยะทาง 550 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)
รุ่น Long Range RWD วิ่งไกลสูงถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) ใช้ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน NCM ขนาด 100 kWh เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้พละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ชาร์จไวทันใจด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และลดความกังวลในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของคนไทยด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 10-80% เพียง 18 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 11 kW
ส่วนรุ่น Performance AWD เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อให้พละกำลังสูงสุด 787 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 802 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ด้านหน้า 272 แรงม้า มอเตอร์ด้านหลัง 515 แรงม้า อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.48 วินาที ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่ขนาดความจุ 100 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875 โวลต์ สามารถวิ่งได้ระยะทาง 634 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)
ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10-80% ใช้เวลาน้อยกว่า 20 นาที ด้วยแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW
มีโหมดการขับขี่ 6 โหมด ได้แก่ Eco/Comfort/Sport/Snow/Custom และ Super Eco ซึ่งจะดึงไฟสำรองจากแบตเตอรี่มาใช้อีก 80 กิโลเมตร สำหรับในยามฉุกเฉิน
มีระบบ Cooling system เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่สามารถระบายความร้อนได้ 15 องศาเซลเซียส ภายในเวลาเพียง 30 วินาที พร้อม ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 2 ระดับ และ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6.6 kW

รัศมีวงเลี้ยว 5.09 เมตร ทำให้ขับเลี้ยวและเข้าออกในพื้นที่แคบได้อย่างง่ายดาย ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน จาก Continental ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone พร้อมระบบถุงลม และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์พร้อมระบบถุงลมสำหรับรุ่น Performance AWD
ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System) ทำให้การเปลี่ยนเลน มีเสถียรภาพแม้ในช่วงความเร็วสูง รวมถึงทำให้การกลับรถในที่แคบได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
พร้อมช่วงล่างถุงลมอัตโนมัติ (Intelligent Air Suspension) สามารถปรับสูง-ต่ำได้ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับความสูงปกติ (Standard) ปรับเตี้ยลง 5 เซนติเมตร และปรับสูงขึ้น 2 เซนติเมตร พร้อมปรับการทำงานอัตโนมัติตามรูปแบบการขับขี่
มั่นใจในทุกเส้นทางกับเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยด้วย ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย มอบความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM

MG IM6 จากแบรนด์ IM Motors แบรนด์ที่มาจากการร่วมทุนของ SAIC Motor, Alibaba และ Shanghai Zhangjiang Hi-Tech Park Development โดยมีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่
- สีชมพู Ferdinand Pink
- สีขาว Raphael Beige
- สีดำ Ares Black
- สีเทา Rembrandt Grey
- สีฟ้า Nevis Blue










