Nissan เป็นรถญี่ปุ่นค่ายที่ 2 ต่อจาก Toyota ประกาศราคาใหม่รับภาษีสรรพสามิตใหม่คิดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แตกต่างด้วย Nissan ALMERA

Nissan ALMERA 2026 ยังใช้หน้าตาเดิมที่เคยปรับโฉมไปเมื่อ 3 ปีก่อนมาตกแต่งใหม่ปรับออปชันในร่างเก๋งซีดานไซซ์เล็ก ปรับราคาตามภาษีสรรพสามิตใหม่ 4 รุ่นย่อยดังนี้
- รุ่น E ราคา 573,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 24,000 บาท)
- รุ่น EL ราคา 589,000 บาท (ราคาเดิม)
- รุ่น V ราคา 669,000 บาท (ราคาเดิม)
- รุ่น VL ราคา 699,000 บาท (ราคาเดิม)

ภายนอกปรับลุคเน้นเข้ม
ทุกรุ่นย่อยได้กระจังหน้ารูปตัววี V-Motion ดีไซน์ใหม่เข้มแนวนอนแบบ Next Generation V-Motion จากเดิมโครเมียมเป็นสีดำ ปรับการตกแต่งของส่วนล่างในชุดกันขนหน้ามาเป็นสีดำแทนแบบเดิมที่เป็นสีเดียวกับตัวรถ นอกนั้นเดิมๆทั้งกับไฟหน้า LED พร้อมไฟ LED signature ในโคมเดียวกันลงตัวด้วยกันชนหน้ารับกับไฟตัดหมอกหน้า LED

กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยวและไฟท้าย LED signature ที่เปิดประตูดึงก้านสีเดียวกับตัวรถยกเว้นรุ่น E เป็นสีดำ กันชนหลังยังคงใช้ดีไซน์เดิมและโลโก้ Nissan ทั้งกระจังหน้า ฝาท้าย และดุมล้อ ล้ออัลลอยและฝาครอบล้อลายเดิมขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 195/65 R15

ภายในปรับใหม่
ความกว้างขวางนั่งสบายสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง มีพื้นที่เข่าทั้งสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ด้านหลังที่มีระยะห่างนั่งสบายส่วนที่เก็บสัมภาระทางด้านหลังออกแบบมาให้กว้างขวางบรรจุของชิ้นใหญ่ เช่น ถุงกอล์ฟ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้สบายพร้อมกระจกมองหลังแบบไร้ขอบ เพิ่มทัศนวิสัยให้ดียิ่งขึ้น

พร้อมออปชันที่แตกต่างเริ่มที่รุ่นท็อป VL กับ V ตกแต่งใหม่ด้วยชุดหนังสังเคราะห์สีดำเดินด้ายใหม่ด้วยสีส้มตั้งแต่ แผงประตู 4 บาน แผงคอนโซลหน้า เบาะนั่ง และที่วางแขนพร้อมช่องเก็บของบริเวณคอนโซลเกียร์ ตัดฟังก์ชันเบาะนั่งไม่สะสมความร้อน Quole Modure ให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารนั่งสบายทุกการเดินทาง


มาพร้อมออปชันเด่นทั้ง มาตรวัดเรืองแสงแบบ Digital พร้อมจอ MID 7 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัด 3 ก้านติดตั้ง Cruise Control ปะโลโก้ Nissan อุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger จอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ Nissan Connect รองรับการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay รวมทั้งยังสามารถใช้ระบบนำทางผ่าน Google Map ได้สบาย ๆ และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ พร้อมลำโพง 6 จุด

กุญแจรีโมทอัจฉริยะพร้อมปุ้มสั่งสตาร์ทรถยนต์ทันสมัย มีกุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมระบบล็อกและปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้หรืออกห่างจากตัวรถ แผงคอนโซลหน้าซึ่งเป็นรูปปีกที่สยายออก ตลอดแนวคอนโซลเพิ่มความเก๋ทันสมัยเสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับห้องโดยสาร

มี แอปพลิเคชัน Nissan Connect Services เชื่อมต่อคุณกับรถเป็นหนึ่งเดียวช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมหรือสั่งการรถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน ขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ด้วยฟังก์ชัน SOS พร้อมระบบสั่งการระยะไกลต่างๆได้แก่ สถานะการล็อกประตู สั่งล็อก หรือปลดล็อกรถยนต์ระยะไกล สตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกล สั่งกะพริบไฟหน้าและสั่งระบบแตรระยะไกล ช่วยให้ค้นหาตำแหน่งของรถได้สะดวกแม้ในลานจอดรถที่มีรถแน่นขนัด
My Car Finder ค้นหาตำแหน่งรถจะช่วยค้นหาและนำทางไปยังรถได้ในทันที และยังช่วยแจ้งเตือนสถานะของรถได้ด้วยการแจ้งเตือนเมื่อถึงกำหนดการบำรุงรักษาตามระยะ เป็นต้น

ทางด้านรุ่น EL ตัดออปชันเช่นตัดระบบเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติเป็นเครื่องปรับอากาศแบบหมุน ตัดชุดหนังสังเคราะห์ที่บริเวณแผงประตูคู่หน้าแต่ยังมี พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัด 3 ก้านติดตั้ง Cruise Control กับ ลำโพง 4 จุด และรุ่น E ลดจำนวนลำโพงเหลือ 2 จุด จากเดิม 4 จุด

ขุมพลัง
ยังคงเดิมกับเบนซินเทอร์โบ HRA0 ขนาด 1.0 ลิตร พัฒนาใหม่ผ่านมาตรฐาน EURO 6 ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดถึง 152 นิวตันเมตร 2,400-4,000 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT เสริมอารมณ์ของการขับขี่ด้วย D-Step Logic เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลให้อัตราเร่งต่อเนื่องทันใจ และระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นในอัตรา 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ความปลอดภัย
เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ใน 360° SAFETY SHIELD เพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยตอกย้ำจุดยืนในฐานะคอมแพคซีดานที่มีคุณสมบัติต่าง ๆ ครบถ้วน
- ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า (Intelligent Forward Collision Warning–IFCW) ออปชันใหม่ในรุ่น E
- ช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking (IEB) ออปชันใหม่ในรุ่น E
- กล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitoring–IAVM) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection–MOD) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- กล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitoring–IAVM) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection–MOD) เฉพาะรุ่น V กับ VL
- เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist – HBA) เฉพาะรุ่น VL
- แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning – LDW) เฉพาะรุ่น VL
- ตรวจจับวัตถุด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) เฉพาะรุ่น VL
- เตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning–BSW) เฉพาะรุ่น VL
ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุดทุกรุ่นย่อย ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control–VDC) เบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System–ABS) กระจายแรงเบรก (Electronic Brake Force Distribution – EBD) เสริมแรงเบรก (Brake Assist) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts) ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist–HSA) เซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System – TPMS)

Nissan ALMERA 2026 มีสีภายนอกมีทั้งสีโมโนโทนและสีทูโทนได้แก่
- สีขาว สตอร์ม ไวท์ (Storm White)
- สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star)
- สีเทา กัน เมทาลิค (Gun Metallic)
- สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red) รุ่น VL, V, EL
- สีน้ำเงิน ไนท์ บูล (Night Blue) รุ่น VL, V, EL
- สีใหม่!! สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) รุ่น VL, V
สีทูโทนเฉพาะรุ่น VL ได้แก่
- สีเทา เกรย์ สกาย เพิร์ล หลังคาสีดำเงา
- สีเทา กัน เมทาลิค หลังคาสีดำเงา
- สีขาว สตอร์ม ไวท์ หลังคาสีดำเงา











