Nissan เป็นรถญี่ปุ่นค่ายที่ 2 ต่อจาก Toyota ประกาศราคาใหม่รับภาษีสรรพสามิตใหม่คิดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แตกต่างด้วย Nissan ALMERA

Nissan ALMERA 2026 ยังใช้หน้าตาเดิมที่เคยปรับโฉมไปเมื่อ 3 ปีก่อนมาตกแต่งใหม่ปรับออปชันในร่างเก๋งซีดานไซซ์เล็ก

ภายนอกปรับลุคเน้นเข้ม
ทุกรุ่นย่อยได้กระจังหน้ารูปตัววี V-Motion ดีไซน์ใหม่เข้มแนวนอนแบบ Next Generation V-Motion จากเดิมโครเมียมเป็นสีดำ ปรับการตกแต่งของส่วนล่างในชุดกันขนหน้ามาเป็นสีดำแทนแบบเดิมที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ นอกนั้นเดิมๆทั้งกับไฟหน้า LED พร้อมไฟ LED signature ในโคมเดียวกันลงตัวด้วยกันชนหน้ารับกับไฟตัดหมอกหน้า LED

กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยวและไฟท้าย LED signature ที่เปิดประตูดึงก้านสีเดียวกับตัวรถยกเว้นรุ่น E เป็นสีดำ กันชนหลังยังคงใช้ดีไซน์เดิมและโลโก้ Nissan ทั้งกระจังหน้า ฝาท้าย และดุมล้อ ล้ออัลลอยและฝาครอบล้อลายเดิมขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 195/65 R15

ภายในปรับใหม่
ความกว้างขวางนั่งสบายสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง มีพื้นที่เข่าทั้งสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ด้านหลังที่มีระยะห่างนั่งสบายส่วนที่เก็บสัมภาระทางด้านหลังออกแบบมาให้กว้างขวางบรรจุของชิ้นใหญ่ เช่น ถุงกอล์ฟ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้สบายพร้อมกระจกมองหลังแบบไร้ขอบ เพิ่มทัศนวิสัยให้ดียิ่งขึ้น

พร้อมออปชันที่แตกต่างเริ่มที่รุ่นท็อป VL กับ V ตกแต่งใหม่ด้วยชุดหนังสังเคราะห์สีดำเดินด้ายใหม่ด้วยสีส้มตั้งแต่ แผงประตู 4 บาน แผงคอนโซลหน้า เบาะนั่ง และที่วางแขนพร้อมช่องเก็บของบริเวณคอนโซลเกียร์ ตัดฟังก์ชันเบาะนั่งไม่สะสมความร้อน Quole Modure ให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารนั่งสบายทุกการเดินทาง

มาพร้อมออปชันเด่นทั้ง มาตรวัดเรืองแสงแบบ Digital พร้อมจอ MID 7 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัด 3 ก้านติดตั้ง Cruise Control ปะโลโก้ Nissan อุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger จอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ Nissan Connect รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay รวมทั้งยังสามารถใช้ระบบนำทางผ่าน Google Map ได้สบาย ๆ และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ พร้อมลำโพง 6 จุด

กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ้มสั่งสตาร์ทรถยนต์ทันสมัย มีกุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมระบบล็อกและปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้หรืออกห่างจากตัวรถ แผงคอนโซลหน้าซึ่งเป็นรูปปีกที่สยายออก ตลอดแนวคอนโซลเพิ่มความเก๋ทันสมัยเสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับห้องโดยสาร

มี แอปพลิเคชัน Nissan Connect Services เชื่อมต่อคุณกับรถเป็นหนึ่งเดียวช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมหรือสั่งการรถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน ขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ด้วยฟังก์ชัน SOS พร้อมระบบสั่งการระยะไกลต่างๆได้แก่ สถานะการล็อกประตู สั่งล็อก หรือปลดล็อกรถยนต์ระยะไกล สตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล สั่งกะพริบไฟหน้าและสั่งระบบแตรระยะไกล ช่วยให้ค้นหาตำแหน่งของรถได้สะดวกแม้ในลานจอดรถที่มีรถแน่นขนัด
My Car Finder ค้นหาตำแหน่งรถจะช่วยค้นหาและนำทางไปยังรถได้ในทันที และยังช่วยแจ้งเตือนสถานะของรถได้ด้วยการแจ้งเตือนเมื่อถึงกำหนดการบำรุงรักษาตามระยะ เป็นต้น

ทางด้านรุ่น EL ตัดออปชันเช่นตัดระบบเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติเป็นเครื่องปรับอากาศแบบหมุน ตัดชุดหนังสังเคราะห์ที่บริเวณแผงประตูคู่หน้าแต่ยังมี พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัด 3 ก้านติดตั้ง Cruise Control กับ ลำโพง 4 จุด และรุ่น E ลดจำนวนลำโพงเหลือ 2 จุด จากเดิม 4 จุด

ขุมพลัง
ยังคงเดิมกับเบนซินเทอร์โบ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร พัฒนาใหม่ผ่านมาตรฐาน EURO 6 ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดถึง 152 นิวตันเมตร 2,400-4,000 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT เสริมอารมณ์ของการขับขี่ด้วย D-Step Logic เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลให้อัตราเร่งต่อเนื่องทันใจ และระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นในอัตรา 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ความปลอดภัย
เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ใน 360° SAFETY SHIELD เพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยตอกย้ำจุดยืนในฐานะคอมแพคซีดานที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ ครบถ้วน
- ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Intelligent Forward Collision Warning–IFCW) ออปชันใหม่ในรุ่น E
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking (IEB) ออปชันใหม่ในรุ่น E
- กล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitoring–IAVM) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection–MOD) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- กล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitoring–IAVM) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection–MOD) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist – HBA) เฉพาะรุ่น VL
- แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) เฉพาะรุ่น VL
- ตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) เฉพาะรุ่น VL
- เตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning–BSW) เฉพาะรุ่น VL
ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุดทุกรุ่นย่อย ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control–VDC) เบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System–ABS) กระจายแรงเบรก (Electronic Brake Force Distribution – EBD) เสริมแรงเบรก (Brake Assist) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts) ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist–HSA) เซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System – TPMS)

Nissan ALMERA 2026 มีสีภายนอก มีทั้งสีโมโนโทนและสีทูโทนได้แก่ สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White) สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star) สีเทา กัน เมทาลิค (Gun Metallic) สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) รุ่น VL, V, EL สีน้ำเงิน ไนท์ บูล (Night Blue) รุ่น VL, V, EL สีใหม่!! สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) รุ่น VL, V
สีทูโทนเฉพาะรุ่น VL ได้แก่ สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล หลังคาสีดำเงา, สีเทา กัน เมทาลิค หลังคาสีดำเงา, และสีขาว สตอร์ม ไวท์ หลังคาสีดำเงา ปรับราคาตามภาษีสรรพสามิตใหม่ 4 รุ่นย่อยดังนี้
- รุ่น E ราคา 573,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 24,000 บาท)
- รุ่น EL ราคา 589,000 บาท (ราคาเดิม)
- รุ่น V ราคา 669,000 บาท (ราคาเดิม)
- รุ่น VL ราคา 699,000 บาท (ราคาเดิม)










