More

    Suzuki ส่งรถใหม่ลุยปีม้านำโดย e VITARA/JIMNY 5 Door/Grand Vitara

    หลังจากปีกลายที่ Suzuki ส่งรถใหม่อย่าง Suzuki  FRONX จนได้รับการตอบรับอย่างดี และในปี 2569 Suzuki พร้อมส่งรุ่นใหม่มาไทยกันถึง 3 รุ่น

    Suzuki

    โดย 3 รุ่นที่ค่าย Suzuki จะเปิดตัวในปีนี้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาสที่ 2 มีทั้ง B-SUV (BEV), Crossover SUV และ Mini-SUV เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำเข้ารถยนต์ Global Model เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2567

    โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ 2 ใน 3 รุ่นเข้าไทยนั่นคือ Suzuki e VITARA กับ Suzuki JIMNY 5Door ส่วนอีกรุ่นทาง Car2Day คาดการณ์ว่าอาจเป็น Suzuki Grand Vitara

    Suzuki

    Suzuki

    Suzuki e VITARA

    เอสยูวีไฟฟ้าประกอบที่โรงงาน Suzuki Motor ที่รัฐคุชราตประเทศอินเดียหวังต่อกรกับคู่แข่งจากจีนและยุโรปด้วยดีไซน์ที่ไม่แตกต่างจากต้นแบบรุ่น e VX พัฒนามาจากแพลตฟอร์มเพื่อรถไฟฟ้าเท่านั้นกับ “HEARTECT-e” เด่นด้วยภายนอกกับที่จับประตูหลังอยู่บนตำแหน่งเดียวกับเสา C ด้วยความยาวเกือบ 4.3 เมตร

    Suzuki

    ภายในมีออปชันจัดเต็มทั้งจอมาตรวัดความเร็วดิจิทัล 10.25 นิ้วเป็นจอสีและจอสัมผัสระบบความบันเทิงขนาด 10.1 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อต่างๆ สบายแบบ 5 ที่นั่งพร้อมเบาะนั่งหลังพับได้แบบ 40/20/40 เพิ่มพื้นที่ในการขนของโดยความจุด้านท้ายตอนไม่พับเบาะมีพื้นที่ 306 ลิตร

    Suzuki

    ขุมพลังไฟฟ้า 3 ทางเลือก

    • รุ่น Standard มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) ขนาด 49 kWh ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิด 189 นิวตันเมตร วิ่งไกล 344 กิโลเมตร (WLTP) หรือราว 405 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC 10-80% ภายใน 35 นาที กำลังสูงสุด 70 kW ชาร์จ AC 10-100% กำลังสูงสุด 11kW ภายใน 4 ชั่วโมง
    • รุ่น Extended มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) ขยับความจุมาเป็นขนาด 61 kWh ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า แรงบิด 189 นิวตันเมตร โดยวิ่งไกลต่อการชาร์จ 426 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 501 กิโลเมตร (NEDC)
    • รุ่น Performance มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 61 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดรวม 307 นิวตันเมตรแบ่งเป็นมอเตอร์ล้อหน้า 174 แรงม้า แรงบิด 193 นิวตันเมตร และมอเตอร์ล้อหลัง 65 แรงม้า แรงบิด 114 นิวตันเมตร วิ่งไกล 395 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 465 กิโลเมตร (NEDC)

    Suzuki

    โดยรุ่น 61 kWh ชาร์จ DC 10-80% ภายใน 43 นาที กำลังสูงสุด 70 kW ชาร์จ AC 10-100% กำลังสูงสุด 11kW ภายใน 4.59 ชั่วโมง

    พร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมดทั้ง Eco, Normal และ Sport และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ “ALLGRIP-e” ทีมี eAxles คู่ทั้งล้อหน้าและล้อหลังพร้อมล็อกเฟืองท้าย Limited Slip Differential พร้อมโหมด TRAIL  และ Auto จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single speed electric drive พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าที่ให้รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร

    Suzuki

    มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) มีระบบเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ พร้อมความปลอดภัยรอบคันด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ระดับ 2

    Suzuki

    Suzuki JIMNY 5 Door

    MINI SUV นำเข้าจากอินเดียในรูปแบบทรงกล่องหน้าตาไม่ต่างจากรุ่น 3 ประตูด้วยจุดเด่น

    • ตัวรถขยายความยาวกว่ารุ่น 3 ประตูเพียง 340 มิลลิเมตร
    • เตี้ยกว่ารุ่น 3 ประตู เพียง 5 มิลลิเมตร
    • ฐานล้อยาวกว่ารุ่น 3 ประตูเพียง 340 มิลลิเมตร

    พื้นฐานความแข็งแกร่งของแชสซีสขั้นบันได หรือ Ladder Frame พร้อมขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร K15B 102 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 130 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 17.2 วินาที

    Suzuki

    พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Part-Time ALLGRIP PRO 4WD เลือกได้ 3 รูปแบบทั้ง 2H,4H และ 4L พร้อมช่วงล่างหน้าและหลังแบบ 3-link rigid axle with coil spring สามารถลุยได้ทุกรูปแบบทั้ง

    • มุมปะทะหรือ Approach angle อยู่ที่ 36 องศา
    • มุมจากหรือ Departure angle 47 องศา
    • มุมคร่อมหรือ Breakover angle 25 องศา

    Suzuki

    Suzuki Grand Vitara

    ปิดท้ายด้วยหนึ่งรุ่นที่คาดว่าจะมาไทยในฐานะ Crossover SUV กับ Suzuki Grand Vitara ด้วยหน้าตามาในแนวลุยด้วยตัวรถยาวถึง 4.3 เมตร พร้อมเบนซิน 1.5 ลิตร K15C Mild Hybrid แบบ SHVS ให้กำลัง 101 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 135 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที

    พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Integrated starter generator (ISG) 12 V และแบตเตอรี่ lithium-ion 6Ah จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ All Grip Select ให้เลือกถึงสี่โหมดทั้ง Auto, Sport, Snow และ LOCK

    Suzuki

    นอกจากรถใหม่ 3 รุ่นที่จะเปิดตัวทาง Suzuki ให้ความสำคัญของงานบริการหลังการขายและพัฒนาในแต่ละส่วนงานบริการเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นและลดความกังวลให้แก่ลูกค้าในระยะยาวไม่ว่าจะเป็น

    • โปรแกรมฟรีเช็กระยะยาวนานถึง 7 ปี สำหรับผู้ใช้รถยนต์ SUZUKI FRONX และ SUZUKI SWIFT
    • ขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่ เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร
    • ชูความเป็นมาตรฐานและยกระดับงานบริการที่เหนือความคาดหมายด้วยระบบ S-Solution
    • การจัดการชิ้นส่วนอะไหล่สำรอง เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ

    Suzuki

    แม้สถานการณ์จะเป็นอย่างไร Suzuki พร้อมสู้เสมอในตลาดรถยนต์ไทยตอกย้ำภาพลักษณ์ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้าเน้นใช้งานคล่องตัวและความอเนกประสงค์สำหรับการเดินทางไกล

    พร้อมยังคงเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นสำคัญ และยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขายครอบคลุมเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว จับตารถใหม่การบริการของ Suzuki จะโดนใจคนไทยมากน้อยแค่ไหนนั้นต้องติดตาม

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts