ตลาดรถใหม่เมืองไทยช่วงปี 2025 ไม่สดใสตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปีแต่ปลายปีสัญญาณดีเป็นบวกแม้มีมรสุมหลากหลายรุมเร้า

ยอดขายรถใหม่เมืองไทยสะสม 11 เดือนของปี 2025 ทำได้ 546,045 คัน เติบโต 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 212,569 คัน เพิ่มขึ้น 4.5 % ในขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขาย 333,476 คัน เพิ่มขึ้น 5.8% และรถกระบะขนาด 1 ตัน รวม PPV ยอดขายทั้งหมด 167,308 คัน ลดลง 7.7%
เดือนพฤศจิกายนทำได้ 51,044 คัน ลดลง 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 19,174 คัน เพิ่มขึ้น 6.5% ในขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขาย 31,870 คัน เพิ่มขึ้น 31.1% และรถกระบะขนาด 1 ตันรวม PPV มียอดขาย 15,526 คัน เพิ่มขึ้น 5.5% และรถยนต์ในกลุ่ม HEV มียอดขาย 11,594 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกับในปีที่ผ่านมา 4% ของตลาด xEV ทั้งหมด
อานิสงส์ยอดจองของงาน Motor Expo 2025 ตัวเลขยอดจองรวม 80,509 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28.9% แบ่งเป็นยอดจองรถยนต์ 42 แบรนด์ 9 ประเทศ ยอดจอง 75,246 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 38.0% และ ยอดจองรถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ 5,263 คัน ลดลงจากปีที่แล้ว 34%
ปัญหาในประเทศที่ลากมาตั้งแต่ปี 2025 ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ ราคาพืชผลการเกษตร งานจากภาครัฐ การมาของรถยนต์ไฟฟ้าสงครามลดแลกแจกแถม ความเข้มงวดของเหล่าสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อยากขึ้นเพราะหนี้ครัวเรือนสูง รวมถึงปัจจัยภายนอกและเศรษฐกิจโลกผันผวนจะทำให้ยอดขายรถทั้งปี 2026 ถึง 600,000 คัน
สำหรับปี 2026 หรือปีม้า ค่ายรถยนต์หลากหลายประเทศสั่งลุยส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างเต็มรูปแบบทั้งรถยนต์สันดาป รถยนต์ลูกผสม และรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเริ่มแนะนำรุ่นประกอบในประเทศตามนโยบายภาครัฐ และแบรนด์ใหม่ๆที่จะเข้ามาช่วยผลักดันให้ยอดขายรุ่งโรจน์ฟื้นจากความซบเซาเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา
รวมถึงภาษีสรรพสามิตที่คิดตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แทนขนาดความจุกระบอกสูบหรือ CC เพื่อตอบทุกความต้องการทาง Car2Day จึงรวบรวมและคาดการณ์รถใหม่ที่จะเปิดตัวตลอดปี 2026 เริ่มด้วย
BMW: iX3
เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายที่ใช้แพลตฟอร์ม NEUE KLASSE (NEW CLASS) มาใช้ใน BMW iX3 เจเนอเรชันที่ 2 ในรหัส NA5 ในรุ่น iX3 50 xDrive อาจมาโชว์ในงาน
มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าเวอร์ชันใหม่ eDrive เจเนอเรชันที่ 6 ประกอบด้วยแบตเตอรี่แรงดันสูงพร้อมด้วยเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุดมีความจุ 108.7 kWh ผสมผสานกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ EESM Drive System/ASM Technology เมื่อทำงานร่วมกันได้พลังสูงสุด 469 แรงม้า แรงบิด 645 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.9 วินาที มอบระยะวิ่งสูงสุดถึง 679-805 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP หรือ 799-947 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 1 Speed
จากสถาปัตยกรรม 800 V มาพร้อมการชาร์จไฟที่สมบูรณ์แบบทั้งแบบ DC กระแสตรง และ AC กระแสสลับเริ่มที่ชาร์จไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC) สูงสุดได้ที่ 400 kW ใช้เวลาประมาณ 21 นาที ในการชาร์จไฟจาก 10–80% โดยชาร์จ 10 นาที วิ่งได้ 372 กิโลเมตร หรือ 438 กิโลเมตร (NEDC)
และกระแสสลับ AC สูงสุดได้ที่ 22 kW ใช้เวลาประมาณ 5.45 ชั่วโมง ในการชาร์จไฟจาก 0-100% และ 11 kW ภายใน 11 ชั่วโมง รองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกทั้ง Vehicle-to-Load (V2L) แบบ AC สูงสุด 3.7 kW, Vehicle-to-Home (V2H) และ Vehicle-to-Grid (V2G) แบบ DC สูงสุด 11 kW

CHANGAN: DEEPAL S03
DEEPAL S03 ขายพวงมาลัยขวาที่แรกของโลกที่ไทยกับอีวีเล็กรุ่นใหม่ของค่ายออกมาท้าชนกับ JAECOO 5 EV นำพื้นฐานของ NEVO Q05 เปลี่ยนตรามาเป็น DEEPAL ด้วยตัวรถมาในร่างเอสยูวีซับคอมแพ็กยาว 4.4 เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 190 นิวตันเมตร พร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP 2 ขนาด 40.3 และ 51.9 kWh
วิ่งไกลสุด 405 และ 506 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 391 และ 488 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และชาร์จเร็ว 3C เพียง 15 นาที วิ่งได้สูงสุด 120 กิโลเมตร โดยรุ่นนี้ประกอบในประเทศ ตามนโยบาย EV 3.5 และนโยบายของค่ายตั้งแต่ปีกลายว่าอีก3 ปีข้างหน้า มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่อีกมากกว่า 7 โมเดลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
CHERY: CHERY TIGGO 8 CSH, CHERY TIGGO Cross
การกลับมาของแบรนด์แม่ของ OMODA&JAECOO อย่าง CHERY ประสบความสำเร็จกับรุ่นแรก CHERY V23 และปีนี้ถ้าลงตัวจะได้เห็นราคาอย่างเป็นทางการของ CHERY TIGGO 8 CSH และรุ่นอื่นทั้ง CHERY TIGGO 7 CSH และ CHERY TIGGO Cross เริ่มที่
2 รุ่นจากตระกูล CHERY TIGGO ทั้ง CHERY TIGGO 8 CSH มาพร้อมระบบขับเคลื่อน CHERY Super Hybrid (CSH)จาก เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบและมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ให้กำลังสุงสุด 143 แรงม้า แรงบิด 215 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) 18.4 kWh
ที่มีด้วยกัน 2 ทางเลือกกับรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 95 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC)
และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยขุมพลังเดียวกันพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลัง 358 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 78 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ในเวลา 6.8 นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 1-speed DHT Dedicated Hybrid Transmission
วิ่งไกลในระบบปลั๊กอินไฮบริด (น้ำมันและไฟฟ้าทั้งระบบ) สูงสุด 1,200 กิโลเมตร (NEDC) สามารถชาร์จได้ทั้งชาร์จ กระแสตรง DC 30-80% กำลัง 40 kW ภายใน 20 นาที และ ชาร์จกระแสสลับ AC กำลัง 6.6 kW เต็ม 8.5 ชั่วโมง คาดราคาจำหน่ายเริ่มต้น 9xx,000 บาท ขาย 2 รุ่นย่อยทั้งรุ่น ESTEEM 2WD และ ELITE 4WD
ส่วน CHERY TIGGO 7 CSH เอสยูวีย่อส่วนจากรุ่น TIGGO 8 CSH แบบ 5 ที่นั่งพกขุมพลังเดียวกันแต่ให้กำลังรวมสูงสุด 347 แรงม้า แรงบิด 525 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 93 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) และวิ่งไกลทั้งระบบ 1,200 กิโลเมตร
CHERY TIGGO Cross เอสยูวีเล็กมาแปลกกว่ารุ่นอื่นด้วยพลังฟูลไฮบริด 1.5 ลิตร 102 แรงม้า แรงบิด 125 นิวตันเมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1.837 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังมากสุด 190 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 10.8 วินาที
DENZA: B5

โกลบอลโมเดลลำดับที่ 2 ต่อจาก DENZA D9 กับเอสยูวีพื้นฐาน BAO 5 จาก FANGCHENNGBAO เปลี่ยนตราเปลี่ยนสไตล์มาเป็น DENZA แบบ 5 ที่นั่งทรงกล่องพกพลัง Plug In Hybrid ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิด 273 นิวตันเมตร บวกกับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ Permanent magnet synchronous แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 31.8 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 687 แรงม้า แรงบิด 760 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ภายใน 4.8 วินาที
วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 100 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 118 กิโลเมตร (NEDC) และชาร์จหนึ่งครั้งและเติมน้ำมัน 1 ถัง วิ่งได้ไกล 1,020 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,200 กิโลเมตร (NEDC) พร้อมขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่มี 4L พร้อมโหมดการขับขี่ปกติทั้ง Eco Normal และ Sport และโหมดทางลุย Off Road Terrain 7 โหมดทั้ง MUD, Sand, Rock, Mountain, Wading และ Intelligent และ กำลังการชาร์จสูงสุด AC 7 kW และ DC สูงสุด 100 kW รองรับฟังก์ชัน V2L

FORD: Ranger Super Duty
ในงาน Motor Show 2025 พบกับ Ford Ranger Super Duty กระบะขับสี่สายดุ Wide Body คล้าย Raptor อย่างแน่นอนพร้อมราคาจำหน่าย เฉพาะรุ่น 4 ประตู และตอนเดียวเปิดท้าย 3 ด้าน
เน้นโหดดุอย่างแท้จริง ด้วยพลังเป็นดีเซล V6 เทอร์โบเดี่ยว ในรหัส BF2S ขนาด 3.0 ลิตร Power Stroke แต่มีการปรับกำลังลงจากเดิม 250 แรงม้า กลายเป็น 209 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตรจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 e-Shifter
พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (2H,4H,4L และ 4A) ที่มาพร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์แบบ 2 จังหวะ (On-Demand Two-Speed Electromechanical transfer case–EMTC)

GEELY: STARRAY EM-i
GEELY STARRAY EM-i พื้นฐานเดียวกับเวอร์ชันอีวี เพียงแต่ใส่เครื่องยนต์ ลดขนาดแบต และมอเตอร์ลงสำหรับสาวกที่ยังไม่พร้อมที่จะคบอีวีล้วนบนพื้นฐานเบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 99 แรงม้า แรงบิด 125 นิวตันเมตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 262 นิวตันเมตรพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ความจุ 18.4 kWh เมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้ารวม 262 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วนทำได้ 83 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 98 กิโลเมตร (NEDC) แถมยังให้ระยะทางรวมต่อการชาร์จและการเติมน้ำมัน 1 ถัง 943 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,109 กิโลเมตร (NEDC) อัตราสิ้นเปลืองทำได้ 41.67 กิโลเมตรต่อลิตร (WLTP) ชาร์จได้ทั้ง DC รองรับกำลังการชาร์จสูงสุด 30 kW 30-80% ภายใน 20 นาทีและชาร์จ AC 6.6 kW ได้
มีฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load) 3.3 kW สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ รวมทั้งยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่รถยนต์ไฟฟ้าคันอื่น

GWM: GWM ORA 5, GWM ORA 07 Touring, GWM TANK 300 Hi4
ค่าย GWM พร้อมลุยตลาดปีม้าด้วยรถใหม่คาดเปิดกันถึง 5 รุ่น แต่ที่แน่ๆมีกัน 3 รุ่นเริ่มที่ GWM ORA 5 น้องเหมียวยกสูงด้วยความยาวตัวรถเพิ่มจากเดิม 229 มิลลิเมตร ฐานล้อเพิ่มขึ้น 70 มิลลิเมตร พร้อมพลังอีวีด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 45.3 และ 58.3 kWh พร้อมระยะ CLTC ที่ 480 และ 580 กิโลเมตร หรือราว 463 และ 560 กิโลเมตร (NEDC) ให้ความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร ชาร์จได้ทั้ง AC สูงสุด 6.6 kW ภายใน 8.5 และ 10.5 ชั่วโมง และ DC 30-80% ภายใน 20 นาที

มี GWM ORA 07 Touring ทางเลือกใหม่ของตระกูล 07 ที่เป็นทางเลือกใหม่เอาใจครอบครัวที่ชอบใช้รถในกิจกรรมสันทนาการช่วงวันหยุดด้วยหน้าตาผ่าครึ่งคันหน้าเวอร์ชันเก๋งดีไซน์ต่อเนื่องผสมผสานความเป็นรถทรงกล่องและทรงสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันด้วยพลังอีวีขับเคลื่อนล้อหน้า 204 แรงม้า วิ่งไกล 640 กิโลเมตร (NEDC) และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 408 แรงม้า วิ่งไกล 550 กิโลเมตร (NEDC)

และ GWM TANK 300 Hi4 ทรงกล่องตัวดุพกพลังปลั๊กอินไฮบริดด้วยเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 245 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า P2 กำลังสูงสุด 164 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกันกับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 37.1 kWh โดยเมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร รองรับการลากจูงสูงสุด 3,000 กิโลกรัมด้วยการพ่วงลาก และ 750 กิโลกรัมกับการลากจูงทั่วไป คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด Electronic Shifter
วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จในโหมดไฟฟ้าล้วน 105 กิโลเมตร และวิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าและเครื่องยนต์ทำงาน 860 กิโลเมตร สามารถชาร์จได้ทั้งแบบกระแสตรง DC 30-80% ภายใน 24 นาทีและยังชาร์จกระแสสลับ AC ได้ ประหยัดถึง 12 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐาน WLTC รองรับ V2L (Vehicle-to-load) ถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ รองรับการจ่ายโหลดสูงสุด 3.3 kW

Honda: STEP WGN e:HEV, HR-V e:HEV MY26, CIVIC MY26, CITY MY26
ประเดิมรถใหม่ปีนี้ด้วย Honda STEP WGN e:HEV เจเนอเรชันที่ 6 เอ็มพีวี 3 แถว 7 ที่นั่งพลังฟูลไฮบริดนำเข้าจากญี่ปุ่นให้กำลังรวม 184 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร โดยเปิดราคาในรุ่น SPADA ประมาณการอยู่ที่ 1,7XX,XXX บาท และอาจได้เห็นการปรับออปชันของรุ่นที่ขายในปัจจุบันอย่าง Honda CIVIC, Honda CITY และ Honda HR-V e:HEV
ด้วยการเพิ่มระบบความปลอดภัยทั้ง ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) และระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)
ส่วน HR-V และ CITY อาจได้ Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว โดยติดตั้งครั้งแรกอย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายเช่น YouTube Music, Spotify เข้ามา

Hyundai: STARIA Facelift
จับตาที่โรงงานมาเลเซียจะเริ่มประกอบ STARIA ส่งมาขายในไทยหรือถ้ามาจะทำให้ราคาถูกลงกว่านำเข้าจากเกาหลีหรือไม่และจะได้หน้าใหม่แบบเดียวกับเกาหลีหรือไม่และขุมพลังจะมีดีเซล 2.2 และฟูลไฮบริด 1.6 ตามเพื่อนบ้านอย่าง KIA CARNIVAL หรือไม่ต้องติดตาม

ISUZU: D-MAX x MU-X New Engine 2.8, D-MAX EV
เนื่องด้วยภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เน้นค่า CO2 แทนซีซี ทำให้ ISUZU ต้องรีบปรับตัวและด้วยเครื่องยนต์ตระกูล 4J อย่าง 4JJ3-TCX 3.0 ที่การพัฒนาอาจสุดทางแล้วจึงจำเป็นต้องมีขุมพลังใหม่มาทดแทนและอาจเป็นไปได้ว่าปลายปีนี้อาจได้พบกับขุมพลัง RZ ขนาด 2.8 มาประจำการทั้ง D-MAX และ MU-X
โดย ISUZU D-MAX ยังใช้หน้าเดิมที่เคยไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 4 ในรอบ 7 ปีและ MU-X ที่อาจปรับหน้าอีกสักครั้งและลุ้นกันว่า ISUZU D-MAX EV ปิกอัพอีวีที่ขายนอร์เวย์ กับอังกฤษ นั้น จะมาเซอร์ไพรส์ เปิดโชว์และรับจองในงานด้วยหรือไม่? กับขุมพลังด้วยชุดมอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ Full Time และเฟืองท้ายภายใต้ “eAxle” พัฒนาขึ้นใหม่ ทำงานร่วมกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แรงม้ารวมสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดรวม 325 นิวตันเมตร
วิ่งไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้งแบบ City Mode 361 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 425 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกล 263 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 309 กิโลเมตร (NEDC) ให้ความเร็วสูงสุดมากกว่า 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 66.9 kWh อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรทำได้ 10.1 วินาที
KIA: CARNIVAL 2.2 D Facelift
ลุ้นกันว่าที่โรงงานมาเลเซียจะยังเปิดไลน์หน้าใหม่ของเอ็มพีวียอดนิยมอย่าง KIA CARNIVAL รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตรสบายแบบ 7 ที่นั่งและ 11 ที่นั่ง
LEAPMOTOR: C16/T03
LEAPMOTOR เตรียมเดินหน้าส่งรถใหม่อย่างต่อเนื่อง ถึง 2 รุ่นจับตา 2 รุ่นใหม่จะมาไทยภายในปีนี้หรือไม่ประเดิมด้วย LEAPMOTOR C16
LEAPMOTOR C16 เอสยูวีหรูรุ่นใหญ่พื้นฐาน LEAPMOTOR C10 ขยายความยาวรองรับความสบายแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง 2+2+2 ตัวรถใหญ่โตสมฐานะกับขุมพลังไฟฟ้าล้วนแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังรหัส TZ220XY008 พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 67.7 kWh เป็นแบต LFP จาก Zenergy ให้กำลัง 292 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 520 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 502 กิโลเมตร
ให้ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม Silicon Carbide แรงดันสูง 800V ชาร์จ DC จาก 30%–80% ใช้เวลาเพียง 15 นาที ชาร์จ AC 30%–80% ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.37 วินาที
และขุมพลัง EREV มาพร้อมพลังเบนซิน รหัส H15R 1.5 ลิตรให้กำลัง 95 แรงม้าในการปั่นไฟ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 28.4 kWh จาก CALB ใช้ในการขับเคลื่อน เมื่อทำงานร่วมกันสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร
วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้า 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC หรือ 193 กิโลเมตร (NEDC) และชาร์จหนึ่งครั้งกับน้ำมัน 1 ถัง วิ่งไกลสุด 1,095 กิโลเมตร ประหยัดน้ำมัน 16.16 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.46 วินาที
ชาร์จ AC 30%–80% ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงและชาร์จ DC จาก 30%–80% ใช้เวลาเพียง 30 นาที ทั้ง 2 ความแรงคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single speed Gearbox พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง Easy/Sport/Custom และความปลอดภัย ADAS
และ LEAPMOTOR T03 ซิตี้คาร์ทรงกล่อง 5 ประตูประกอบที่โรงงาน Tychy ของ STELLANTIS ประเทศโปแลนด์ตัวรถขนาดที่เล็กกะทัดรัดเริ่มที่ความยาว 3,620 มิลลิเมตร กว้าง 1,652 มิลลิเมตร สูง 1,577 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,400 มิลลิเมตร
ภายในออกแบบเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ตั้งแต่แผงคอนโซลหน้ากับมาตรวัดความเร็วดิจิทัล TFT ขนาด 8 นิ้ว อยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว คอนโซลกลางมีเพียงช่องเสียบ USB และ ช่อง Power Outlet และที่วางแก้วน้ำ มาพร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ พื้นที่สัมภาระด้านท้าย 508 ลิตร
มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 158 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 37.3 kWh ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 265 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 312 กิโลเมตร (NEDC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 10–80% ในเวลา 36 นาที และความปลอดภัยด้วย ADAS

MAZDA: 6e
Global Product บุกตลาดทั่วโลกนอกรวมถึงไทยนั่นคือ Mazda 6e ครั้งนี้เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ด้วยขุมไฟฟ้าล้วนขับเคลื่อนล้อหลังแบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวและแบตเตอรี่ Lithium Ternary (NMC) พร้อมระบบการจัดการแบตเตอรี่ดิจิทัลแบบ iBC (iBC Digital Battery Management)
ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 77.9 kWh ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 654 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จกระแสตรง DC 30-80% กำลังชาร์จสูงสุด 200 kW ได้ในเวลา 15 นาที ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 11 kW ในเวลา 9.30 ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่ำกว่า 8 วินาที
มาพร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง ECO, COMFORT, SPORT, CUSTOMIZE มาพร้อมรองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามีระบบการคืนพลังงาน Regenerative Brake ชะลอความเร็วแบบนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ
MERCEDES-BENZ: GLC with EQ Technology
ปีนี้ได้เห็น Mercedes-Benz GLC 400 4MATIC with EQ Technology มาแทน Mercedes-Benz EQC with EQ Technology โดยใช้แพลตฟอร์มใหม่หมดจากสถาปัตยกรรม MB.EA เพื่อรถอีวีโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับพื้นฐานรุ่น GLC แพลตฟอร์ม MRA2 มาโชว์
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ตอบโจทย์ในทุกมิติ ทั้งในด้านสมรรถนะอันทรงพลังที่ให้กำลังสูงสุด 490 แรงม้า รวมถึงการติดตั้งแบตเตอรี่ Lithium-ion 800V ขนาด 94 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 713 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP หรือ 839 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.3 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มีประสิทธิภาพการชาร์จที่รองรับ DC Charge สูงสุด 330 kW ภายใน 22 นาที โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง จะสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร และ AC 11-22 kW รองรับการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่รถไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า Vehicle-to-Load (V2L) ไปยังบ้าน Vehicle-to-Home (V2H) และโครงข่ายสาธารณะ Vehicle-to-Grid (V2G)

MG: IM5
ค่ายนี้ฮิตไม่เลิกกับการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบไม่จำกัดระยะทางสำหรับรถอีวีทุกรุ่นของค่ายและครั้งนี้มีรุ่นใหม่ขายจริงกับสาขาสองของ MG IM6 เวอร์ชันซีดานในชื่อ MG IM5 พกสมรรถนะขับเคลื่อน EV มีให้เลือก 3 รุ่น
รุ่น Premium RWD (400V LFP, 75kWh กำลังสูงสุด: 295 แรงม้า / แรงบิด 450 นิวตันเมตร 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง: 6.8 วินาที ระยะทาง: 550 กิโลเมตร (NEDC) / 490 กิโลเมตร (WLTP) DC Fast Charge: 30–80% ใน < 20 นาที
รุ่น Platinum RWD (800V NCM, 100kWh) กำลังสูงสุด: 408 แรงม้า / แรงบิด 500 นิวตันเมตร 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง: 4.9 วินาที ระยะทาง: 755 กิโลเมตร (NEDC) / 655 กิโลเมตร (WLTP)
รุ่น Performance AWD (800V, 100kWh) กำลังรวม: 778 แรงม้า / แรงบิด 802 นิวตันเมตร 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง : 3.2 วินาที ระยะทาง: 625 กิโลเมตร (NEDC) / 575 กิโลเมตร (WLTP) DC Fast Charge: 30–80% ใน < 15.2 นาที

MITSUBISHI: PAJERO
ประเทศไทยคือที่แรกของโลกเปิดตัว MITSUBISHI PAJERO เอสยูวีทรงกล่องเจนที่ 5 พื้นฐาน Mitsubishi Triton โดยตัวรถสร้างจากแชสซีส์ขั้นบันได Ladder-Frame ตัวรถเกือบจะเหมือนกับ Pajero เจนที่แล้วโดยมีความยาวเท่ากัน แต่แคบกว่า 25 มิลลิเมตร และสูงกว่า 50 มิลลิเมตร
ขุมพลังเป็นดีเซลเทอร์โบคู่ไฮเปอร์เพาเวอร์ (Twin Turbo Hyper Power Engine) ขนาด 2.4 ลิตร 4N16 High Power ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Sport มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Super Select 4WD II พร้อมโหมดการขับขี่ 7 โหมดทั้ง NORMAL, ECO, POWER, SAND, GRAVEL, SNOW และ MUD

NIO: FIREFLY, ONVO
แบรนด์น้องใหม่ NIO ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในทุกเซกเมนต์อย่างแท้จริงโดยได้ผู้จำหน่ายรายใหม่อย่างกลุ่มธนบุรีมาพร้อมแบรนดื ONVO NIO และ FIREFLY
เริ่มจาก FIREFLY น้องหิ่งห้อยร่างทรงกล่อง 5 ประตูแฮทช์แบ็ก ภายในที่ครบครันและให้ความสบายพร้อมขุมพลังไฟฟ้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้าแรงบิด 200 นิวตันเมตร มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 41.2 kWh วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง 330 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 388 กิโลเมตร (NEDC)
ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.2 วินาที ชาร์จได้ทั้ง AC 11 kW และ DC 100 kW โดยชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ผลิตโดย SUNWODA รองรับ V2L (Vehicle-to-load) กำลังไฟ 3.68 kW ให้คุณชาร์จอุปกรณ์ต่างๆได้ รวมถึงโหมด One-Pedal

รวมถึงแบรนด์ ONVO ที่มีทั้ง ONVO L60 และ ONVO L90 อาจมาไทยด้วย ONVO L60 เอสยูวีทรงสปอร์ต ไซซ์กลางท้าชน TESLA Model Y พร้อมขุมพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออนขนาด 60 kWh แบบ FinDreams LFP จาก BYD และความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออนขนาด 85 kWh แบบ NMC จาก CALB มีกันหลายทางเลือกทั้ง
รุ่น RWD ทั้ง Standard Range, Long Range เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวรุ่น TZ188S001 ขับเคลื่อนล้อหลังสร้างแรงม้าสูงสุด 326 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.9 วินาทีการชาร์จ DC 10-80% ภายใน 25 นาทีและชาร์จ AC ได้ ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
วิ่งไกลสุด 555 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC หรือ 535 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ในรุ่น Standard Range 60 RWD และรุ่น Long Range 85 RWD วิ่งไกลสุด 730 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC หรือ 704 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC

รุ่น AWD ทั้ง Standard Range, Long Range มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อแรงม้าสูงสุด 326 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตรสำหรับล้อหลังส่วนมอเตอร์ล้อหน้า YS198S001 ให้กำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 135 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้าสูงสุด 462 แรงม้า แรงยิด 440 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.6 วินาทีการชาร์จ DC 10-80% ภายใน 20 นาทีและชาร์จ AC ได้ ให้ความเร็วสูงสุด 203 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
วิ่งไกลสุด 525 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC หรือ 506 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ในรุ่น Standard Range 60 AWD และวิ่งไกลสุด 700 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC หรือ 675 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ในรุ่น Long Range 85 AWD

NISSAN: ELGRAND e-Power, KICKS e-Power Facelift, Navara Big Minor Change
เมืองไทยมีสิทธิ์ยลโฉมรถใหม่ค่ายเพื่อนที่แสนดีเริ่มที่ Nissan ELGRAND เจนใหม่ สบายแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ผู้โดยสารแถว 2 จะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ Captain Seat พร้อมขุมพลังใหม่ e-Power เจเนอเรชันที่ 3 รหัสใหม่ ZR15DDTe VC-Turbo 3 สูบ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และชุดแบตเตอรี่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE ปรับปรุงใหม่ล่าสุด

และเป็นการต่ออายุ NISSAN KICKS e-Power ด้วยหน้าใหม่แบบเดียวกับ NISSAN KAIT ที่ขายในกลุ่มอเมริกาใต้และปรับโฉมครั้งใหญ่ของ กระบะ NISSAN NAVARA

OMODA x JAECOO: OMODA C9 SHS, OMODA C5 HEV, JAECOO 5 HEV, OMODA C5 EV Facelift, JAECOO 6 EV CKD JAECOO 5 EV CKD และ OMODA 4 EV
ปีนี้เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นที่มาพร้อมเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System), เครื่องยนต์ BEV (Battery Electric Vehicle), HEV (Hybrid Electric Vehicle) และ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ OMODA C5 รุ่นปรับโฉมทั้งฟูลไฮบริดและไฟฟ้าล้วน OMODA C9 SHS, JAECOO 5 ฟูลไฮบริด, OMODA C7 SHS และ JAECOO 8 SHS
พร้อมกับรุ่นใหม่ขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทางอีก 1 รุ่น หรือ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ที่ยังไม่มีข้อสรุป ปีนี้ประเดิมด้วย OMODA 4 EV น้องลัมโบหน้าตาคล้ายกับ Lamborghini URUS และหุ่นยนต์ Gundam ผสมผสานอย่าลงตัว
เมืองไทยแน่นอนว่าเป็นไฟฟ้าล้วนให้กำลัง 211 แรงม้า กับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 60.9 kWh วิ่งไกลสุดกว่า 400 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 471 กิโลเมตร (NEDC) ขายจริงคาดเป็นช่วงไตรมาสที่ 1 นี้ คาดว่าช่วงแรกนำเข้าจากจีนและมีเวอร์ชันรถประกอบในไทยที่จังหวัดระยองตามมารวมถึงเวอร์ชันประกอบไทยของรุ่นอื่นๆทั้ง JAECOO 6 EV JAECOO 5 EV
Suzuki: eVITARA
หลังจากที่ Suzuki ปิดไลน์ผลิตในไทยเมื่อปีที่แล้ว พร้อมขายรถนำเข้ารุ่นใหม่จากกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียนและเอเชียไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย ทั้ง สันดาป ไฮบริด และไฟฟ้าล้วน สอดคล้องกับทิศทางและนโยบายการรักษาความเป็นกลางทางคาร์บอนแต่ละรุ่นจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้าและสามารถแข่งขันได้ในอนาคต
ด้วย Suzuki e VITARA ประกอบที่โรงงาน Suzuki Motor ที่เมือง Gujarat ประเทศอินเดียที่พกขุมพลังไฟฟ้าติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) ขนาด 49 kWh ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 189 นิวตันเมตรในรุ่น Standard 2WD
มาที่รุ่น Extended 2WD ขยับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 61 kWh ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า แรงบิด 189 นิวตันเมตร และรุ่น Performance 4WD มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ “ALLGRIP-e” ทีมี eAxles คู่ทั้งล้อหน้าและล้อหลังพร้อมล็อกเฟืองท้าย Limited Slip Differential พร้อมโหมด TRAIL
ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 61 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดรวม 300 นิวตันเมตรแบ่งเป็นมอเตอร์ล้อหน้า 174 แรงม้า และมอเตอร์ล้อหลัง 65 แรงม้า คาดว่าวิ่งไกลสุด 243 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP หรือ 286 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC

Toyota: HILUX TRAVO 2.4, HILUX TRAVO GR Sport, Land Cruiser FJ
หลังเปิดตัวที่แรกของโลกที่เมืองไทยสำหรับ Toyota Hilux TRAVO กระบะเจนใหม่หน้าใหม่ภายในใหม่เดิมจะมีขนาด 2.8 ลิตร 204 แรงม้า คราวนี้ถึงคิวรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ตระกูล GD 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตั้งแต่ตอนเดียวไปจนถึง 4 ประตู ขับเคลื่อน 2 ล้อตัวเตี้ย ยกสูงและขับเคลื่อน 4 ล้อ

รวมถึงการมาของ Toyota HILUX TRAVO GR SPORT ขับสี่จอมโหดแบบ WIDE BODY พกพลังแรง 2.8 ลิตร 224 แรงม้า และอีกรุ่นกับ Toyota Land Cruiser FJ พื้นฐาน TRAVO, REVO และ CHAMP ก็ขายด้วยและแน่นอนว่าขุมพลังเป็นดีเซล ตระกูล GD 2.4 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

Volvo: S90 Facelift, EX60
ปีนี้อาจพบกับการปรับโฉมของเก๋งใหญ่อย่าง Volvo S90 ปรับครั้งที่ 2 ในร่างเดิมตั้งแต่ปี 2017 หน้าใหม่ตั้งแต่หัวจรดท้ายจุดสังเกตจากกระจังหน้าทรง 8 เหลี่ยมใหม่สวยหรูพร้อมตราโลโก้ Iron Mark ด้านท้ายออกแบบใหม่ย้ายตำแหน่งป้ายทะเบียนมาอยู่ฝาท้ายจากเดิมอยู่ที่กันชนหลัง ไฟท้ายทรง Thor’s Hammer แบบ LED รมดำใหม่ ล้อลายใหม่ขนาด 18 กับ 19 นิ้ว
ภายในปรับในส่วนจอสัมผัสขนาดใหญ่แบบลอยตัวขนาด 11.2 นิ้ว with Google Built in ที่ให้คุณใช้แอปอย่าง Google Maps, Google Assistant ซึ่งเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่านคำว่า “Hey Google” เพื่อควบคุมแอป อย่าง Sportify รวมทั้ง Google Play ด้านขุมพลังยังคงเดิมกับปลั๊กอินไฮบริด T8 462 แรงม้า
และหลังเปิดตัวทั่วโลก 21 มกราคม สำหรับ Volvo EX60 เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่เมืองไทยมาแน่นอน สร้างจากแพลตฟอร์ม Scalable Product Architecture 3 (SPA3) ดีไซน์ล้ำหน้ากว่ารุ่นอื่นๆของ Volvo และยังเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ค่ายนี้ลดต้นทุนในการพัฒนามากขึ้น
มาพร้อมระบบไฟฟ้าล้วนทั้งขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ มอบระยะการขับขี่ที่ไกลกว่ารุ่นอื่นๆของวอลโว่และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัย โดย Volvo เคลมว่ารุ่นใหม่สามารถวิ่งไกลกว่า 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (WLTP) หรือ 824 กิโลเมตร (NEDC) แทรกกลางระหว่าง Volvo EX40 กับ Volvo EX90 แต่มีขนาดใหญ่กว่าทั้งรุ่น EX30 และ EX40

WULING: STARLIGHT EV
ภายในปีนี้เตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อีกกว่า 5 รุ่น ภายใต้ WULING THAILAND ประเดิมรุ่นแรกกับ WULING STARLIGHT EV ในร่างเอ็มพีวี 7 ที่นั่ง จากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าแพลตฟอร์มแรงดันสูง 800 โวลต์ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ขนาด 69.2 kWh ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร
วิ่งไกลสุด 540 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 521 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จได้ทั้ง DC 30-80% ภายใน 20 นาที และ AC 20-100% ภายใน 9.7 ชั่วโมง กำลังชาร์จ 6.6 kW ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คู่กับเกียร์อัตโนมัติ Fixed gear ratio gearbox
โดยนำเข้าจากอินโดนีเซีย เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง บ้านที่มีเด็กและผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลิมูซีน VIP Taxi และ กลุ่ม Ride Hailing ที่ต้องการการใช้งานที่กว้างขวางและสะดวกสบายมากขึ้น ในภาพลักษณ์ที่หรูหรา โดยจะเปิดราคาภายในปีนี้

XPENG: X9 EREV or AWD EV, P7+, G7
XPENG พร้อมลุยรถใหม่ทั่วโลกรวมถึงเมืองไทยตั้งแต่ X9 ที่คาดว่าจะมีขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ EREV หรือยังเป็นอีวีขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ หรือขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทางแบบ EREV และมาไทยอีกรุ่นกับ XPENG P7+ และลุ้นกันว่า XPENG G7 จะมาไทยหรือไม่ต้องติดตาม



















