นอกจาก MG4 EV URBAN ทาง MG เปิดตัวลุคใหม่ปรับใหม่ MG4 EV รุ่นปี 2026 กับภายในใหม่ทุกจุดปรับภาพลักษณ์ให้เท่

หล่อด้วย AVANT-GARDE INDUCTIVE DESIGN
MG4 EV MY2026 ปรับเล็กน้อยเริ่มที่สีหลังคารถมีทั้งสีเดียวกับตัวรถในรุ่น Premium Long Range และหลังคารถสีดำในรุ่น Premium Extended Range พร้อมสปอยเลอร์หลังใหม่ไม่มีช่องเว้าคู่ TWIN ARROW WING มาเป็นไม่มีรูอีกต่อไป และ ล้ออัลลอย TWIN ARROW WING กับฝาครอบล้อลายใหม่ AERO WHEEL COVER ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/45R18
นอกนั้นคงเดิมทั้งไฟหน้าดีไซน์หกเหลี่ยม LED GALAXY TECHNOLOGY MATRIX HEADLIGHTS พร้อมไฟ DRL แบบ LED กระจังหน้า ดีไซน์ ‘shark-nosed’ เส้นแนวตั้ง 2 เส้น Fins รวมอยู่ด้วยมาพร้อม Adaptive Grille ที่สามารถปรับองศาให้สอดคล้องกับความเร็วได้โดยรวมด้านหน้ามาในแบบรูปตัว X
ไฟท้าย LED ลาย CGYNUS SYMBOL DECORATIVE LIGHT พร้อมไฟ Position กันชนหลังทรงสปอร์ต มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง จากแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM
- ความยาว 4,287 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,836 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,516 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,765-1,810 กิโลกรัม
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 117 มิลลิเมตร
ภายในใหม่

เริ่มที่มาตรวัดความเร็วจอสีดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว และจอสัมผัสระบบความบันเทิงมาเป็นขนาดใหญ่ขึ้น 12.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple Car Play และ Android Auto คันเกียร์เป็นปุ่มหมุนในคอนโซลกลาง
พร้อมลำโพง 6 จุด กับ ที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 15W Wireless Charging พร้อมระบบปฏิบัติการ i-SMART 3.0 แผงคอนโซลหน้าทรงเดิมหุ้มหนังสัมผัส ช่องเสียบ USB-C 2 จุดหน้า และ 1 จุดหลัง

พวงมาลัย 3 ก้านทรงท้ายตัด D-shape มีช่องแอร์เชื่อมต่อกับชุดคอนโซลหน้าอย่างลงตัวเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีกรองอากาศ PM 2.5 กระจกมองหลังตัดแสงแบบอัตโนมัติ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อมปุ่ม Push Start เบรกมือไฟฟ้า และ Auto Hold


เบาะนั่งหนังสังเคราะห์มาแบบเจาะรูและเพิ่มเป่าลมเย็นคู่หน้ามาให้ ปรับด้วยไฟฟ้าด้านคนขับปรับ 6 ทิศทางและด้านคนนั่งปรับธรรมดา 4 ทิศทาง เบาะหลังพับได้ 60/40 พร้อมที่วางแขนติดตั้งที่วางแก้ว มีพื้นที่การขนของมากถึง 1,164 ลิตรกรณีพับเบาะและถ้าไม่พับเบาะมีพื้นที่ 388 ลิตร
ขุมพลังไฟฟ้า 3 ทางเลือก

ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง มีกัน 2 รุ่นเริ่มที่รุ่น Premium Long Range ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ 64 kWh แบบ LFP (Lithium Iron Phosphate) วิ่งไกลสุด 452 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) หรือ 532 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge DC กระแสตรงชาร์จไฟฟ้าจาก 10%–80% ใช้เวลาประมาณ 25 นาที รองรับการชาร์จสูงสุด 150 kWh ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge AC กระแสสลับ 10%–100% ใช้เวลาประมาณ 10.5 ชั่วโมง รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW

รุ่น Premium Extended Range ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ 77 kWh แบบ NCM (Nickel Cobalt Manganese) วิ่งไกลสุด 545 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) หรือ 641 กิโลเมตร (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge DC กระแสตรงชาร์จไฟฟ้าจาก 10%–80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที รองรับการชาร์จสูงสุด 150 kWh ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge AC กระแสสลับ 10%–100% ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW

รุ่น XPOWER จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน NCM (Nickel Cobalt Manganese) 64 kWh ความจุแบตเตอรี่ที่ใช้งานจริง 61.7 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้าให้กำลัง 204 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังให้กำลัง 231 แรงม้า
เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ารวม 435 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จ 480 กิโลเมตร (NEDC) หรือ 405 กิโลเมตร (WLTP) ชาร์จสองรูปแบบทั้งชาร์จข้ากระแสสลับ AC Type 2 กำลังไฟสูงสุด 7 kW จาก 10-100% ทำได้ 10.5 ชั่วโมง ชาร์จเร็วกระแสตรง DC CCS2 สองรูปแบบตั้งแต่กำลังไฟสูงสุด 150 kW จาก 10-80% ทำได้ 30 นาที

มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, CUSTOM และ SNOW คู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ในขณะชะลอรถ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง และแบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE)
ชุดแบตเตอรี่มาพร้อมเทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY จัดเรียงเซลล์แบบแนวนอน ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีด้วยระบบ LIQUID COOLING SYSTEM ตามมาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น ง่าย สะดวกสบาย รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ช่วยขับขี่อัจฉริยะ Advanced Driver–Assistance Systems (ADAS)

- ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมตรวจจับคนเดินถนนและจักรยาน AEB (Autonomous Emergency Brake with Pedestrian and Bicycle Detection)
- ช่วยควบคุมรถยนต์ให้ขับเคลื่อนอยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ELK (Emergency Lane Keeping)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
- ช่วยจำกัดความเร็วอัจฉริยะ SAS (Intelligent Speed Limit Assist)
- จดจำป้ายจราจร TSR (Traffic Sign Recognition)
- เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High Beam Assist)
- ตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
- เตือนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning)
- เตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)
- ช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- เบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง RCTB (Rear Cross Traffic Brake)
- ช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 จุดทั้งคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และตรงกลางเบาะนั่งคนขับ
กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) ในรุ่นรองท็อปและรุ่นท็อป พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหน้า-หลัง กุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) สัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal) ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
MG4 EV MY2026 เปิดขาย 3 รุ่นย่อยทั้งรุ่น Premium Long Range, Premium Extended Range และ X POWER เริ่มต้น £29,995-£33,995 หรือราว 1,275,000-1,444,000 บาท ส่วนเมืองไทยจะได้ใช้ภายในใหม่หรือไม่ต้องติดตาม
ที่มา MG UK











